แม้งาน Bangkok Design Week 2025 จะจบลงแล้ว แต่ MEGA MAT ยังเป็นไฮไลท์ที่สร้างการจดจำ และความประทับใจให้กับคนที่เข้าไปสัมผัสกับเสื่อพลาสติกรีไซเคิลที่ปูเต็มลานคนเมืองหน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
เพราะนี่คือการเดินทางของเสื่อหนึ่งผืนที่สร้างมุมมองใหม่ๆ ให้กับทุกคน เปลี่ยนพื้นที่สาธารณะให้เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ พื้นที่พักผ่อน และเวทีสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
เบื้องหลังที่เป็นหนึ่งใน “กำลัง” สำคัญ ทำหน้าที่เป็นมดงานทอเสื่อกว่า 500 ผืน พร้อมเทคนิคเฉพาะตัวผูกเชื่อมกันขนาด 860 ตารางเมตรมาจากทีมงานของหจก.รักชาติพาณิชย์ เจ้าของเสื่อตรากวาง และเสื่อ RUK ผู้ผลิตเสื่อพลาสติกเจ้าแรกในไทยที่มีอายุอานามกว่าครึ่งศตวรรษแล้ว

บุกเบิกเสื่อพลาสติก
“สุรกิตติ์ ตั้งชัยศักดิ์” กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด รักชาติพาณิชย์ ทายาทรุ่น 2 ย้อนความหลังถึงที่มาธุรกิจครอบครัวมีคุณพ่อเป็นผู้บุกเบิก โดยนำประสบการณ์การทำงานกับนายห้างเทียม โชควัฒนา แห่งสหพัฒนพิบูล กว่า 30 ปีมาต่อยอดกิจการส่วนตัว
“คุณพ่อเป็น 3 ทหารเสือรุ่นแรกๆ ของสหพัฒนพิบูล โดยรับมอบหมายจากนายห้างเทียม ให้ทำเกี่ยวกับการตลาด และภายหลังได้รับโอกาสให้ไปดูงานที่ญี่ปุ่น สมัยนั้นนายห้างเทียมส่งพนักงานไป 3 คน และคุณพ่อเป็นหนึ่งในนั้น ทำหน้าที่หาสินค้าที่นั่นเพื่อติดต่อเป็นตัวแทนจำหน่ายในไทย เพราะสมัยนั้นโรงงานไทยยังผลิตเองไม่ได้ คุณพ่อเป็นคนติดต่อนำเข้ายาสระผม สุขภัณฑ์ และซิป เข้ามาจำหน่ายในไทย”
ทำงานเติบโตจนถึงเวลาที่ต้องแยกออกมาทำกิจการของตัวเอง ก็อาศัยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญด้านเม็ดพลาสติกในสมัยที่ทำงานเดิมมาเป็นตัวแทนจำหน่ายเม็ดพลาสติก (จนถึงปัจจุบันก็ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายเม็ดพลาสติกให้กับเอสซีจี)
“แต่แล้วก็เกิดจุดเปลี่ยนเมื่อหุ้นส่วนคนหนึ่งวิ่งขายเสื่อกกทั่วประเทศ คุณพ่อเลยสนใจที่จะทำเสื่อผลิตจากพลาสติกไปขายด้วยกัน เป็นที่มาของการทำโรงงานเสื่อพลาสติก โดยนำเข้าเครื่องจักรทอเสื่อมาทำเป็นโรงงานทอเสื่อเจ้าแรก ผลิตและจำหน่ายเสื่อตรากวาง”
กว่าเสื่อพลาสติกจะได้รับการยอมรับก็ต้องใช้เวลาฝ่าฟันเกือบ 10 ปี เพราะสมัยนั้นคนนิยมเสื่อจากธรรมชาติมากกว่า
“คุณพ่อใช้วิธีเดินสายตามงานกาชาดในจังหวัดต่างๆ แต่ก็ขายได้บ้างไม่ได้บ้าง จนเกิดจุดเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อญาติที่โคราชรับเสื่อตรากวางไปขาย แต่พอขายไม่ได้ก็เอาไปแจกวัดแจกชาวบ้าน พอคนกลุ่มนี้ลองใช้จริงกลับติดใจเสื่อตรากวางเลยดังขึ้นๆ จนพ่อค้าต่างจังหวัดเริ่มมาหาซื้อที่โรงงาน ส่วนเวลาไปออกงานกาชาดก็เริ่มขายดี คุณพ่อเลยมีไอเดียขายเสื่อแถมจาน โดยเอาจานร่อนลงบนเสื่อแล้วไม่แตก จุดหนึ่งนอกจากกระตุ้นการตัดสินใจซื้อแล้วยังตอกย้ำคุณภาพเสื่อที่นิ่มขนาดโยนจานไปยังไม่แตก ทำให้ขายดีมากขึ้นไปอีก”

แจ้งเกิดเสื่อรีไซเคิล
Passion บวกกับความรู้ลึกในเมล็ดพลาสติก ทำให้คุณพ่อเริ่มเริ่มนำเม็ดพลาสติกรีไซเคิลมาใช้ในกระบวนการผลิตเสื่อ
“สมัยนั้นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลเริ่มมีในตลาด หลายเจ้าก็เอาเข้ามาผลิตเสื่อบ้าง แต่คุณภาพเสื่อจะไม่ดีหากไม่มีความรู้ในการเลือกใช้ สำหรับคุณพ่อจับธุรกิจเม็ดพลาสติกมาก่อน และรู้ดีว่าจะเลือกใช้เม็ดพลาสติกรีไซเคิลชนิดไหนที่ผลิตเสื่อแล้วยังมีคุณภาพสูงไม่แตกกรอบหรือมีกลิ่นเหม็น เพราะคัดเม็ดพลาสติกรีไซเคิลที่สะอาด และเติมสาร Additive เข้าไปอีก ทำให้เสื่อทนฝนทนแดด ตอนแรกทดแทนได้นิดเดียว พอต่อมาคุณสมบัติของเม็ดพลาสติกรีไซเคิลดีขึ้นเรื่อยๆ ก็ผสมได้มากขึ้นจนได้ 100% ในที่สุด”
ต่อยอดแบรนด์ RUK
สุรกิตติ์ เข้ามารับช่วงกิจการปี 2540 ในช่วงที่สภาพตลาดเต็มไปคู่แข่งขัน ยอดขายตกลง เพราะรูปแบบการซื้อขายเปลี่ยนหลังพ่อค้าต่างจังหวัดเริ่มเข้ามาซื้อเสื่อที่โรงงานโดยตรง ทำให้ยอดขายที่เคยขายผ่านยี่ปั๊วย่านสำเพ็งได้รับผลกระทบ
“ผมก็แก้เกมด้วยการวิ่งขายตรงไปขายร้านยี่ปั๊วต่างจังหวัด ถือเป็นการเปิดตลาดใหม่วิ่งขายไปทั่วประเทศ”
จากนั้นก็ตามมาด้วยการปรับขนาดเป็นเสื่อพับในตัวไม่ต้องเย็บตรงกลางแต่ต้องใช้เครื่องจักรหน้ากว้างในการทอถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ในตอนนั้นจนลูกค้าขนานนามว่าเป็นเสื่อไร้รอยต่อ ทำให้เสื่อตรากวางกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง
จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อ 10 ปีก่อนในยุคที่กระแสสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกำลังเติบโต
“ปี 2558 ผศ.ดร.รุ่งทิพย์ ลุยเลา จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ชวนไปอบรมเรื่องสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอนนั้นผมไม่ไปเลยนะ เพราะคิดว่าพลาสติกไม่มีทางที่จะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ แต่คุยไปคุยมาสุดท้ายไป และเปลี่ยนโลกผมไปเลย”
เขาร่วมเข้าโครงการ G-Upcycle กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และ สวทช. กลับมาปรับกระบวนการผลิตในโรงงานให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้น้ำมัน ใช้แสงธรรมชาติให้มากที่สุดเพื่อลดการใช้ไฟฟ้า บำบัดน้ำรีไซเคิล รับ-ขนส่งสินค้าวัตถุดิบต่างๆ ในจุดที่ใกล้ขึ้นเพื่อลดคาร์บอนฟุตปรินท์ รวมถึงเพิ่มพื้นที่สีเขียว ทำให้เสื่อตรากวางได้รางวัลเหรียญทอง และตราสัญลักษณ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม G-Upcycle จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
“เราไม่หยุดแค่นี้ เพราะยังเข้าโครงการกับหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง จนปี 2560 เริ่มใส่ดีไซน์เข้าไป ทั้งลายเสื่อ และทั้งสี พัฒนาจากเสื่อรองนั่งมาเป็นผลิตภัณฑ์อื่น เช่น กระเป๋า โคมไฟ”
พอเริ่มมีดีไซน์เข้ามา ทำให้กลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนเป็นกลุ่มที่สนใจสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ชอบงานดีไซน์ และเด็กรุ่นใหม่ เลยถือโอกาสแตกเป็นแบรนด์ RUK สื่อความหมายในฐานะแบรนด์ลูกของ หจก.รักชาติพาณิชย์ แล้วยังหมายถึงรักโลก รักสิ่งแวดล้อมไปจนถึงความยั่งยืน
“จุดมุ่งหมายหลักของแบรนด์ RUK คือ ต้องการลดขยะจากเสื่อตรากวางให้เป็น Zero Waste เพราะการทำเสื่อตรากวางมี Waste ทั้งเส้นเสื่อขนาดต่างๆ จากที่ก่อนหน้านี้ขายทิ้งเป็นเศษขยะ ก็เอากลับมาเรียงร้อยใหม่โดยการใช้เทคนิคการออกแบบสี สามารถทอเป็นผืนยาวได้ถึง 10 เมตรแล้วเก็บเป็นม้วนๆ เจาะกลุ่มองค์กรภาครัฐและเอกชนที่ต้องการทำผลิตภัณฑ์ ของที่ระลึกจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พอลูกค้าสั่ง เราก็สามารถตัดตามขนาดที่ต้องการไปทำให้ไม่มีเศษเหลือทิ้ง ลดขยะได้มหาศาล เป็นเสื่อ รุ่น colour life ทำให้เราได้รางวัล eco plus จาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ G-green จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สำหรับเศษวัสดุสุดท้ายที่ยังกำจัดไม่ได้ ปัจจุบันถูกนำมาอยู่ในโครงการล่าสุด เพื่อพัฒนาไปสู่วัสดุใหม่เพื่อยืดอายุการใช้งานพลาสติกให้ได้นานที่สุดโดยใช้เทคนิคการบดอัดกับความร้อน
“เศษเส้นแต่ละขนาดจะมีเทคนิคการบดอัดและใช้เครื่องจักรแตกต่างกัน ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนการวิจัยพัฒนาและเริ่มทดลองเอาวัสดุต้นแบบมาทำเป็นโต๊ะเก้าอี้ แต่ก็ต้องพัฒนาวิจัยต่อไป เพื่อต่อยอดเชิงธุรกิจในงานเฟอร์นิเจอร์ หรือวัสดุตกแต่ง เป็นต้น”
จากการดีไซน์ถึงรีไซเคิล แน่นอนว่านี่คือต้นทุนทั้งนั้น
“แต่เรายอมลงทุนเพราะยึดคำสอนของคุณพ่อที่บอกว่า ถ้าอยากทำอะไรที่คิดว่าดีแล้วไม่ขาดทุน กำไรน้อยหน่อยให้ทำไปเลย ขอให้เป็นประโยชน์ต่อเรา ต่อคู่ค้า ต่อโลก ต่อคนงาน ถ้าไม่ขาดทุนทำไปเถอะ ซึ่งการทำตรงนี้ไม่ขาดทุนแต่กำไรน้อย เราก็ทำไป”

MEGA MAT จุดประกายฝันเสื่อเป็นมากกว่าเสื่อ
ชื่อเสียงของเสื่อรักษ์โลกของ หจก.รักชาติพาณิชย์ ที่สั่งสมมานาน ทำให้ MVRDV บริษัทออกแบบระดับโลกจากเนเธอร์แลนด์ที่เชี่ยวชาญเรื่องการออกแบบสถาปัตยกรรมในเมืองติดต่อให้ร่วมโปรเจ็กท์เสื่อที่ใหญ่ที่สุดในโลก MEGA MAT ในงาน Bangkok Design Week 2025 โดยตั้งโจทย์ไว้ว่าต้องการสินค้าไทยที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มาร่วมทำเสื่อขนาดใหญ่ และเมื่อสิ้นสุดอีเว้นท์แล้วเสื่อเหล่านี้ก็จะถูกรื้อถอนและนํากลับมาใช้ใหม่ โดยบางส่วน จะถูกนําไปรีไซเคิลเป็นถุงและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน และอีกส่วนจะมอบเป็นของที่ระลึกหรือบริจาคให้กับวัด
“ความร่วมมือในครั้งนี้เปิดมุมมองให้ผมมาก เพราะมันเป็นการฉีกตลาดไปเลย จากเสื่อรองนั่งสู่งานโชว์ในเชิงสถาปัตย์ เกิดการแลกเปลี่ยนกัน เพราะเขาออกแบบได้แต่ทำไม่ได้ เราทำเสื่อมา 50 ปี ผ่านการฝึกอบรมและเข้าโครงการของรัฐมานานเป็นสิบปี เราเลยนำองค์ความรู้มาร่วมกันทำงาน ต้องคุยกันหลายตลบ ว่าเย็บยังไงเวลารื้อออกแล้วไม่เสีย และเป็น Zero Waste จริงๆ เพราะเขาออกแบบให้เสื่อมีหน้าจั่วสูง 6 เมตร และเสื่อมันหนัก เขาก็ออกแบบเสาให้รองรับน้ำหนัก ส่วนทีมงานทอเสื่อออกมาเป็นชิ้นๆ แล้วไปต่อกันทั้งที่โรงงาน และหน้างาน ด้วยเทคนิคการผูกปมที่สามารถแกะออกได้”
ผลลัพธ์ที่ออกมาประสบความสำเร็จเกินคาดไม่เฉพาะในประเทศ เพราะวันนี้ MEGA MAT ที่ หจก.รักชาติพาณิชย์ ทอเอาไว้ได้เดินทางไกลในระดับโลก โดยเป็นชิ้นงานที่ถูกนำไปแสดงในพิพิธภัณฑ์ Red Dot เมืองเซี่ยเหมิน มณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน
“ถือเป็นความภูมิใจของเรา ที่ทำให้เสื่อซึ่งเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมออกไปสู่สายตาชาวโลก ผมคิดว่ายิ่งถ้าเราทำให้สินค้าไทยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ด้วย ต่างชาติย่อมยอมรับมากขึ้น ทำให้สินค้าไปต่อได้ไกลยิ่งขึ้น และทำให้ภูมิปัญญาไทยมีความยั่งยืน”
เช่นเดียวกับ หจก.รักชาติพาณิชย์ ที่วันนี้ขยายธุรกิจใหม่สู่การเป็นที่ปรึกษาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำหรับหน่วยงานหรือผู้ประกอบการที่สนใจพัฒนาสินค้าในกลุ่มดังกล่าว
เห็นไหมว่า จากเสื่อพลาสติกหนึ่งผืนเมื่อ 50 ปีที่แล้ว วันนี้ความยั่งยืนทำให้องค์กรเดินทางไปไกลอย่างไม่มีวันสิ้นสุด
