โลกกำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมอาหาร ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในด้านความมั่นคงทางอาหาร จากปัจจัยต่างๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) หรือการเติบโตของประชากรโลกที่คาดว่าจะสูงถึง 10,000 ล้านคนในปี 2050 สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ความต้องการอาหารเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ผู้บริโภคและอุตสาหกรรมอาหารจึงต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งอาหารที่ยั่งยืนได้

บริษัท พรีเซิร์ฟ ฟู้ด สเปเชียลตี้ จำกัด (PFS) หนึ่งในผู้นำด้านการผลิตอาหารอบแห้งครบวงจรของไทย ด้วยประสบการณ์กว่า 3 ทศวรรษได้วางกลยุทธ์ที่ไม่เพียงรับมือกับความท้าทายนี้ แต่ยังมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจผ่านการพัฒนานวัตกรรมด้านอาหารที่ตอบโจทย์ทั้งตลาดภายในและต่างประเทศ
PFS ไม่ได้เติบโตเพียงแค่จากการผลิตอาหารอบแห้ง แต่สิ่งที่ทำให้บริษัทนี้แตกต่างคือการสร้าง Value Chain ที่เชื่อมโยงตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ การพัฒนาเทคโนโลยีการแปรรูป จนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดทั้ง B2B และ B2C
เส้นทางของ PFS เริ่มต้นธุรกิจด้วยการผลิตอาหารแปรรูปในปี พ.ศ. 2537 จากโรงงานเล็กๆ สู่ผู้นำด้านนวัตกรรมอาหารที่ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Freeze Drying, Spray Drying หรือ Extraction Technology ที่ช่วยคงคุณภาพของวัตถุดิบและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม
ก้าวสำคัญที่ทำให้ PFS เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น คือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Coffee Dreamy ในปี พ.ศ. 2545 ซึ่งกลายเป็นผลิตภัณฑ์หลักในตลาดครีมเทียม และส่งออกไปหลายประเทศทั่วโลก PFS ยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง โดยการเปิด Freeze Dry Building 2 ในปี พ.ศ. 2547 และอาคาร Quality Assurance and Accreditation ในปี พ.ศ. 2549 เพื่อยกระดับมาตรฐานคุณภาพสู่ระดับสากล
ปี พ.ศ. 2563 PFS ได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์สู่ตลาดเครื่องดื่มยุคใหม่ด้วย Dreamy Bubble Milk Tea และล่าสุดในปี พ.ศ. 2567 บริษัทได้เปิดตัว R&D Technical Center เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมและวิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ PFS ที่จะก้าวไปสู่อนาคตของอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป

คุณวรภาส มหัทธโนบล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเซิร์ฟ ฟู้ด สเปเชียลตี้ จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 30 ปีของ PFS เราไม่หยุดพัฒนา พร้อมมุ่งมั่นขับเคลื่อนนวัตกรรมใหม่ๆ ในเทคโนโลยีการถนอมอาหาร การพัฒนาและการผลิตที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพันธมิตรและผู้บริโภค เพราะเราเชื่อว่า ‘คุณภาพ’ คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เรายืนหยัดในฐานะผู้นำอุตสาหกรรม”
ในวาระครบรอบ 30 ปี PFSได้เปิดตัวโลโก้ใหม่สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของบริษัท และเป็นสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ที่สำคัญคือการเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้สำหรับผู้บริโภคและพันธมิตรทางธุรกิจ
“โลโก้ใหม่ของ PFS จะไม่เพียงเป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงการเติบโต แต่จะเป็นสัญญาใจของ PFS ต่อพันธมิตรธุรกิจที่จะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ไม่หยุดยั้ง เราจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” คุณวรภาสกล่าว
นอกจากนี้ PFS ได้จัดงานสัมมนา “Food Insecurity and The Next Chapter” ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมหาแนวทางรับมือกับวิกฤตอาหารโลก โดยมุ่งเน้นการคิดและปรับตัวกับทุกมิติเพื่อเข้าถึงแหล่งอาหารโลกในอนาคต (Future Food) เพราะนวัตกรรมการแปรรูปอาหาร ไม่เพียงช่วยเพิ่มอายุการเก็บรักษา แต่ยังช่วยถนอมคุณค่าทางโภชนาการของวัตถุดิบได้อีกด้วย

ภายในงานมีการพูดคุยถึงแนวโน้มอุตสาหกรรมอาหารในอนาคต โดยเฉพาะตลาดสุขภาพและความยั่งยืนที่กำลังเติบโต การนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาปรับใช้ในกระบวนการผลิต และการขยายตลาดผ่านพาร์ตเนอร์เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันโดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและมองหาโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การเติบโตของ PFS ไม่ใช่เพียงการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ซึ่งปีนี้ PFS ได้ออกสินค้าใหม่ 3 กลุ่ม ได้แก่ Bite Me Yogurt Smoothie Freeze Dry 3 สูตร ประกอบด้วย สูตร Vitamin C, Vitamin E, Fiber และ Dreamy Fruit Tea with Stevia 5 รสชาติ ประกอบด้วย Apple, Yuzu, Peach, Mixed Berries, Honey Lemon และสุดท้ายเป็น Dreamy Natural Oat Milk Creamer เป็นครีมเมอร์จากน้ำมันมะพร้าวและโปรตีนนมโอ๊ต
PFS มีการลงทุนด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำมาใช้ในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะเทคโนโลยีการถนอมอาหารที่ช่วยรักษาคุณภาพและความสดของวัตถุดิบให้คงอยู่ในสินค้าสำเร็จรูปใช้กระบวนการผลิตที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็นการแช่แข็ง (Frozen Technology) ที่คงรสชาติและสีของผลไม้ การสเปรย์ ดราย (Spray Drying) สำหรับผลิตภัณฑ์นมและครีมเทียม การดรัมดราย (Drum Drying) ที่ให้ผงแป้งมีคุณภาพสูง การทำแห้งด้วยลม (Air Drying) สำหรับเครื่องเทศและผัก การสกัดสารอาหาร (Extraction Technology) ที่ใช้ในซุป และการฟรีซดราย (Freeze Drying) ที่ช่วยถนอมอาหารทะเลและเนื้อสัตว์ให้อยู่ในรูปแบบที่สะดวกต่อการใช้งาน

คุณภาณุ มหัทธโนบล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท พรีเซิร์ฟ ฟู้ดสเปเชียลตี้ จำกัด กล่าวว่า “การลงทุนใน R&D คือการยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ดีที่สุด เพราะเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าของ PFS ไม่เพียงช่วยยืดอายุอาหาร แต่ยังตอบโจทย์อุตสาหกรรมที่ต้องการคุณภาพระดับพรีเมียม ทั้งอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งเป็นตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน โดยการเพิ่มกำลังการผลิตทั้ง Freeze Dry และ Spray Dry รวมถึงการเปิดสายการผลิตใหม่ในกลุ่ม Frozen ด้วยเทคโนโลยี Individual Quick Frozen หรือ IQF และการผลักดัน R&D Technical Center เพื่อการวิจัยพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมที่สอดรับกับเทรนด์ Global Health and Sustainability อีกด้วยสิ่งเหล่านี้ทำให้เราสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง”
ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา PFS ไม่เพียงเติบโตอย่างมั่นคง แต่ยังขับเคลื่อนธุรกิจด้วย “นวัตกรรม” และ “คุณภาพ” จนก้าวสู่การเป็นแบรนด์ระดับสากล พิสูจน์ให้เห็นว่าความสำเร็จที่เกิดจากความมุ่งมั่นและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ PFS ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตอาหารอบแห้งครบวงจรของไทยแต่ยังเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับโลก