BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,828
VIEWS

OMG Forward 2025: เมื่อการตลาดไม่ใช่แค่ขาย แต่คือการเล่าเรื่อง

มิ.ย. 12, 2568 S.Kawintip
OMG Forward 2025: เมื่อการตลาดไม่ใช่แค่ขาย แต่คือการเล่าเรื่อง
ในโลกการตลาดยุค 2025 การทำการตลาดแบบเดิมเริ่มไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการมากกว่าการถูกขายของ แต่ต้องการ เรื่องราว ที่เชื่อมโยงกับตัวตน ความรู้สึก และความเชื่อของพวกเขา การเป็นเพียงนักการตลาดจึงไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป สิ่งที่แบรนด์ต้องการในวันนี้คือ “นักเล่าเรื่อง” (Storyteller) ที่สามารถสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคในแบบที่ลึกซึ้งและจริงใจ
 
โลกที่เปลี่ยนไป กับยุค "ไถปัด" ของผู้บริโภค
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แม้จะไม่มีแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เกิดขึ้นถี่นัก แต่สิ่งที่เปลี่ยนชัดเจนคือวิธีที่ผู้คนเสพสื่อ โดยเฉพาะพฤติกรรมแห่ง “ยุคไถปัด” (Swipe Culture) ซึ่งเห็นได้ชัดจากการใช้งาน TikTok — หากคอนเทนต์ถูกใจ ผู้ใช้ก็จะหยุดดู หากไม่ถูกใจ ก็ปัดข้ามทันทีในเสี้ยววินาที นี่ทำให้ “ความสนใจ” กลายเป็นทรัพยากรที่หายากและมีค่า ทุกคอนเทนต์จึงต้องสามารถดึงดูดความสนใจได้ตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรก มิฉะนั้นก็จะถูกปัดหนีไปทันที

ความท้าทายสำหรับนักเล่าเรื่องในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การผลิตคอนเทนต์ให้ได้มากที่สุด แต่ต้องเข้าใจลึกซึ้งว่าผู้ชมอยากเสพอะไร รู้สึกอะไร และคาดหวังอะไร เพราะการสื่อสารแบบ "ยิงตรง" ไปยังกลุ่มเป้าหมายแบบกว้าง ๆ อาจไม่ได้ผลอีกต่อไป
 
เมื่อตัวตนของผู้บริโภคกลายเป็นหลากหลายมิติ
ผู้บริโภคยุคนี้โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y-Z ต่างมีตัวตนที่ซับซ้อนและหลากหลาย เช่น นางสาว A ในตอนเช้าอาจเป็นสาวออฟฟิศรักสุขภาพ ตอนเย็นเป็นแฟนบอลทีมลิเวอร์พูล ช่วงดึกเป็นชาวช่อง และสาววายโอตาคุในวันหยุด สื่อที่เขาเสพจึงไม่ได้จำกัดแค่ช่องทางใดช่องทางหนึ่งอีกต่อไป แต่กระจายอยู่ในหลากหลายแพลตฟอร์มตามความสนใจเฉพาะตัว

นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังไม่ได้เป็นเพียง “ผู้รับสาร” แต่เป็น “ผู้ผลิตเนื้อหา” ด้วยตัวเอง ผ่านการถ่ายคลิป โพสต์มีม รีวิวสินค้า หรือแชร์ความคิดเห็นบนโลกโซเชียล ทำให้การรับสื่อของพวกเขามีความ fragmented สูงมาก และเปลี่ยนแปลงได้แทบจะ "วิต่อวิ"
 
2 กลุ่มพลังขับเคลื่อนพฤติกรรมใหม่: ผู้นำวัฒนธรรมที่แบรนด์ต้องจับตา
เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้ คือพลังจาก 2 กลุ่มผู้บริโภคสำคัญ ที่แทบจะเป็นผู้กำหนดทิศทางวัฒนธรรมและกระแสบนโลกออนไลน์:
1. The Redefiners — ผู้ตั้งนิยามความสำเร็จใหม่ คนกลุ่มนี้หลุดออกจากกรอบความสำเร็จแบบเดิม พวกเขาวัดความสำเร็จด้วยคุณภาพชีวิต สุขภาพจิต การเติบโตส่วนตัว หรือความสุขทางใจ มากกว่าชื่อเสียงและฐานะทางสังคม ดังนั้นแบรนด์ที่ต้องการสื่อสารกับพวกเขา ต้องเข้าใจคุณค่าชีวิตใหม่เหล่านี้อย่างแท้จริง
 
แบรนด์ไม่สามารถยัดเยียดสิ่งที่ตนเองอยากพูดได้อีกต่อไป แต่ต้องพูดในสิ่งที่ผู้บริโภคเชื่ออยู่แล้ว และแสดงออกถึงความเข้าใจอย่างจริงใจผ่านคอนเทนต์
2. The Shapers — ผู้นิยามกระแสและสร้างวัฒนธรรมใหม่ กลุ่มนี้คือคนที่สร้างภาษา วลี คำฮิต และไวรัลใหม่ ๆ บนโลกโซเชียลอย่างต่อเนื่อง เช่น "สึสดีค่า", "ชีเสิร์ฟ", "แล้วเต่าทะเลล่ะ", "โซ๊ะ" และอีกมากมายบน TikTok, Twitter, Instagram
นักการตลาดต้องจับตากลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด เพราะพวกเขาเป็นต้นน้ำของกระแสหลักในยุคนี้ แบรนด์ใดที่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วม หรือแม้แต่ร่วมสร้างวัฒนธรรมกับคนกลุ่มนี้ จะได้เปรียบอย่างมหาศาล ทั้งในแง่ engagement และ organic reach โดยไม่ต้องใช้เม็ดเงินซื้อโฆษณาจำนวนมากเหมือนในอดีต
 
จากแคมเปญชั่วคราวสู่การเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม
จากพฤติกรรมของผู้บริโภคดังกล่าว การทำแคมเปญในวันนี้ ไม่ใช่แค่การดึงความสนใจช่วงสั้น ๆ แต่ต้องวางเป้าหมายเพื่อเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและวัฒนธรรมผู้บริโภค สร้าง Brand Meaning ให้เป็นแบรนด์ที่มีความหมายต่อพวกเขาในระยะยาว ยอดขายอาจเป็นเพียงปลายทาง แต่ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคคือกุญแจสำคัญที่แท้จริง
 
เมื่อ Connected TV กลายเป็นช่องทางเล่าเรื่องใหม่ของแบรนด์
อย่างที่ได้กล่าวว่าพฤติกรรมการเสพสื่อ หรือความชอบของผู้บริโภคนั้นหลากหลายมาก สอดคล้องกับในยุคที่ผู้บริโภคใช้เวลาเฉลี่ยบนแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งถึง 10 แพลตฟอร์ม ทั้ง YouTube, Netflix, Disney+ ฯลฯ ช่องทางใหม่อย่าง Connected TV (CTV) จึงกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำการตลาดเชิงลึก
 
เปลี่ยนโฉมการเสพสื่อ: CTV รวมหลากหลายคอนเทนต์ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ให้ผู้ชมเลือกเสพได้อย่างไร้ขีดจำกัด
จากการสำรวจพบว่า 58% ของคนไทยมีสมาร์ททีวี และ 53% ใช้งาน CTV เป็นประจำ ซึ่งเป็นโอกาสใหม่สำหรับนักการตลาด ซึ่ง CTV สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ชมจากทั้ง first-party และ third-party data ได้อย่างละเอียด การโฆษณาผ่าน CTV จึงสามารถฝัง QR Code หรือ interactive element เพื่อกระตุ้นการซื้อสินค้าโดยตรง ซึ่งผลการศึกษาพบว่ามีมากถึง 40% ที่สแกน QR Code หลังชมโฆษณา สามารถวัดผลแคมเปญและปรับกลยุทธ์แบบทันทีตามพฤติกรรมจริงของผู้ชม

CTV จึงไม่ได้เป็นเพียงช่องทางโฆษณา แต่กลายเป็นแพลตฟอร์ม “เล่าเรื่อง” ที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับนักการตลาดยุคใหม่ เพราะช่วยสร้างทั้งประสบการณ์ที่ดึงดูดสายตา และความเชื่อมโยงเชิงอารมณ์กับผู้ชมในจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุด
 

OMG Forward 2025: เมื่อการตลาดไม่ใช่แค่ขาย แต่คือการเล่าเรื่อง

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact