BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,355
VIEWS

Vegan Pet Food ทางเลือกใหม่พลิกเกมส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไทย โอกาสของผู้ประกอบการไทยที่ไม่ควรมองข้าม

มิ.ย. 17, 2568
ในปี 2567 ไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไปตลาดโลก คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 14.3% CAGR(ปี 2563-2567)

ซึ่งหนึ่งในแรงผลักดันสำคัญ คือ กระแสPetHumanization หรือแนวโน้มที่คนมองว่าสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัว ทั้งนี้ไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไปตลาดสหรัฐฯ เป็นอันดับที่ 1 ซึ่งมีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 29% ของตลาดส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทย และมีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 20.2%CAGR(ปี 2563-2567)

ส่วนในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยยังเติบโต 7.1%YoY แต่ความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของการเจรจาภาษีระหว่างสหรัฐฯ และไทย อาจเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไทยตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2568 ได้ในระยะยาว เรามองว่าเทรนด์การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ จะยังเป็นโอกาสของผู้ประกอบการผลิตและส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยในยกระดับไปสู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงที่ลดการทารุณกรรมสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาจากพืช เป็นต้น

ดังนั้น ในบทความเล่มนี้จะชี้ให้เห็นว่า อาหารสัตว์เลี้ยงจากพืช (Vegan Pet Food) จะเป็นอีกหนึ่ง Segment ที่น่าสนใจของผู้ประกอบการไทยในการขยายไปสู่ผู้บริโภคในตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่ก่อนที่จะฉายภาพนั้น ในส่วนถัดไปของบทความ อยากชวนผู้อ่านมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า Vegan Pet Food คืออะไร?

Vegan Pet Food คืออะไร?
อาหารสัตว์เลี้ยงจากพืช (Vegan Pet Food) คือ อาหารที่ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ นม หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ใดๆ1 แต่ใช้วัตถุดิบจากพืช เช่น ถั่วลันเตา ข้าวโอ๊ต มันฝรั่ง และธัญพืชต่างๆ แทน และเสริมสารอาหารจำเป็น เช่น ทอรีน วิตามิน B12 และ D3 เพื่อให้ครบถ้วนตามความต้องการของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะในสุนัขที่เป็นสัตว์กินทั้งเนื้อและพืช (Omnivore) อาหารวีแกนสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยหากมีการออกแบบสูตรที่เหมาะสม ส่วนแมว ซึ่งเป็นสัตว์กินเนื้อโดยธรรมชาติ (ObligateCarnivore) อาจต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษหากกินอาหารวีแกน เพราะสารอาหารที่ได้จากอาหารวีแกนอาจไม่เพียงพอ

ทั้งนี้ แนวโน้มการเลือกอาหารสัตว์เลี้ยงจากพืชเพิ่มขึ้นทั่วโลก เนื่องจากความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม จริยธรรม และสุขภาพสัตว์เลี้ยง โดยปัจจุบันมีแบรนด์ต่างชาติที่ผลิตเฉพาะอาหารวีแกน เช่น V-Planet, Benevo และ Wild Earth

Vegan Pet Food โลกเติบโตแค่ไหน?
FutureMarketInsights คาดว่า มูลค่าตลาด Vegan Pet Food ของโลก ในปี 2577 จะเติบโตไปอยู่ที่ 57 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2 ล้านล้านบาท) จากเดิมในปี 2567 ที่มีมูลค่า 27 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 0.9 ล้านล้านบาท) ซึ่งแม้มูลค่าตลาด Vegan Pet Food จะมีขนาดตลาดไม่มากนักเมื่อเทียบกับตลาด Pet Food แต่ก็ยังมีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 7.8%CAGR(2567-2577) และสูงกว่าเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตเฉลี่ยของ PetFood ของโลก ซึ่งอยู่ที่ 6.5%CAGR(2567-2577) เนื่องจาก 1) ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมที่คู่ค้าให้ความสำคัญ 2) ช่วยส่งเสริมสุขภาพของสัตว์เลี้ยง และ 3) พฤติกรรมผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะให้สัตว์เลี้ยงกิน Vegan Pet Food มากขึ้น โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ทำไมVegan Pet Foodจะช่วยพลิกเกมส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไทย

1. ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมที่คู่ค้าให้ความสำคัญ
Vegan Pet Food เป็นหนึ่งในสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังคำนึงถึงสวัสดิภาพของสัตว์อีกด้วย เพราะไม่มีการใช้เนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบ โดยจากการศึกษาของ AndrewKnight (2566) ชี้ว่า การผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงจากพืชจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีนัยยะสำคัญเมื่อเทียบกับการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบดั้งเดิม สะท้อนจากการผลิตอาหารสุนัขจากพืช จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้พื้นที่ และลดปริมาณน้ำที่ใช้ในการผลิตได้ถึง 75.1% 85.9% และ 32.7% เมื่อเทียบกับการผลิตอาหารสุนัขดั้งเดิม ตามลำดับ               

ขณะที่การผลิตอาหารแมวจากพืช จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้พื้นที่ และลดปริมาณน้ำที่ใช้ในการผลิตได้ถึง 73.3% 84.7% และ 30.7% เมื่อเทียบกับการผลิตอาหารแมวดั้งเดิม ตามลำดับ
 
2. ช่วยส่งเสริมสุขภาพของสัตว์เลี้ยง
VeganPetFood มีส่วนช่วยให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดีขึ้น โดยงานวิจัยของ Universityof Winchester (2567)ที่ศึกษาเกี่ยวกับด้านสุขภาพกลุ่มตัวอย่างสุนัข 1,706 ตัว ที่ในช่วงแรกให้กินอาหารสัตว์เลี้ยงดั้งเดิมที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสม หลังจากนั้นเปลี่ยนมากินอาหารสัตว์เลี้ยงจากพืช (VeganPet Food) ชี้ว่า สัดส่วนของสุนัขที่เปลี่ยนหันมากินอาหารสัตว์เลี้ยงจากพืชนานกว่า 1 ปี จะมีผลกระทบด้านสุขภาพที่ลดลงเมื่อเทียบกับสัดส่วนของสุนัขที่เมื่อก่อนกินอาหารสัตว์เลี้ยงดั้งเดิมที่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสม อาทิ ลดการไปพบสัตวแพทย์ ลดการใช้ยา ลดการใช้อาหารเพื่อรักษาโรค และลดการเจ็บป่วยที่รุนแรงสูงถึง 10.9% 16.3% 3.5% และ 9.4% ตามลำดับ

สอดคล้องกับผลการสำรวจของ DogFood Advisor (2567) ที่พบว่าสุนัขที่กินอาหารจากพืชมีอัตราการเกิดโรคสุขภาพโดยรวมต่ำที่สุดที่ 36% เมื่อเทียบกับสุนัขที่กินอาหารเนื้อดิบที่มีอัตราการเกิดโรค 43% และสุนัขที่กินอาหารเนื้อทั่วไปที่มีอัตราการเกิดโรค 49% เช่นเดียวกับสุนัขที่กินอาหารจากพืชมีความเสี่ยงด้านสุขภาพลดลง 50-61% เมื่อเทียบกับสุนัขที่กินอาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นหลัก

3. พฤติกรรมผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะให้สัตว์เลี้ยงกิน VeganPetFood มากขึ้น
พฤติกรรมของผู้บริโภคทั่วโลกมีแนวโน้มจะให้สัตว์เลี้ยงหันมากิน Vegan Pet Food เพิ่มมากขึ้น โดยการศึกษาของ ProVegInternational(2564) เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนด้านการเปลี่ยนแปลงระบบอาหาร พบว่า 72% ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ เปิดใจให้กับ VeganPetFood โดยมองว่าเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับข้อมูลจาก Mintel(2563) ที่ระบุว่า 34% ของผู้เลี้ยงสุนัขในสหราชอาณาจักรเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สัตว์เลี้ยงจะหันมากินอาหารจากพืชแทนเนื้อสัตว์

