ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก จากปัจจัยด้านการเมือง โรคระบาด รวมถึงภาวะโลกเดือด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงเศรษฐกิจไทยทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคหดตัว หนี้ครัวเรือนสูงขึ้น ถือเป็นความท้าทายต่อภาคธุรกิจที่จำเป็นต้องปรับทัพ วางแผนการทำงาน รวมถึงพัฒนาเครื่องมือที่จะช่วยให้การทำงานขององค์กรเป็นไปอย่างราบรื่น ตอบโจทย์ธุรกิจในยุคดิจิทัลที่ต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน
สำหรับธุรกิจขายตรงปีที่ผ่านมาต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งที่มาจากในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะความท้าทายจากการไหลทะลักเข้ามาของสินค้าจีนผ่านช่องทางออนไลน์ที่ส่งผลโดยตรงต่อธุรกิจขายตรง รวมถึงธุรกิจค้าปลีกที่ไทยจำเป็นต้องเร่งแก้ไข การแข่งขันที่เข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีดิจิทัล อีกทั้งผลกระทบที่กำลังจะเกิดขึ้นจากนโยบาย American First ของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง ทั้งหมดเป็นปัจจัยขับเคลื่อนให้องค์กรธุรกิจต้องเร่งปรับตัว เสริมศักยภาพให้องค์กรสามารถเติบโตและแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ J&C ถือเป็นธุรกิจขายตรงที่มีการตั้งรับและปรับตัวต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงรอบตัวอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การปรับโมเดลธุรกิจเป็นแบบ Hybrid Marketing สร้างนวัตกรรมทางการตลาดและเทคโนโลยี โดย J&C ลงทุนสร้าง Ecosystem เพื่อเป็นแพลตฟอร์มการทำธุรกิจยุคใหม่ในลักษณะ O2O รวมถึงยังริเริ่มทำ Payment Gateway เป็นเจ้าแรกๆ ของตลาดและพัฒนาต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันที่มีการนำ Data และ AI เข้ามาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจให้มีความคล่องตัว ไหลลื่นอย่างไร้รอยต่อ โดย ดร.สมชาย หัชลีฬหา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (J&C) อธิบายว่า J&C ให้ความสำคัญกับ 3 เรื่อง หรือ 3T คือ Technology, Transparency และ Trust ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจขายตรงในปัจจุบัน
ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology) สำหรับปีที่ผ่านมา J&C มีการใช้ LINE OA เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้คนได้เห็นภาพรวมของธุรกิจ J&C ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้บริโภค นักขาย นักสร้างองค์กร ผู้ประกอบการสามารถเข้าไปเรียนรู้ธุรกิจและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง ผ่าน JC Smart เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคผ่านกลยุทธ์ Customer Centric ได้อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส
ด้านความโปร่งใส (Transparency) ผลกระทบจากกรณีที่มีกระแสข่าวเชิงลบต่อวงการขายตรงในช่วงปีก่อน ทำให้ J&C ต้องมุ่งเน้นย้ำในการสร้างมาตรฐานวิชาชีพ ยึดมั่นในจรรยาบรรณธุรกิจ เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ให้ยังคงแข็งแกร่งและเติบโตในอนาคต
ด้านความเชื่อมั่น (Trust) การสร้างมาตรฐานวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ยืนยันถึงคุณภาพ สร้างความไว้วางใจต่อธุรกิจเป็นปัจจัยที่ทำให้ J&C ยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากทั้งผู้บริโภค นักขาย นักสร้างองค์กร ผู้ประกอบการ การันตีได้จากการได้รางวัลสำคัญจากกระทรวงพาณิชย์ ในโครงการ THAILAND FRANCHISE AWARD 2022 ประเภทของ “BEST RETAIL FRANCHISE” อีกทั้งยังได้ขึ้นทะเบียนเป็น Digital Provider ปี 2021-2023 ในฐานะนวัตกรรมร้านค้าสร้างอาชีพเพื่อชุมชนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมตอกย้ำให้องค์กรมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น
