BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,265
VIEWS

ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังน่าสนใจแค่ไหน ทำไม “แรงเจอร์” ถึงกลับมาทำแบรนด์อีกครั้ง

มี.ค. 06, 2568 R.Somboon
ว่ากันว่าภาพของแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังอย่างแรงเจอร์ในช่วงที่ผ่านมาค่อนข้างจะพร่ามัวในสายตาของผู้บริโภค ด้วยเหตุผลของการมี Positioning ที่ไม่ชัดเจนเท่าไรนัก ทำให้หลังการเปลี่ยนมือมาสู่ภายใต้ชายคาของเสริมสุขในปี 2556     สิ่งแรกที่ทำก็คือการ Rebrand เพื่อให้แรงเจอร์มีภาพหรือจุดยืนที่ชัดเจน
 
การเข้าตลาดของแรงเจอร์ในครั้งนั้นมีการปรับภาพลักษณ์ใหม่ พร้อมกับวาง Positioning ให้แรงเจอร์เป็นเครื่องดื่มสำหรับคนทำงานรุ่นใหม่ที่ Work Hard ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ใส่สุดแรง” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนทำงานรุ่นใหม่ทำงานอย่างมีความสุข ทุ่มเทสุดๆ มีเท่าไรใส่เท่านั้น เพื่อผลักดันให้ชีวิตก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง
 
เมื่อมีการปรับโครงสร้างใหม่ แรงเจอร์ถูกโยกไปให้ไทยดริ้ค์ บริษัทในเครือไทยเบฟที่ดูแลเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ทั้งหมดในเครือ แรงเจอร์ถูกนำมาปัดฝุ่นอีกครั้ง และถือเป็นการปรับโฉมครั้งใหญ่ที่มีการสร้างความแตกต่าง ด้วยการปรับสูตรเสริม “แอลอาร์จีนีน” (L-Arginine) ที่ช่วยบูสต์พลังและให้พลังงานยาวนานขึ้น เป็นการปรับเพื่อความสร้างแตกต่างที่หยิบเอาเรื่องของฟังก์ชันนั่ลเข้ามาเป็นตัวชูโรง


สุภรณ์ เด่นไพศาล ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ประเทศไทย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บอกกับเราว่า “แรงเจอร์” ถือเป็นแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังของบริษัทที่อยู่ในตลาดมานานและยังคงมียอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เรามองเห็นศักยภาพในการผลักดันให้แรงเจอร์มีการเติบโตเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
“ล่าสุด เราได้มีการปรับโฉมแรงเจอร์ครั้งใหญ่ ทั้งในเรื่องของแบรนด์และตัวผลิตภัณฑ์ โดยยังคงมุ่งทำตลาดกับกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้แรงงานและกลุ่มคนทำงานในราคาขายเดิมคือขวดละ 10 บาท การปรับโฉมครั้งนี้จะมุ่งสร้างความแตกต่างจากเครื่องดื่มชูกำลังที่อยู่ในเซกเมนต์เดียวกัน เริ่มตั้งแต่การปรับในเรื่องของตัวผลิตภัณฑ์เพื่อมุ่งเน้นการสร้างความต่างที่ให้คุณประโยชน์ในแง่ของการช่วยบูสต์พลังงานได้ยาวนานขึ้น โดยนอกจากมีวิตามินซีที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน วิตามิน B6 และ B12 ช่วยบำรุงประสาทและสมองแล้ว ยังมีแอลอาร์จีนีน (L-Arginine) ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาในแรงเจอร์สูตรใหม่ ซึ่งแรงเจอร์ถือเป็นเครื่องดื่มชูกำลังแบรนด์แรกในตลาดที่มีการเพิ่ม        แอลอาร์จีนิน ที่ช่วยบูสต์พลังงานให้ความสดชื่นยาวนานขึ้น”
 
จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคพบว่าคุณประโยชน์หลักที่ผู้บริโภคในระดับแมสต้องการจากเครื่องดื่มชูกำลังคือสามารถบูสต์พลังงานเพื่อให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่าได้อย่างรวดเร็วและยาวนาน ซึ่งแรงเจอร์สูตรใหม่นี้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภค และสร้างความแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ ในตลาดด้วยคุณประโยชน์ที่ช่วยให้พลังงานได้อย่างยาวนานจากคุณสมบัติของแอลอาร์จีนีนที่อยู่ในสูตรใหม่ สำหรับคนทำงานที่ใช้แรงในการทำงานตลอดทั้งวัน
 
นอกจากการปรับสูตรใหม่ที่มีการเพิ่มแอลอาร์จีนีนแล้ว การปรับโฉมใหม่ในครั้งนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนโลโก้ใหม่เป็น    รูปหน้าเสือที่โดดเด่นภายใต้คอนเซ็ปต์ “เสือขวดแรงนาน” ซึ่งเป็นการใช้หน้าเสือที่เป็นภาพจำของแบรนด์แรงเจอร์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารแบรนด์แรงเจอร์โฉมใหม่ที่สื่อถึงความแข็งแกร่งและดูมีพลังมากขึ้น โดยยังคงเน้นการสื่อสารในแง่ของการเป็นแบรนด์ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการต่อสู้ชีวิตของผู้ใช้แรงงานและกลุ่มคนทำงาน ผ่าน Message หลักคือ “เสือขวดแรงเจอร์…แรงใจของผู้ใช้แรงนาน” ให้ความอึด ทนนาน เป็นแรงในการต่อสู้ทุกอุปสรรคในชีวิต ซึ่งถือเป็น Key Message ที่จะช่วยสร้างการจดจำและผลักดันให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจของกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้แรงงานและกลุ่มคนทำงาน


ส่วนการสื่อสารถึงโฉมใหม่ของแรงเจอร์นั้นจะมีการใช้สื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์แบบครบวงจร ไล่ตั้งแต่การปูพรมการสร้างการจดจำแรงเจอร์โฉมใหม่ผ่านสื่อนอกบ้าน การสื่อสารในช่องทางขายและสื่อออนไลน์ ที่จะเน้นในเรื่องของการทำคอนเทนต์เพื่อใช้ในการสร้าง Engagement กับกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้แรงงานและกลุ่มคนทำงาน
 
เพียงเท่านั้นยังจัดเต็มโปรโมชันเพื่อช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับลูกค้า โดยจะมีการแจกรางวัลใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ และรางวัลของพรีเมียมภายใต้ธีม “เสือขวดแรงเจอร์ แรงใจของผู้ใช้แรงนาน” มากมาย อาทิ หมวกกันน็อก ถังน้ำพลังเสือ และเสื้อแจ๊คเก็ตพลังเสือ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีการทำกิจกรรมออนกราวด์ในรูปแบบของการแจกให้ทดลองดื่มจริง รวมถึงแจกถังน้ำพลังเสือกับกลุ่มผู้ใช้แรงงานและกลุ่มคนทำงาน เพื่อนำถังไปใช้ประโยชน์ได้จริง
 
“กลยุทธ์การตลาดที่ทำทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อสร้างการเติบโตของแรงเจอร์ในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ความแตกต่างของแบรนด์ และจุดขายสินค้าที่ชัดเจน โดยเฉพาะกับการเป็นเครื่องดื่มชูกำลังรายแรกที่นอกจากมีรสชาติอร่อยแล้ว ยังมีคุณประโยชน์จากแอลอาร์จีนีน ที่ช่วยบูสต์พลังได้ยาวนานมากขึ้น ขณะเดียวกันยังต้องการใช้สื่อออนไลน์ในการสร้างกระแส Word of Mouth ผ่าน KOLs กลุ่มเป้าหมายเพื่อผลักดันให้แบรนด์แรงเจอร์เข้าไปอยู่ในกระแสของกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างอย่างรวดเร็ว”
 
การกลับมาทำแบรนด์อีกครั้งของแรงเจอร์ น่าจะมองเห็นแนวโน้มการเติบโตที่ดีของแรงเจอร์ ที่แม้ในช่วงที่ผ่านมาแทบจะไม่มีการทำการตลาดอะไรออกมาเท่าไรนัก ยอดขายที่มีออกมานี้สะท้อนให้เห็นว่า หากมีระบบการกระจายสินค้าที่แข็งแกร่ง และสามารถผลักดันสินค้าเข้าสู่ช่องทางขายด้วยการอาศัยกลยุทธ์ที่เป็น “เทรดโปรโมชั่น” ที่ทำกับร้านค้า โอกาสในการสร้างยอดขายก็มีตามมา แม้จะไม่มากมายเท่ากับแบรนด์หลักในตลาดก็ตาม โดยแรงเจอร์จะมี 2 บริษัทในเครือของ      ไทยเบฟที่ดูแลเรื่องการจัดจำหน่ายอย่างเสริมสุข และทีบีแอล หรือไทยเบฟ โลจิสติกส์ เป็นคนจัดจำหน่ายให้ โดยเฉพาะกับเสริมสุข ถือเป็นเซลส์ฟอร์ซที่แข็งแกร่ง ที่สามารถผลักดันสินค้าเข้าสู่ตู้แช่ของร้านค้าชำได้ค่อนข้างดี
 
เสริมสุขมีจุดแข็งในเรื่องของระบบจัดจำหน่ายที่จะเข้ามาซัพพอร์ตการทำตลาดของแรงเจอร์ด้วยหน่วยรถกระจายสินค้ากว่า 1,000 คัน โดยก่อนหน้าที่จะซื้อแรงเยอร์เข้ามาอยู่ในพอร์ต เสริมสุขเคยจัดจำหน่ายให้กับเครื่องดื่มชูกำลัง 2 แบรนด์ใหญ่คือ เอ็ม-150 และคาราบาวแดงมาก่อน โดยเคยทำยอดขายให้กับคาราบาวแดงต่อเดือนได้ถึง 30 ล้านขวด


ในครั้งนี้ หลักการง่ายๆ ของแรงเจอร์จะเกี่ยวข้องกับเรื่องกลยุทธ์ Push & Pull Strategy การใช้กลยุทธ์ Push Strategy นี้จะเข้ามาเป็นตัวช่วยทำให้การใช้ Pull Strategy มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในความหมายของ Pull Strategy ก็คือการดึงให้ลูกค้าสนใจ หรือวิ่งเข้ามาหาสินค้าของเรา อาจจะทำผ่านทั้งการโฆษณา หรือการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง รวมถึงการทำรายการส่งเสริมการขาย เพื่อดึงให้ลูกค้าเข้ามาหาสินค้าของเรา ซึ่งทั้ง Push & Pull Strategy ต้องทำให้สอดคล้อง และไปในทิศทางเดียวกันในแต่ละแคมเปญ โดยเลือกทำเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งอาจจะได้ผลไม่เต็มที่นัก
 
จากข้อมูลของ Nielsen IQ ณ ช่วงเดือน ม.ค. – ธ.ค. ปี 2567 รายงานว่า ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้าน เติบโตประมาณ 6.1% แม้แบรนด์ใหญ่ๆ ในตลาดนี้มีการขยับขึ้นไปเล่นกับตลาดเครื่องดื่มชูกำลังพรีเมียมที่มีราคาขายมากกว่า 15 บาทขึ้นไปมากขึ้น เพราะมองว่า เป็นการขยายฐานของตลาดออกไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่เป็นผู้ใช้แรงงาน
 
แต่สำหรับตลาดเครื่องดื่มชูกำลังระดับแมสแล้ว ยังถือว่าเป็นตลาดที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ โดยมีสัดส่วนถึงร่วม 90% ของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังโดยรวม โดยในตลาดนี้ M-150 ของค่ายโอสถสภา ยังคงเป็นผู้นำตลาด ตามมาด้วยคาราบาว และกระทิงแดง ขณะที่แรงเจอร์ยังมีส่วนแบ่งตลาดไม่มากนัก เนื่องจากหยุดทำตลาดไปนานนั่นเอง....


ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังน่าสนใจแค่ไหน ทำไม “แรงเจอร์” ถึงกลับมาทำแบรนด์อีกครั้ง

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact