หลายคนอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าแบรนด์ Drinkware ระดับโลกอย่าง YETI นั้นเกิดขึ้นจากลังน้ำแข็งของประเทศไทย
YETI ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 โดย 2 พี่น้อง Roy และ Ryan Seiders ผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมแอดเวนเจอร์ และการตกปลาเป็นชีวิตจิตใจ ที่กำลังมองหาคูลเลอร์เก็บความเย็น และได้เจอกับคูลเลอร์จากโรงงานในไทย จากนั้นได้เปิดบริษัทนำเข้าคูลเลอร์จากไทย
ต่อมาทั้ง 2 จึงอยากพัฒนาคูลเลอร์ให้ดีกว่าเดิม เพราะปัญหาคูลเลอร์ที่มีขายกันอยู่นั้นไม่แข็งแรงทนทานพอ จึงคิดที่จะทำให้ถังคูลเลอร์มีความแข็งแรงมากที่สุด จนได้มาเป็นคูลเลอร์ที่แข็งแรงมากจนใช้นั่งแทนเก้าอี้ได้ หรือไว้ยืนขึ้นเหยียบเวลาตกปลาโดยไม่ต้องกลัวพัง
คูลเลอร์ของ YETI แข็งแรงมากถึงขนาดที่หมีกริซลี่ก็ไม่สามารถทุบมันได้ และยังผ่านการทดสอบและได้รับการอนุมัติจาก Interagency Grizzly Bear Committee และผลพลอยได้คือ มันดันเก็บความเย็นได้ดีกว่าคูลเลอร์ทั่วไป จึงเป็นที่มาที่ทำให้ทั้ง 2 คิดหาชื่อให้แบรนด์สินค้า จนสุดท้ายก็ออกมาเป็น YETI หรือสัตว์ประหลาดยักษ์หิมะ
หลังจากนั้น YETI ก็ได้พัฒนาสินค้าออกมาอย่างมากมาย โดยเป็นสินค้าที่สามารถรองรับการผจญภัยที่ ท้าทายที่สุด ตั้งแต่คูลเลอร์ไปจนถึงแก้วเก็บอุณหภูมิระดับพรีเมียม YETI กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความทนทาน ประสิทธิภาพ ดีไซน์ที่เหมาะสมต่อการใช้งาน จนกลายเป็นแบรนด์ Drinkware ระดับพรีเมียม
ไม่กี่วันที่ผ่านมา Element 72 ผู้จัดจำหน่ายแบรนด์ Urban Lifestyle และ Urban Outdoor ระดับพรีเมียม ของประเทศไทย ได้มีการเปิดตัวร้าน YETI Flagship Store แห่งแรกในเอเชียที่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ บริเวณชั้น 2 โซน Parade ณ ศูนย์การค้า One Bangkok

ชาร์ลส์ ปิณฑานนท์ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้ง บริษัท อิลีเม้นท์ 72 จำกัด กล่าวว่า “YETI ถูกขนานนามให้เป็น "King of Camping" เนื่องจากสินค้าได้รับความนิยมในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบการตั้งแคมป์ และสินค้าแต่ละชิ้นของ YETI มีความทนทาน ตอบโจทย์ทั้งสายลุย และสาย Glamping ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในไทยและเอเชีย การตั้งแคมป์แบบหรูหราได้รับความสนใจมากขึ้น เพราะมีสถานที่พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายแต่ยังได้สัมผัสธรรมชาติ”
ชาร์ลส์ ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า คนไทยมีความนิยมในแบรนด์ที่มีชื่อเสียงและคุณภาพดี ซึ่งส่งผลให้ YETI ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องมือแคมปิ้ง แต่กลายเป็นไอเทมแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ไปด้วย เช่น แก้วน้ำที่ได้รับความนิยมจนชื่อ YETI กลายเป็นคำเรียกทั่วไปของแก้วเก็บอุณหภูมิในไทย
ปัจจุบัน YETI ได้มีการขยายไลน์สินค้านอกเหนือจากตลาด Drinkware โดยมีการผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมกลางแจ้ง อาทิ เป้สะพายหลัง อุปกรณ์เก็บอาหาร กระทะ และอุปกรณ์ทำอาหารสำหรับแคมปิ้ง ที่ตอบโจทย์นักการเดินทางที่ชอบผจญภัย
การเปิด Flagship Store ของ YETI ในไทยเป็นประเทศแรกของเอเชียครั้งนี้ ชาร์ลส์ กล่าวว่า ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก และมียอดขายสินค้า Outdoor ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แม้ก่อนหน้านี้ YETI จะเน้นตลาดอเมริกาและยุโรปเป็นหลัก แต่จากผลการวิเคราะห์ยอดขายพบว่าไทยเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูงสุดในเอเชีย แซงหน้าญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ YETI มั่นใจในการลงทุนเปิดร้าน Flagship แห่งแรกในกรุงเทพฯ

“กระแสแคมปิ้งได้รับแรงหนุนจากช่วง COVID-19 ทำให้คนหันมาเที่ยวแบบ Outdoor มากขึ้น หลังจากการเดินทางระหว่างประเทศกลับมาเปิดเสรี กระแส Glamping และ Outdoor Lifestyle ก็ยังคงเติบโต โดยเฉพาะในไทยที่มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับแคมปิ้งและสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ผู้บริโภคชาวไทยยังคงให้ความสนใจในสินค้า outdoor ที่มีคุณภาพสูง และ YETI ก็มีแผนจะขยายไลน์สินค้าให้ครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้งานมากขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ YETI เติบโตในประเทศไทย คือ พฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมใช้สินค้าที่มีคุณภาพสูง และความชื่นชอบในการตามกระแสแบรนด์ระดับโลก คนไทยต้องการอุปกรณ์ที่มีดีไซน์สวยงาม ใช้งานได้จริง และมีความทนทาน ซึ่งเป็นจุดแข็งของ YETI อยู่แล้ว”
สำหรับ YETI Flagship Store แห่งแรกนี้ Element 72 ได้นำเสนอสินค้าทุกรุ่นจาก YETI รวมถึงคอลเลกชันสุดพิเศษ ที่จะวางจำหน่ายเป็นที่แรกในประเทศไทย อาทิ Thailand Special Collection อย่าง YETI Rambler Tumbler Thailand’s Edition ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของประเทศไทย ที่มีจำกัดเพียง 150 ชิ้นเท่านั้น,YETI Sticker เวอร์ชันพิเศษ ลายธงชาติไทย, YETI V Series คูลเลอร์ระดับ Hi-End ที่ทำจาก Stainless Steel ทั้งใบ การันตีคุณภาพระดับพรีเมียม ที่ไม่เคยขายนอกประเทศสหรัฐอเมริกามาก่อน มีวางจำหน่ายที่นี่เป็นที่แรก, สินค้า Collection ใหม่อย่างสี Fire Fly Yellow, Big Sky Blue และที่พิเศษสุดๆ คือบริการ Customize ชื่อให้ฟรี
ชาร์ลส์ กล่าวทิ้งท้ายว่า Element 72 มีแผนที่จะเปิด YETI Store อีก 2-3 สาขา โดยในเฟสแรกน่าจะเน้นเปิดสาขาในกรุงเทพฯ
