เทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นกับศูนย์การค้าของบ้านเรา ตามคำบอกเล่าของ ตะติยะ ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ก็คือศูนย์การค้าในช่วงเวลาถัดจากนี้ไปจะต้องมุ่งตอบโจทย์เรื่องของ Taste & Style ของลูกค้า ที่ค่อนข้างจะเป็นไลฟ์สไตล์ที่แยกย่อยออกไปมากขึ้น ตามการยกระดับการใช้ชีวิตของลูกค้า โดยปัจจุบันศูนย์การค้าต้องเป็นมากกว่าสถานที่ช้อปปิ้ง ต้องเป็นพื้นที่ที่มอบประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจ และสะท้อนตัวตนของผู้บริโภค
นั่นคือเหตุผลสำคัญที่ซีคอนสแควร์ต้องทุ่มงบถึง 5,000 ล้านบาทกำหนดแผนพัฒนาครอบคลุมระยะ 5 ปี เพื่อยกระดับสู่ศูนย์การค้าในเครือทั้งซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ และบางแค ให้ทันสมัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกเจนเนอเรชัน
การทุ่มงบเพื่อรีโนเวทครั้งใหญ่นี้ ถือเป็นช่วงเวลาของการปรับเปลี่ยนของซีคอนสแควร์พอดี โดยเฉพาะกับผู้เช่ารายใหญ่อย่างห้างสรรพสินค้าโรบินสัน และโลตัส ไฮเปอร์มาร์เก็ต หมดสัญญาลง ทำให้ซีคอนสแควร์ ต้องมีการปรับพื้นที่ดังกล่าวด้วยการเติมเต็มสิ่งใหม่ๆ เข้าไป เพื่อตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยการเปลี่ยนแปลงในเรื่องไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในย่านตะวันออกของกรุงเทพฯ ที่รวมถึงย่านถนนศรีนครินทร์ ที่เกิดขึ้นมาตลอดในช่วง 4 – 5 ปีหลังมานี้ โดยในย่านนี้มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ของผู้พัฒนาที่ดินรายใหญ่หลายรายเกิดขึ้นมากมาย
เช่นเดียวกับการมีโรงเรียนนานาชาติเข้ามาเปิดในย่านนี้ถึงร่วม 20 โรงเรียน ก็เป็นอีกตัวสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ที่สำคัญการเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าสายสีเหลือง กลายเป็นตัวช่วยทำให้ย่านศรีนครินทร์มีความคึกคักมากขึ้น

ขณะเดียวกัน การเกิดขึ้นของโครงการมิกซ์ยูสของกลุ่มเดอะมอลล์อย่าง “Bangkok Mall” และการรีโนเวทครั้งใหญ่ของเซ็นทรัลบางนาของเซ็นทรัลพัฒนา กลายเป็นอีกปัจจัยที่เข้ามาเป็นตัวเร่งให้ศูนย์การค้าในย่านนี้เกิดความเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าอีกครั้ง
“ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ มีการยกระดับโครงสร้างและปรับโฉมพื้นที่ใหม่ด้วยการเปิดตัว "MyScape" โซนพิเศษที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ เช่นเดียวกับการยกระดับ ซีคอน บางแค ให้เป็นศูนย์รวมของแบรนด์ชั้นนำและไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและเพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่ศูนย์ฯ เพราะปัจจุบันธุรกิจศูนย์การค้ามีการแข่งขันที่เข้มข้น อีกทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ศูนย์การค้าจึงต้องสร้างความแตกต่างและนำเสนอสิ่งใหม่ๆ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด เรากำลังปรับปรุงซีคอนฯ ให้กลายเป็นศูนย์การค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างชัดเจน ซึ่งแตกต่างจากศูนย์การค้าอื่นๆ ด้วยการรวม Specialty Zones และ Attractions หลากหลายรูปแบบเข้าไว้ด้วยกัน”
การลงทุน 5,000 ล้านบาทนี้จะประกอบไปด้วย 5 โครงการ ที่จะเข้ามาช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ตอกย้ำศักยภาพของศูนย์การค้าให้เป็นจุดหมายที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์บนพื้นที่ร่วม 100,000 ตารางเมตร"
