“น้ำผลไม้กล่องสีน้ำเงิน” คือภาพจำของเด็กยุค2000 หรือเจนก่อนหน้า คงจะคุันตากันเป็นอย่างดีเพราะนั้นคือภาพจำแรกของน้ำผลไม้แบรนด์ “ชบา บางกอก”
ย้อนกลับไปตั้งแต่จุดเริ่มต้น แบรนด์ชบาบางกอก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2000 จากความมุ่งมั่นของ วงศ์วุธ กุลปิยะวาจา ผู้บริหาร และทีมงานที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ในการผลิตน้ำผลไม้ที่มีคุณภาพ และมีความแตกต่าง เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค
แต่เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการเปิดตัวทายาทบริหารคนใหม่ กันต์ กุลปิยะวาจา ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดประจำประเทศไทยและกลุ่มประเทศ CLMV บริษัท ชบาบางกอก จำกัด เพื่อเข้ามาปรับทิศทางและ เปิดเกมรุกตลาดแบบคนรุ่นใหม่ ด้วยแพชชั่นที่จะก้าวขึ้นสู่ด้านการผลิตน้ำผลไม้คุณภาพพรีเมียมพร้อมมาตรฐานที่การันตีคุณภาพและรสชาติจากผู้บริโภค
ทำให้ในปี 2025 นี้ ‘ชบา บางกอก’ ประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 25 ปี พร้อมปรับแพคเก็จจิ้งใหม่ ลุยตลาดน้ำผลไม้-โอ๊ตมิลค์ ชูคอนเซ็ปต์ ‘Made from happy fruits’ เปิดตัว ‘หลิงหลิง คอง’ ภายใต้แบรนด์Chabaa และ ‘ณเดช คูกิมิยะ’ กับแบรนด์ Goodmate ในคอนเซ็ปต์ ‘ชีวิตกู๊ดได้อีก’ เพื่อก้าวสู่ท็อปแบรนด์ในใจคนรุ่นใหม่สายสุขภาพ ตั้งเป้าเดินเกม 3-5 ปีขยายฐานตลาดในไทย เจาะตลาดกว่า 40 ประเทศทั่วโลก
การรีแบรนด์ในครั้งนี้จะให้ความสำคัญกับ 4 หัวใจหลัก ได้แก่ 1.ปรับแพคเกจจิ้งใหม่ 2.เปิดตัว 2 พรีเซ็นเตอร์ “ณเดช คูกิมิยะ” และ “หลิงหลิง คอง” 3.ทุ่มงบสื่อสารผ่านภาพยนตร์โฆษณา และ 4.ตอกย้ำนวัตกรรมการผลิต โอ๊ตมิลค์ ที่ยังคงคุณภาพและมาตรฐานเดิมของ Goodmate ไว้ได้อย่างครบถ้วน การรีแบรนด์ครั้งนี้ทำให้ตัวแบรนด์และสินค้าแต่ละเซกเมนต์มีโอกาสเติบโตไปในทิศทางใดบ้าง กันต์ กุลปิยะวาจา ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด ได้ให้คำตอบไว้ว่า

เป้าหมายต้องการให้แบรนด์ ชบาบางกอก เติบโตแบบ double digit อยากให้คนทั่วโลกอยากดื่มน้ำผลไม้แล้วนึกถึงแบรนด์ไทย ตั้งใจที่จะตีตลาดส่งออก โดยเร่งขยายการส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV, เกาหลีใต้, จีน, ฮ่องกง, สิงค์โปร์ และตะวันออกกลาง เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วโลกได้สัมผัสรสชาติและคุณภาพจากธรรมชาติแบบไทย
และขยายกลุ่มผู้บริโภคให้เพิ่มขึ้นอีก การเปลี่ยนแพคเกจจิ้งในครั้งนี้เพื่อต้องการให้ดูพรีเมียมแต่เข้าถึงง่ายมากขึ้น มีความสดใสและเด็กลง เปลี่ยนตัวหนังสือให้มีความน่ารักเพื่อดึงดูดลูกค้าเจนใหม่ๆ
ในส่วนของพรีเซนเตอร์ที่ดึง ‘หลิงหลิง คอง’ และ ‘ณเดช’ คูกิมิยะ เข้ามาเพื่อต้องการนำเสนอให้เห็นถึงมุมมอง ไลฟ์สไตล์ของคนที่ดูแลตัวเอง รักสุขภาพ สะท้อนการเป็นแบรนด์ของคนรุ่นใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “น้ำผลไม้ของคนเอาแต่ใจ…ใส่” ซึ่งก่อนหน้านี้แบรนด์เองไม่เคยมีพรีเซนเตอร์ แต่ปัจจุบันเทรนของผู้บริโภคเปลี่ยนไปไวมาก การที่มีพรีเซนเตอร์ยืนแบรนด์ก็อาจจะทำให้คนสนใจได้ง่ายมากขึ้น

นอกจากเปลี่ยนตัวแพคเกจจิ้งและเพิ่มพรีเซนเตอร์แล้ว สินค้าแต่ละเซกเมนต์มีโอกาสในการเติบโตไปทางทิศใดอีกบ้าง?
1.น้ำผลไม้ Chabaa สินค้าตัวแรกของแบรนด์ ที่ผ่านมาน้ำผลไม้รสชาติหลักก็คงจะหนีไม่พ้นน้ำส้ม แต่เมื่อเริ่มขยายตลาด ได้มีการเพิ่มไลน์น้ำผลไม้ที่หายากหรือที่คนชอบมากขึ้น เช่นน้ำส้มโอ น้ำแอปเปิ้ล น้ำมะม่วง เพื่อขยายความเป็นไทยให้แก่ลูกค้าต่างชาติได้รับรู้ เมื่อดื่มน้ำผลไม้ก็จะได้นึกถึงความเป็นประเทศไทย รวมถึงลูกค้าคนไทยด้วย การเติบโตของน้ำผลไม้ชบามองว่าอยู่ในจุดที่คงที่ แต่สามารถขยายให้เติบโตได้อีก หลังจากนี้จะมีเพิ่มขึ้นมาอีก 1-2 ตัว ภายในสิ้นปีนี้
2.Chabaa coco เป็นน้ำมะพร้าวที่แตกเซกเมนต์แยกออกมาจากตัวน้ำผลไม้ ตั้งแต่เปิดตัวมาถือว่าโตเร็ว และโตมากถึง double digit ทั้งในไทยและต่างประเทศ คาดการณ์ว่าในอนาคตตลาดน้ำมะพร้าวจะแข่งขันกันในตลาดโลกเหมือนตลาดน้ำเปล่า เนื่องจากผู้บริโภคบางส่วนเริ่มหันมาสนใจ และดื่มแทนน้ำแร่หรือน้ำเปล่ามากขึ้นโดยเฉพาะที่ต่างประเทศ
3.Good Mate เป็นนมข้าวโอ๊ตที่ทางแบรนด์ตั้งใจผลิตออกมาเพื่อเป็นนมทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค ทำมาเพื่อรองรับสำหรับคนที่อาจจะแพ้นมวัว แพ้ถั่ว หรือต้องการนมทางเลือกอื่นที่ไม่ใช่แค่นมถั่วเหลือง นอกจากนี้ยังได้เข้าไปทำพันธมิตรกับร้านคาเฟ่ระดับสูง เพื่อใช้เป็นส่วนผสมในเมนูต่างๆของร้าน

ตลาดนมข้าวโอ๊ตถือเป็นตลาดนมทางเลือกที่ Goodmate มองว่ามีการเติบโตมากที่สุดในตลาด Plant-Based Milk ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมที่ 1,399 ล้านบาท และอัตราการเติบโต 41% ในปี 2024 ซึ่งเป้าหมายสำคัญของแบรนด์ Goodmate ให้ความสำคัญในปีนี้ คือ การพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมใหม่เพื่อสนับสนุนสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค พร้อมทั้งการนำเสนอจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างการยอมรับและนำไปสู่การเปลี่ยนใจผู้บริโภคให้รักเราในความเป็น “นมทางหลัก” ที่ไม่ใช่ “นมทางเลือก”
4.Ocha san โอชาซังแบรนด์น้องใหม่เป็นชากระป๋องที่เปิดตัวมาในระยะเวลา 3 ปี มีด้วยกัน2รสชาติ คือชาไทยกับโกโก้ ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าคนเมืองแต่จะเน้นบุกต่างจังหวัด และส่งออกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งตอนนี้ส่งออกในประเทศเพื่อนบ้านเป็นหลัก
“นอกจากการรีแบรนด์ และเดินหน้ากลยุทธ์การตลาดเพื่อสื่อสารแบรนด์ในภาพลักษณ์ใหม่แล้ว ‘ชบา บางกอก’ มองตัวเองในอนาคตว่าจะไม่ใช่แค่แบรนด์น้ำผลไม้จากไทย แต่จะเป็นตัวแทนน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพที่ผู้บริโภคดื่มแล้วจะคิดถึงประเทศไทย” กันต์ กล่าวทิ้งท้าย