ปีที่ผ่านมาเรียกว่าเป็นปีทองของ PTG จริงๆ เพราะสามารถทำ New High ได้หลายอย่างด้วยกัน
เริ่มจากฝั่งธุรกิจน้ำมัน PTG ทำสถิติการจำหน่ายน้ำมันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 6,548 ล้านลิตร เติบโต 12.9% ที่สำคัญคือเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่โตเพียง 0.4% ถึง10 เท่า และยังเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 21.9% จาก Same-Store Sales Growth (SSSG) กว่า 11.6% YoY
ในฟากของธุรกิจ Non-Oil ทาง PTG ก็มีตัวเลขที่น่าอัศจรรย์เช่นกัน คือมีรายได้เติบโต 31.2% ในขณะที่กำไรขั้นต้นของธุรกิจ Non-Oil เพิ่มขึ้น 35% โดยมีกาแฟพันธุ์ไทยเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนธุรกิจ Non-Oil ด้วยการเติบโตที่โดดเด่นของกำไรขั้นต้น ซึ่งเพิ่มขึ้น 80.2% YoY จากการขยายสาขาเฉลี่ยกว่า 1.3 สาขาต่อวัน ไปยังสถานีบริการน้ำมันและภายนอกสถานีบริการน้ำมันที่มีศักยภาพ ขณะที่ Autobacs ซึ่งประกอบธุรกิจศูนย์ซ่อมบำรุงรถยนต์ และศูนย์บริการมาตรฐานระดับญี่ปุ่น กำไรขั้นต้นเติบโต 70.9% จากการขยายสาขาเป็น 117 สาขาภายในปี 2567 โดยมีรายได้เติบโตด้วยเช่นกันที่ 76%
พิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวว่าเบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ มาจากการให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบ CRM โดยมี PT Max Card เป็นตัวขับเคลื่อน
“เราเริ่มทำระบบบัตรสมาชิกมาตั้งแต่ปี 2554 ตั้งแต่ยังเป็นสมุดจด ปีแรกเรามี 300,000 กว่าสมาชิก ปัจจุบัน PTG มีสมาชิก MAX Card 25 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 3 ของประชากรไทย หลักๆ ตอนนี้เรามีบัตรเขียว PT Max Card, บัตรแดง PT Max Card Plus ซึ่งเป็นระบบสมาชิกรายปี และ PT Max Card Plus EV สำหรับรถไฟฟ้า เราพยายามเดิน หน้าพัฒนา PT Max Card ไปสู่อนาคตที่เป็นมากกว่าการสะสมแต้ม PT Max Card คือหัวใจธุรกิจของ PTG ที่จะช่วยขยายธุรกิจใหม่ๆ ก้าวสู่ Max World โลกใหม่ของ PTG ที่ไปไกลกว่าเดิม
วันนี้ต้นไม้จะเจริญงอกงามดีหรือไม่ดี ระบบสมาชิก PT Max Card คือพระอาทิตย์ที่จะให้แสงสว่างเพื่อทําให้ใบไม้สังเคราะห์แสง นี่คือสิ่งที่ผมเรียนมา นี่ก็คือระบบนิเวศวิทยา Max World จะยิ่งใหญ่ ต้องมีการเชื่อมโยงกันทั้งหมด”

การสร้าง Ecosystem เพื่อไปสู่ MAX World ของ PTG นั้น พิทักษ์ อธิบายว่า ทางบริษัทได้วางกลยุทธ์ One Stop Destination ไว้ในแผนธุรกิจโดยจะดำเนินงานผ่าน 3 คีย์หลัก คือ
1. Expandion ขยายธุรกิจให้ครอบคลุมกว่าเดิม
2. Renovation ปรับปรุงสถานีบริการและร้านค้าที่มีอยู่ให้สมบูรณ์
3. Completion เติมส่วนที่ยังขาดให้ครบครัน สถานีบริการน้ำมันต้องไม่มีแต่น้ำมัน ต้องมีให้ครบบริการ เช่น เพิ่มหัวชาร์จไฟ ELEX by EGAT PT
พิทักษ์ พูดย้ำมา 2 ปีติดแล้วว่า PTG เกิดเป็นคนตัวเล็กที่เกิดในภูธรที่พร้อมจะพัฒนาตัวเองให้เติบใหญ่ทุกๆ ด้านเสมอว่า “ถ้าเล็กไม่เป็นก็ใหญ่ไม่ได้”
ปัจจุบัน PTG มีรายได้จากกลุ่ม Oil ประมาณ 75% และจาก Non-Oil ประมาณ 25% เป้าหมายของ PTG นั้นต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้ของ Non-Oil ขึ้นมาเป็น 50% ในปี 2028 โดยรายได้ของ Non-Oil ที่เพิ่มขึ้นมานี้จะมาจากธุรกิจ Food & Beverage ประมาณ 50%
