จากแนวโน้มของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าไทยที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG หนึ่งในผู้เล่นรายสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงาน เล็งเห็นโอกาสสร้าง New S-Curve ให้กับการเติบโตทางธุรกิจจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งด้วยการขยายเครือข่ายธุรกิจ Non-Oil ด้วยการเปิดสถานีบริการ PT GIGA EV ต้นแบบสถานีบริการรูปแบบใหม่ที่เป็น Only EV มุ่งเน้นการรองรับกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า บนทำเลศักยภาพย่านลาดพร้าว-วังหินเป็นสาขาแรกของ PTG
โดย PTG เลือกปักหมุดสถานีบริการ PT GIGA EV สาขาแรกบนถนนลาดพร้าว–วังหิน จากวิสัยทัศน์ที่มองเห็นศักยภาพของการเป็นทำเลทองที่มีการเติบโตของชุมชนเมืองสูง และมีความต้องการใช้บริการสถานีชาร์จไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริเวณโดยรอบสถานียังเต็มไปด้วยแหล่งที่พักอาศัย อาทิ หมู่บ้านและคอนโดมิเนียม โดยสถานีบริการแห่งนี้ใช้งบลงทุนกว่า 40 ล้านบาท เพื่อสร้างให้เป็นสถานีบริการต้นแบบที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ด้วย EleX by EGAT PT 5 ตู้ชาร์จ จำนวน 10 หัวชาร์จไฟฟ้า รองรับกำลังอัดประจุสูงสุดที่ 180 kW จากระบบ Fast Charge ใช้เวลาประมาณ 25-30 นาทีต่อคัน และสามารถรองรับรถที่เข้ามาใช้บริการได้สูงสุดถึง 250 คันต่อวัน


คุณพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) กล่าวว่า ปัจจุบันการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้ามีกระแสตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคจึงมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับทิศทางของนโยบายภาครัฐ ภาคเอกชน และความตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อม PTG จึงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการที่เกี่ยวข้อง โดยการเปิดสถานีบริการรูปแบบใหม่ “PT GIGA EV” จะเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญของการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้กับประเทศไทยในอนาคต และเป็นจุดเริ่มต้นการขยายเครือข่ายของพลังงานสะอาดในอนาคต

“PT GIGA EV ถือเป็นสถานีต้นแบบที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของ PTG ในการก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการพลังงานสะอาด โดยมีจุดเด่นสำคัญ 3 ประการ คือ หนึ่ง ทำเลที่ตั้งอยู่บนถนนใหญ่ในย่านที่มีประชากรหนาแน่น สอง เป็นสถานีบริการสำหรับรถไฟฟ้าโดยเฉพาะที่ไม่มีน้ำมันเข้ามาเกี่ยวข้องมีโครงสร้างรองรับตู้ชาร์จไฟหลายจุด และ สาม ความครบวงจรของบริการภายในพื้นที่ มีการออกแบบพื้นที่ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย พร้อมให้บริการแบบ Soft Shopping ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของผู้ใช้ได้มากกว่าการแวะมาชาร์จรถเพียงอย่างเดียว สำหรับถนนลาดพร้าว-วังหิน เป็นจุดที่มีคอนโดมิเนียมและหมู่บ้านเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เรายังใช้หลักเกณฑ์การพิจารณาจากจำนวนรถอีวีที่จดทะเบียนในแต่ละพื้นที่ และวิเคราะห์ข้อมูลจากหน่วยงานขนส่ง สำหรับปีนี้ภาพรวมการจดทะเบียนรถอีวีคาดว่าจะอยู่ที่ 120,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มีอยู่ราว 90,000 คัน”
PTG ยังสร้างจุดขายที่น่าสนใจให้กับสถานีบริการ “PT GIGA EV” ด้วยการนำจุดแข็งจากกลุ่มธุรกิจ Non-Oil มาเติมเต็มไลฟ์สไตล์พร้อมประสบการณ์ให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในแบบที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ได้แก่ ร้านกาแฟพันธุ์ไทย ร้านอาหาร Subway และศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ครบวงจร AUTOBACS เข้ามาไว้ภายในสถานี เพื่อสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ สำหรับการชาร์จพลังงานให้กับรถยนต์และลูกค้าด้วยจุดบริการที่สามารถพักผ่อน และดูแลรถยนต์ไปพร้อมกัน สะท้อนให้เห็นกลยุทธ์การมองลูกค้าเป็นสำคัญทั้งกลุ่มลูกค้ารถยนต์สันดาป และรถยนต์ไฟฟ้า


คุณพิทักษ์ กล่าวเสริมว่า สถานีบริการ “PT GIGA EV” ถูกออกแบบให้มีความกะทัดรัด ใช้พื้นที่คุ้มค่า และเข้าถึงง่าย เน้นการให้บริการอย่างครบวงจรเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้รถอีวีในทุกมิติของไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถยนต์อีวี เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีการเชื่อมโยงกับระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ผ่านระบบบัตรสมาชิก PT Max Card และ Max Card Plus ที่ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกกว่า 25 ล้านราย อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการต่อยอดกลุ่มธุรกิจ Non-Oil ให้ขยายบทบาทจากการเป็นพื้นที่บริการไปสู่จุดเชื่อมโยงไลฟ์สไตล์สำหรับผู้ใช้รถยนต์อีวีในปัจจุบัน และยังเป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ PTG ที่ต้องการให้คนไทย “อยู่ดี มีสุข” ในทุกภาคส่วน
“ปัจจุบัน PTG มีสถานีชาร์จไฟฟ้ากระจายอยู่กว่า 200 จุดทั่วประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในสถานีบริการน้ำมันแบบครบวงจร แต่การตั้งสถานีแบบชาร์จอย่างเดียวถือเป็นครั้งแรกและจะใช้เป็นโมเดลต้นแบบในการขยายสาขาในอนาคต หากผลตอบรับดีเราใช้เวลาเพียง 3-4 เดือนก็สามารถก่อสร้างสถานีลักษณะนี้ได้อีกหลายแห่ง ในอนาคตอาจมีการขยายสาขาเพิ่มเติมนอกเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล หากมีจำนวนรถอีวีที่มากพอในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของไทย” คุณพิทักษ์ กล่าว