ไล่ตั้งแต่ การเปิดพื้นที่โซน MunMun Srinakarin (มันมัน ศรีนครินทร์) พลิกโฉมพื้นที่กว่า 27,000 ตารางเมตร ให้เป็นศูนย์การค้าด้านศิลปะและงานคราฟต์แห่งแรกของไทยสู่ Art Destination
รวมถึงการปรับพื้นที่ฝั่ง Lotus’s ตั้งแต่ชั้นที่ 1 - 4 ร่วม 40,000 ตารางเมตร พัฒนาสู่โซนไลฟ์สไตล์ครบวงจร ประกอบด้วยร้านอาหารแบรนด์ดังที่มีเอกลักษณ์ โซนการศึกษา โซนกีฬาที่ตอบรับเทรนด์สุขภาพ โซนเอนเตอร์เทนเมนต์ พร้อมทั้งปรับโฉมศูนย์อาหารซึ่งถือได้ว่าเป็นศูนย์อาหารที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

อีกทั้งยังปรับปรุงสวนสนุกโยโย่แลนด์ซึ่งเป็นสวนสนุกในร่มแห่งเดียวในประเทศไทย สำหรับรองรับกลุ่มครอบครัวคนรุ่นใหม่ พร้อมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าอีก 2 โครงการคือทางเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีเหลือง จากสถานีสวนหลวง ร.9 เข้าสู่ศูนย์การค้าโดยตรง และเพื่อรองรับการเติบโตของศูนย์การค้าฯ จึงพัฒนาโครงการอาคารจอดรถแห่งใหม่เพิ่มอีกหนึ่งอาคาร สามารถรองรับรถยนต์ได้เพิ่มขึ้นถึง 2,000 คัน
ทำให้ทั้งศูนย์ฯ สามารถรองรับรถยนต์ได้ทั้งสิ้นกว่า 10,000 คัน เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้นแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น ซึ่งโครงการอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง
อีกหนึ่งโปรเจกต์สำคัญที่ถือเป็นไฮไลต์คือ MyScape จะนำพื้นที่ขนาดใหญ่ภายในศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ฝั่งที่เคยเป็นห้างสรรพสินค้าโรบินสันเดิม มาพัฒนาเป็นคอมมูนิตี้ใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ได้ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์แบรนด์ชั้นนำสร้างสรรค์แหล่งชอปปิ้งที่ทันสมัยและแตกต่าง
การเปิดโซน "MyScape" ของซีคอนสแควร์ ถือเป็นไฮไลต์สำคัญของการปรับโฉมในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นโซนใหม่ที่ถูกทำขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในเจน Z อย่างแท้จริง ด้วยแนวคิด “Where Specialty Brands Meet Specialty Minds” โดยซีคอนใช้งบลงทุนในส่วนนี้ถึง 2,500 ล้านบาท หรือครึ่งหนึ่งของงบลงทุนที่วางไว้ในแผน 5 ปี
ประภา จิตวิวัฒน์พร ผู้อำนวยการสายงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ให้รายละเอียดว่า MyScape คือศูนย์รวมของ Specialty Brands ที่นำเสนอประสบการณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง บนพื้นที่กว่า 40,000 ตร.ม. พัฒนาเป็น 4 โซนหลัก เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล
เริ่มจากชั้นที่ 1 MyPulse คือพื้นที่สำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์เต็มไปด้วยพลังและความกระฉับกระเฉง ส่วนชั้น 2 คือพื้นที่ที่เรียกว่า MySelf ถูกออกแบบมาเพื่อผู้ที่มองหาความโดดเด่นในสไตล์และการแสดงออกที่เป็นตัวตนของตัวเอง ขณะที่ชั้น 3 My Chill-Out เป็นพื้นที่สำหรับการพักผ่อนและการพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง และสุดท้ายพื้นที่ชั้น 4 My Dine Scape คือโซนที่เติมเต็มประสบการณ์สุดพิเศษซึ่งรสนิยมด้านอาหารและบรรยากาศสุดพรีเมียม ด้วยแนวคิดที่แตกต่างและการออกแบบที่รองรับทุกมิติของการใช้ชีวิต MyScape พร้อมแล้วที่จะเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างลงตัว คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการในปี 2569
“ศูนย์การค้าในปัจจุบันต้องปรับตัวให้รองรับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เพราะปัจจุบันผู้บริโภคมองหาประสบการณ์ที่มากกว่าความต้องการซื้อสินค้าเพียงเท่านั้น แต่ต้องการสถานที่ที่สามารถสะท้อนตัวตน มีเอกลักษณ์เฉพาะ และให้คุณค่าในเชิงสังคมและวัฒนธรรม “MyScape” จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็น "พื้นที่แห่งประสบการณ์" ที่ผสมผสานไลฟ์สไตล์คอมมูนิตี้ ศูนย์การค้า และศูนย์รวมของแบรนด์ชั้นนำให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด ที่เป็นมากกว่าพื้นที่ค้าปลีก แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าและแบรนด์สามารถสร้างความเชื่อมโยงซึ่งกันและกันได้ เราเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางชุมชนผู้มีกำลังซื้อสูงในกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก ที่รายล้อมไปด้วยโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่ โรงเรียนนานาชาติชั้นนำ และการเชื่อมต่อโดยตรงกับรถไฟฟ้าสายสีเหลือง"
ซีคอนสแควร์ ถือเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่เข้ามาบุกเบิกและยกระดับการช้อปปิ้งในย่านถนนศรีนครินทร์ ด้วยพื้นที่ให้บริการ 500,000 ตารางเมตร มีร้านค้าในศูนย์ประมาณ 500 ร้านค้า และจะเพิ่มขึ้นอีก 150 ร้านค้าภายในปี 2026 ที่จะเปิดให้บริการในส่วนของ MyScape

ขณะที่การรองรับลูกค้านั้น ศูนย์ขนาดใหญ่แห่งนี้ Catchment Area ที่รองรับลูกค้าประมาณ 5 กิโลเมตร โดยในปีที่ผ่านมา มีทราฟฟิก หมุนเวียนในศูนย์ประมาณ 32 ล้านคน เพิ่มขึ้นประมาณ 6.25%
ส่วนซีคอน บางแคนั้น มีพื้นที่โดยรวมประมาณ 300,000 ตารางเมตร มีจำนวนร้านค้า 250 ร้านค้า ตลอดทั้งปี 2567 ที่ผ่านมา มีลูกค้าหมุนเวียนในศูนย์รวม 22 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10% โดยในปีนี้ ซีคอน บางแคจะมีการปรับโฉมพื้นที่ใหม่กว่า 2,000 ตร.ม. พร้อมเสริมทัพแบรนด์ดังทั้งโซนร้านอาหาร แฟชั่น ไอที การศึกษา และเอนเตอร์เทนเมนต์ เอาใจคนรุ่นใหม่
Attractions ใหม่ที่ถูกเติมเข้าไป ก็มี เช่น Space & Time Cube+ พิพิธภัณฑ์ 3D Immersive Arts และ Harudot by Nana Coffee Roasters ซึ่งจะเข้ามาช่วยยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างดี
ดร.จักรพล จันทวิมล ผู้อำนวยการ สำนักสื่อสารการตลาด บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บอกว่า การพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการขยายฐานลูกค้า สิ่งสำคัญคือการสื่อสารการตลาดที่มีประสิทธิภาพ โดยซีคอน จะมุ่งสร้างสรรค์แคมเปญและอีเวนต์ที่มีเอกลักษณ์ แตกต่างจากคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานแสดงศิลปะ กิจกรรมสำหรับชุมชน และการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ในการสร้างแคมเปญพิเศษ การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในครั้งนี้ คาดว่าจะทำให้ยอด ผู้เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้น 20% และสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่โดยเฉพาะ Gen Z และกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงให้เข้ามาใช้บริการมากขึ้น
ทั้งหมดนั้นจะถูกร้อยเรียงเข้ามาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะทำให้บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) สามารถบรรลุเป้าหมายการสร้างรายได้รวมในปีนี้ เพิ่มขึ้น 8 – 10% จากปี 2567 ที่มีรายได้รวม 3,345 ล้านบาท....