ชินกฤต พันธ์กัทลี Associate Director Precision and Performance Strategy, Wavemaker Thailand อธิบายว่า
“การค้นหา” เป็นเรื่องที่คนแสดงออกอย่างชัดเจนว่ากำลังมองหาอะไรอยู่บนโลกดิจิทัล หมายความว่าถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งกำลังค้นหา
“แบรนด์” แล้วแบรนด์ไม่พร้อมที่จะรับฟัง แบรนด์นั้นจะพลาดโอกาสที่จะเข้าถึงกลุ่มคนที่เป็นเป้าหมายทางการขายทันที
ในยุคดิจิทัลการที่ผู้บริโภคจะเดินทางมาเจอแบรนด์ในโลกออนไลน์จึงเป็นเรื่องสำคัญที่นักการตลาดจะมองข้ามไม่ได้
ที่ผ่านมา การค้นหาของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จากสถิติล่าสุดพบว่าคนไทยค้นข้อมูลถึง 5.2 แพลตฟอร์มก่อนจะตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการบางอย่างซึ่งถือว่าเป็นค่าเฉลี่ยที่สูงมาก
“คนไม่ได้ค้นข้อมูลที่เดียวอีกต่อไป นักการตลาดต้องเริ่มต้นทำการตลาดผ่านการค้นหาใหม่ให้ครอบคลุมตามการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค”
ชินกฤต อธิบายว่า การเปลี่ยนพฤติกรรมการค้นข้อมูลของคนไทยมีผลมาจาก 4 ปัจจัย คือ
1. เทคโนโลยีเปลี่ยนโดยเฉพาะกับ AI ที่ก้าวไกลมากๆ ผู้บริโภคสามารถค้นหาคำตอบได้ตามที่ต้องการอย่างรวดเร็ว
2. Demographic เปลี่ยนทุกเจนเนอเรชัน ใช้อินเทอร์เน็ตได้ พฤติกรรมการใช้เริ่มเป็น Fragmentation
3. Lifestyle เปลี่ยนให้ผู้คนเร่งรีบมากขึ้นจึงต้องการข้อมูลเร็ว เข้าใจง่าย
4. เศรษฐกิจผันผวนและตกต่ำทำให้ผู้บริโภคมองหาดีลหรือโปรโมชันที่คุ้มค่าที่สุด
รูปแบบการเสิร์ชหลากหลายขึ้น
- Voice Search เพิ่มขึ้น 15%
- Image Search เพิ่มขึ้น 35%
- Social Search (เช่น TikTok) เพิ่มขึ้น 289%
- Generative AI Search (เช่น ChatGPT) คนไทยใช้ ChatGPT มากกว่า 10 ล้านคนต่อสัปดาห์
“รูปแบบการเสิร์ชตอนนี้หลากหลายขึ้น Voice Search เพิ่มขึ้น 15 เท่าในไทย Image Search เพิ่มขึ้น 35% พบว่า กลุ่มที่ใช้งานตรงนี้คือซิลเวอร์เจน เพราะว่าสะดวกไม่ต้องใส่แว่น การค้นหาผ่านรีเทลเคยมีตัวเลขรายงานว่า ผู้บริโภคค้นหาคำว่าสกินแคร์และเปรียบเทียบกันมากกว่า 81% เพราะต้องการหาดีลที่ดีต่อใจ ราคาที่ถูกเพราะว่าเศรษฐกิจไม่ดี ส่วน Social Search เช่น TikTok เพิ่มขึ้นถึง 289% เพราะคนต้องการความสะดวก การดูวิดีโอเข้าใจง่ายกว่าอ่านตัวหนังสือ เพราะว่ามันย่อยง่ายคนเลยนิยม และสุดท้าย Generative AI Search เช่น ChatGPT มีคนไทยใช้มากกว่า 10 ล้านคนต่อสัปดาห์” ชินกฤตอธิบาย

แบรนด์ต้องปรับตัวอย่างไร?ชินกฤต อธิบายว่า แบรนด์ต้องทำให้ครบ Loop โดยไม่มีทางเลือก ที่สำคัญคือแบรนด์ต้องเข้าใจบทบาทของแต่ละแพลตฟอร์ม ดังนี้
Traditional Search (Google) : สำหรับคนที่รู้แล้วว่าอยากได้อะไร
Retail Search : ค้นหาเพื่อเทียบราคาและรายละเอียดสินค้า คนพร้อมซื้อแค่รอดีล
Social Search : คนมาหาเทรนด์ดูรีวิวดู How to ด้วยการดูคลิปที่ย่อยมาแล้ว เพราะอัปเดตเร็ว เข้าใจง่าย
Generative AI Search (เช่น ChatGPT): คนอยากได้คำตอบที่ย่อยแล้ว เพราะสามารถค้นคำตอบแบบ Personalizedได้
เข้าใจ Consumer Journey แต่ละเครื่องมือ
Stage Discovery (เริ่มค้นหา)
เครื่องมือหลักคือ Google Search, Social Search
พฤติกรรมผู้บริโภค ค้นหาข้อมูลเบื้องต้น เช่น “มือถือรุ่นไหนดี”, “รีวิวคาเฟ่เชียงใหม่”
Stage Exploration (เชิงลึก)
เครื่องมือหลักคือ Google Search, Social Search
พฤติกรรมผู้บริโภค ค้นหาข้อมูลเชิงลึก เช่น ฟีเจอร์สินค้า, รีวิวโดยอินฟลูเอนเซอร์
Stage Comparison (เปรียบเทียบ)
เครื่องมือหลักคือ Retail Search, Generative AI
พฤติกรรมผู้บริโภค เปรียบเทียบราคา, โปรโมชัน, สเปกสินค้าระหว่างแบรนด์
Stage Decision / Purchase (คอนเฟิร์ม)
เครื่องมือหลักคือ Retail Search, Google Search
พฤติกรรมผู้บริโภค สั่งซื้อสินค้าหรือเปรียบเทียบร้านค้าต่าง ๆ ก่อนซื้อจริง แต่มีคนบางส่วนไม่ซื้อในรีเทล แต่อยากซื้อในเว็บไซต์

แบรนด์ต้องเตรียมตัวอย่างไร?- แบรนด์ต้องไปอยู่ในทุก Search
- แบรนด์ต้องปรับกลยุทธ์ให้เหมาะกับแต่ละ Stage ของผู้บริโภค
- แบรนด์ต้องพัฒนาคอนเทนต์ให้ผู้บริโภคค้นหาเจอมากขึ้น
- แบรนด์ที่ไม่มีเว็บต้องทำรายละเอียดของสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอื่นๆ ให้ดี
- แบรนด์ต้องหมั่นทำ Test & Learn เพื่อทำความเข้าใจผู้บริโภคทุก Stage
- ผู้บริโภคอยู่ที่ไหนแบรนด์ต้องอยู่ตรงนั้น