“ผลสำเร็จขององค์กรไม่ใช่เรื่องของการเติบโตเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องให้ความสำคัญด้วยว่าต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและยอดขาย ในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามสร้างกำไรเพิ่ม พร้อมทั้งพัฒนาสินค้าคุณภาพ สร้างประโยชน์ต่อผู้คนจำนวนมาก ดังนั้นจึงต้องมุ่งเน้นในการบริหารงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพราะด้วยความที่เรารู้ถึงเรื่องของการเปลี่ยนแปลงจากความไม่แน่นอนและวิกฤตต่างๆ ทำให้เราเร่งปรับตัว ตั้งแต่หลังโควิด-19 เป็นต้นมา ทั้งการกระตุ้นให้คนกลับมา สื่อสารกระตุ้นการขาย ทำให้คนเข้ามาทำงานเหมือนเดิมอย่างไร หลังจากนั้นจึงเสริมศักยภาพทางธุรกิจด้วยการเพิ่มเครื่องไม้เครื่องมือในการสื่อสารกับผู้บริโภค นักขาย และนักสร้างองค์กรผ่านช่องทางออนไลน์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทุกคน การสร้างกิจกรรมให้คู่ค้าแฟรนไชส์เฉพาะกลุ่มและสนับสนุนให้เขามีงบประมาณในการทำเพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับลูกค้าในพื้นที่ได้ ซึ่งส่วนนี้อยู่ในส่วนที่
เรียกว่า Recover
สำหรับส่วนที่ต้อง Rethinking หรือ Reimagination การคิดแบบสร้างสรรค์ก็เป็นอีกส่วนที่ทำให้ต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่มผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม ศึกษาความต้องการของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม การเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ขายดีหรือเพิ่มส่วนผสมที่เป็นประโยชน์ ซึ่งการทำงานส่วนนี้จะมีองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ Product การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม Process การพัฒนากระบวนการทำงานให้มีความสะดวก ไหลลื่น สุดท้ายคือ People การพัฒนาคนที่เกี่ยวข้องเพื่อยกระดับและสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อในทุกช่องทางของธุรกิจแบบ Omni-channel”
ดร.สมชาย อธิบายเพิ่มเติมว่า องค์กรต้องมีการกำหนดทิศทางที่ชัดเจนเพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสามารถเดินไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมเสริมศักยภาพในการเติบโต เพิ่มทักษะให้กับนักขาย นักสร้างองค์กร ผู้ประกอบการของ J&C
“ยุคก่อนเราอาจจะมองว่าขายตรงเป็นเรื่องของการขายความเชื่อ แต่ยุคนี้เป็นเรื่องของการขายความจริง ดังนั้นการจะขายผลิตภัณฑ์จำเป็นต้องมีข้อมูลหรืองานวิจัยที่รองรับ ไม่ใช่เราบอกว่าผลิตภัณฑ์นี้สามารถแก้โรคนั้นโรคนี้ได้แบบลอยๆ เราต้องบอกได้ว่าสาระสำคัญในผลิตภัณฑ์นั้นมีอะไรบ้าง มีประโยชน์อย่างไร รวมถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์ต่างๆ ทักษะทางเทคโนโลยีที่ทำให้คนของเราสามารถนำไปบอกต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว”

เปลี่ยน Data สู่เครื่องมือเสริมศักยภาพด้วย AI
ในยุคที่ภาคธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานแบบดิจิทัล เทคโนโลยี AI เป็นอีกหนึ่งคำตอบที่ช่วยเปลี่ยนโจทย์ยากให้ง่ายจากข้อมูลมหาศาล ซึ่ง J&C มีการปรับเครื่องมือทางเทคโนโลยีตัวใหม่อย่าง JC Smart เข้ามาช่วยในการทำงานช่วงปีที่ผ่านมา ดร.ฐัช หัชลีฬหา ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหาร บริษัท จอย แอนด์ คอยน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ J&C มีแผนการในการพัฒนาแอปพลิเคชัน J&C แต่เมื่อพัฒนาไปถึงจุดหนึ่งการใช้งานอาจจะไม่สะดวกสำหรับทุกคน J&C จึงมองถึงการเข้าไปใช้ Ecosystem ของระบบใหญ่ของ LINE Application เนื่องจากคนส่วนใหญ่ใช้งานได้อยู่แล้ว เพียงเติมฟีเจอร์ต่างๆ ที่ต้องการเข้าไป ทั้งเรื่องของการแนะนำธุรกิจ กิจกรรม โปรโมชัน ตรวจสอบคุณสมบัติ ซื้อของ เรียนรู้ธุรกิจจากศูนย์เรียนรู้ธุรกิจ คลิปวิดีโอต่างๆ ก็สามารถทำให้ง่ายต่อการเข้าถึงและการใช้งาน JC Smart จึงเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ทาง J&C พัฒนาขึ้นมาเพื่อสร้าง Learning and Growth หรือการเรียนรู้เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเพิ่มทักษะในการสร้างการเติบโตให้ตัวเองและธุรกิจของ J&C
“ต้องยอมรับว่า J&C มีข้อได้เปรียบในแง่ของความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ โดยปัจจุบัน J&C มีสินค้ามากกว่า 10,000 SKU มีทั้งสินค้า House Brand และสินค้าฝากขาย ซึ่งความหลากหลายของสินค้าจำเป็นอย่างยิ่งที่นักธุรกิจ J&C ต้องเรียนรู้ถึงสินค้าแต่ละตัว รวมถึงสินค้าใหม่ๆ ที่เพิ่งพัฒนาเข้ามาผ่านการเข้าถึงทาง JC Smart
โดย JC Smart เปรียบเสมือนผู้ให้ความรู้ในเรื่องของการใช้สินค้า อีกทั้งยังเป็น Interaction ซึ่งเป็นผู้ช่วยสำรวจความพึงพอใจของผู้ใช้สินค้า สามารถเก็บข้อมูลสินค้าที่ซื้อไปแล้วมาเป็นข้อมูลหลังบ้าน เป็น Big Data ซึ่งสามารถนำไปวิเคราะห์ด้วย AI เพื่อแนะนำสินค้าที่เกี่ยวข้องหรือน่าจะเป็นสินค้าที่ลูกค้าต้องการซื้อในครั้งต่อไป อีกทั้งจากข้อมูลเหล่านี้ยังสามารถทำให้เราเห็นว่าคนที่เป็นทั้งผู้บริโภค ผู้แนะนำสินค้าไปบอกต่อให้ใคร บอกต่อแบบถูกต้องและมีธรรมาภิบาลหรือไม่ ซึ่ง JC Smart จะเป็นเครื่องมือที่ทำให้เราสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ได้ รวมถึงเป็นเกตเวย์ในการให้ข้อมูลสื่อสารและการติดตามข้อมูลต่างๆ ด้วยระบบของ JC Smart ทำให้เราสามารถจัดกลุ่มคนที่เข้ามาได้ว่าแต่ละคนที่เข้ามาชอบสินค้าแบบไหน เพื่อให้เราสามารถส่งโปรโมชันให้ลูกค้าแบบ Personalized ทราบความต้องการของลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจง เทคโนโลยีนี้ทำให้เราเข้าถึงคนได้ในจำนวนมากขึ้น สร้างความสะดวกสบาย โปร่งใสให้กับธุรกิจของเรา”
อย่างไรก็ตาม ดร.ฐัช มองว่า การเรียนรู้ที่จะเติบโตของนักธุรกิจไม่ได้มีแค่ส่วนของเทคโนโลยีอย่าง JC Smart แต่จำเป็นต้องทำความเข้าใจด้วยว่าคนที่จะเข้ามาในระบบเป็นใคร เป็นผู้บริโภค นักขาย นักสร้างองค์กร หรือผู้ประกอบการ มีความต้องการอย่างไร เพราะแต่ละกลุ่มจะมีความต้องการที่แตกต่างกัน การเรียนรู้ให้เข้าใจจะช่วยสร้างระบบที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม
ก้าวต่อไปของ JC Smart ดร.ฐัช มองว่าคือการเน้นสร้างประสบการณ์ที่ดีในการใช้เทคโนโลยีอย่าง JC Smart ที่ต้องง่ายต่อการเข้าถึงและใช้งาน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถบอกต่อระบบการทำงานของ J&C ว่าเป็นระบบที่มีการวางแผนการใช้งานที่ดี ทั้งการแนะนำสินค้า การสนับสนุนการขาย การฝึกอบรม ผ่านการทำงานของคน Chatbot รวมถึงการทำงานของ AI ซึ่งสามารถเชื่อมโยงให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดสามารถเติบโตไปด้วยกัน

สุดท้ายแล้วการปรับตัวทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ กระบวนการทำงาน และการพัฒนาคน รวมถึงการเสริมเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้ได้การทำงานที่ไหลลื่นและเรียบง่าย จะช่วยให้ J&C สามารถตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้บริโภคและผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจของ J&C ทั้งนักขาย นักสร้างองค์กรผู้ประกอบการ พร้อมขยายการเติบโตอย่างมั่นคงต่อไปในอนาคต