ลงลึกในรายละเอียดของธุรกิจ Non-Oil พบว่า หัวหอกที่จะทำให้ PTG บรรลุเป้าหมายนั้นก็คือกาแฟพันธุ์ไทย ซึ่งปัจจุบันมีสาขาอยู่ 2,266 สาขา ซึ่งปีที่ผ่านมากาแฟพันธุ์ไทยมีการเติบโตถึง 12 เท่า โดยมีการเปิดสาขาใหม่เฉลี่ยถึง 1.3 สาขาต่อวัน ในจำนวนนี้เป็นสาขาที่อยู่นอกสถานีบริการน้ำมันถึง 43% เฉพาะไตรมาสที่ 4 ของปี 2024 พันธุ์ไทยสามารถขยายสาขาได้ถึง 211 สาขา หรือเฉลี่ยเปิดวันละ 2.5 สาขา ต่อละสาขาใช้เวลาก่อสร้างเพียง 38 วัน
ปีนี้ PTG คาดว่าจะสามารถเปิดสาขาใหม่ได้อีกอย่างน้อย 600 สาขา ส่วนในระยะยาวจะสามารถเปิดสาขาจนครบ 5,000 สาขา ในปี 2028
อีกธุรกิจอาหารในเครือ PTG ที่ทางบริษัทวางไว้ว่าจะเป็นดาวรุ่งในอนาคตก็คือ Subway ที่ซื้อสิทธิ์มาสเตอร์ แฟรนไชส์เข้ามาเมื่อไม่นานมานี้ โดยปีที่แล้วสามารถเปิดสาขาใหม่ได้ 20 สาขา และในปีนี้ทางบริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ไว้อย่างน้อย 50 สาขา

สำหรับธุรกิจศูนย์บริการรถยนต์ฟาสต์ฟิต หรือ Fast Fit ทางที่ PTG มีแบรนด์ Autobacs อยู่ในมือ ปีที่ผ่านมาก็มีตัวเลขการเติบโตสูงถึง 76% โดยปัจจุบันมีสาขาอยู่ทั้งสิ้น 117 สาขา
ส่วนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับรถไฟฟ้าปีนี้ทาง PTG มีแผนจะเพิ่มสถานีชาร์จไฟฟ้า ELEX by GAT PT ที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 200 แห่ง เพิ่มขึ้นแต่ต้องเป็นไปตามความต้องการของตลาด
“สถานีชาร์จเรายังขยายตามปกติแต่ตอนนี้เราลดสปีดมาหน่อย เพราะมั่นใจว่า 200 กว่าแห่งที่มีครอบคลุมการเดินทางทั่วไปแล้ว ตอนนี้เรารอดูการเติบโตของตลาดรถไฟฟ้าเพราะงานแสดงรถยนต์ 2 ครั้งหลังยอดตัวเลขเริ่มเติบโตช้าลง แต่ถ้าตลาดกลับมาเมื่อไหร่ เราทำเร็วถ้าตลาดโตเร็วและมั่นใจว่าใช่ เราขยายเร็วแน่นอน เพราะการลงทุนหลักๆ ของสถานีอยู่ที่การเลือกหัวชาร์จใช้เงินลงทุนตัวเลขกลมๆ ประมาณ 30 ล้านไม่รวมที่ดินเราทำได้แน่นอน”
ปีนี้ ทาง PTG มีแผนที่จะเปิดปั๊ม EV 100% แห่งแรกที่บริเวณลาดพร้าว- วังหินในชื่อ GIGA EV ไม่เกินไตรมาส 2 ของปีนี้
“ความต่างของปั๊มน้ำมันกับไฟฟ้า คือไลฟ์สไตล์ของคนใช้งาน EV จะเน้นเทคโนโลยีมากหน่อย ร้านอาหารในปั๊ม เราจะอาจจะเน้น Take Home มากกว่าเราพยายามออกแบบ GIGA EV ให้เป็นสถานียุคใหม่ที่ดูทันสมัยไม่มีหัวจ่ายน้ำมัน ส่วนเป้าการขยายสาขาคงต้องรอดูผลตอบรับจากสาขาแรกก่อน”
ปีนี้ คาดว่า PTG จะต้องใช้เงินลงทุนกับทุกกิจการประมาณ 7,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้จะลงทุนกับธุรกิจ Non-Oil ประมาณ 2 ใน 3 ที่เหลือจะเป็นการลงทุนในธุรกิจ Oil ทั้งเปิดสาขาใหม่และปรับปรุงของเดิม
สุดท้ายกับการพัฒนาแอปพลิเคชัน Max Me ซึ่งปัจจุบันมีคนดาวน์โหลดไปใช้งานแล้วว่า1,345,752 คน มีสมาชิกที่Active 377,000 บัญชีและมีการซื้อสินค้าผ่านแอปกว่า 2,500,000 ล้านครั้ง ทาง PTG ตั้งเป้าหมายว่าจะให้สมาชิก PT Max Card ที่มาอยู่กว่า 25 ล้านคน เพิ่มทางเลือกด้วยการใช้แอป Max Me อีก 1 ล้านสมาชิกในปีนี้
“เราตั้งเป้าหมายเพิ่มขึ้น 1 ล้านบัญชีต่อปี ให้คนเข้ามาใช้แอปเพิ่ม เราก็เข้าใจลูกค้าของเราเพราะส่วนหนึ่งเราโตมาจากสาขาต่างจังหวัดซึ่งยังนิยมใช้บัตรในการยืนยันตัวตน เราต้องเพิ่มการสื่อสารข้อดีของแอปไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะดวกสบายความรวดเร็วในการใช้แอป ใช้แต้มรวดเร็วกว่า ไม่ต้องพกบัตรให้ยุ่งยาก ซึ่งตรงนี้อาจจะต้องใช้เวลา” รังสรรค์ พวงปราง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงินและความยั่งยืนอธิบาย