ขณะที่ผลสำรวจของ AmericanPetProducts Association (2566) ระบุว่า 34 ของ เจ้าของสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ยินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเพื่อซื้ออาหารสัตว์เลี้ยงมังสวิรัติและอาหารจากพืชที่มีคุณภาพสูง ด้านนิตยสาร GlobalPETS(2565) รายงานผลสำรวจจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงในฝรั่งเศส พบว่า 40% นิยมให้สัตว์เลี้ยงกิน VeganPetFood เพื่อช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ควบคุมน้ำหนัก และเพิ่มความสดใสให้กับผิวหนังและขนของสัตว์เลี้ยง
หากผู้ประกอบการไทยยกระดับการผลิตสู่Vegan Pet Food จะสร้างโอกาสให้ธุรกิจอย่างไรบ้าง

โอกาสที่ 1 ช่วยเพิ่มอัตรากำไรสุทธิให้กับภาคธุรกิจได้ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ผลิตมีอัตรากำไรเฉลี่ยเป็นราว 13% สูงกว่าอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยของการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงดั้งเดิมซึ่งอยู่ที่ 2% โดยใช้โครงสร้างต้นทุนอ้างอิงจากงานวิจัยเรื่องการวิเคราะห์ในเชิงเศรษฐกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ในประเทศไทย และกำหนดให้ต้นทุนราคาวัตถุดิบ VeganPetFood สูงกว่าต้นทุนราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วไป 12% อ้างอิง ThePack ผู้ผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงจากพืชของสหราชอาณาจักร

ขณะที่ผู้ประกอบการผลิต VeganPetFood สามารถปรับราคาส่งออกได้สูงกว่าราคาส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วไปราว 21% โดยอ้างอิงราคาส่งออกจากกระทรวงพาณิชย์ ทั้งนี้ ภายใต้สมมติฐานที่ว่าปริมาณขาย และต้นทุนอื่นๆ ของอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วไป และ VeganPet Food เท่ากัน

โอกาสที่ 2 ช่วยเพิ่มโอกาสจากตลาดส่งออกที่มีแนวโน้มขยายตัว โดยเฉพาะตลาดสหภาพยุโรปที่มี MarketShare การนำเข้าสินค้าในกลุ่ม Vegan Pet Food สูงถึง 60% ของการนำเข้าทั้งโลกโดยจากรายงานของ FutureMarketInsight2คาดการณ์ว่าในปี 2577 มูลค่าการนำเข้าสินค้า Vegan Pet Food ของสหภาพยุโรปจะอยู่ที่ประมาณ 34.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีมูลค่าประมาณ 16.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 0.6 ล้านล้านบาท) หรือเติบโตเกือบเท่าตัว คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี ที่ 7.8%CAGR(2567–2577)

ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในยุโรป ทั้งในด้านคุณภาพ วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการได้รับมาตรฐานด้านสุขภาพและความยั่งยืน ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและขยายส่วนแบ่งตลาดได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

Krungthai COMPASS คาดว่า มูลค่าการส่งออกสินค้า VeganPetFood ของไทยไปยังตลาดสหภาพยุโรปในปี 2577 คาดจะอยู่ที่ประมาณ 4.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มีมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ราว 1.2 พันล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ยปีละประมาณ 14% โดยใช้วิธีการประเมินมูลค่าการส่งออกของไทย (ตัวแปร Y) ผ่านการวิเคราะห์ทางสถิติแบบความสัมพันธ์เชิงเส้น (LinearRegression) ซึ่งเชื่อมโยงกับตัวแปรอิสระ (X) คือมูลค่าการนำเข้าสินค้า Vegan PetFood ของสหภาพยุโรป ทั้งนี้ อ้างอิงข้อมูลการส่งออกของไทยจากกระทรวงพาณิชย์ในช่วงปี 2560-2567 และข้อมูลการนำเข้าของยุโรปจากเว็บไซต์ Trademap ในช่วงเวลาเดียวกัน

ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า มูลค่าการส่งออกของไทยมีแนวโน้มเติบโตตามการขยายตัวของตลาดยุโรปอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนโอกาสในการพัฒนาและขยายตลาดสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยงทางเลือกของไทย หากสามารถยกระดับคุณภาพสินค้าให้ตรงตามมาตรฐานสากลและความต้องการด้านความยั่งยืนของผู้บริโภคในยุโรปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
Implication
Krungthai COMPASS แนะนำผู้ประกอบการผลิต Vegan Pet Food ควรให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อยกระดับคุณภาพและเป็นที่ยอมรับจากประเทศคู่ค้า เนื่องจากปัจจัยเรื่อง รสชาติ ความน่ารับประทาน และการย่อยง่าย เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ตัวอย่างเช่น บริษัท WildeEarth จากสหรัฐอเมริกาได้ทำการศึกษาร่วมกับสัตวแพทย์โดยใช้โปรตีนจากเชื้อรา (Koji) ซึ่งเป็นเชื้อราชนิดหนึ่งที่ใช้หมักอาหารญี่ปุ่น เช่น มิโสะ และโชยุ และมีคุณค่าทางอาหารอย่างกรดอะมิโนที่จำเป็น ใกล้เคียงโปรตีนจากเนื้อสัตว์ และย่อยง่าย เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ ทำให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและคู่ค้าระดับโลก ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรลงทุนด้าน R&D เพื่อสร้างจุดแข็งและเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานโภชนาการ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

ศึกษากฎระเบียบด้านการผลิตและการส่งออกอาหารสัตว์ ตลอดจนข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกไปยังสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปต้องมีการติดตามกฏระเบียบ และปฏิบัติตามกฏระเบียบอย่างเคร่งครัด รวมทั้งต้องมีการขอใบอนุญาตในการส่งออก เช่น สหรัฐอเมริกา ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของ Associationof American Feed Control Officials(AAFCO) ซึ่งระบุชัดเจนว่าอาหารสัตว์ต้องมีสารอาหารครบถ้วนตามสายพันธุ์และช่วงอายุ ขณะที่สหภาพยุโรปต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของสมาพันธ์อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงแห่งยุโรป หรือ TheEuropean Pet Food Industry Federation (FEDIAF) และตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบเพื่อเพิ่มความโปร่งใสของฉลากอาหารสัตว์อย่างเข้มงวด รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิต

สร้างความร่วมมือทั้ง Ecosystems ตั้งแต่ผู้ประกอบการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตร ผู้ผลิตอาหารสัตว์ ไปจนถึงหน่วยงานภาครัฐเพื่อยกระดับศักยภาพการผลิต VeganPetFoodโดยตัวอย่างการสร้างความร่วมมือในการสนับสนุน Ecosystem ในการผลิต Vegan Pet Food ในต่างประเทศ เช่น โครงการ ProteinIndustries Canadaเป็นความร่วมมือภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลแคนาดา ในการพัฒนาอาหารสัตว์จากพืช ผ่านความร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีอาหารและพันธมิตรเช่นบริษัท Liven Proteins และ ALT-PROAdvantage จากแคนาดา กับบริษัท New Wave Biotech และ Formidable Foods ในสหราชอาณาจักร และได้ทำงานร่วมกับนักวิจัยและเกษตรกร ในการพัฒนาโปรตีนจากพืชคุณภาพสูงสำหรับอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์จากพืช

อย่างไรก็ดี  ผู้ผลิต VeganPetFood อาจเผชิญกับความท้าทายจากความกังวลของผู้บริโภคบางส่วนที่มองว่าอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์จะไม่สามารถให้สารอาหารที่จำเป็นครบถ้วนสำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น วิตามิน B12 และกรดอะมิโนจำเป็น ซึ่งหากขาดอาจส่งผลต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง ขณะที่ความน่ารับประทาน (Palatability) ยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของการพัฒนาอาหารสัตว์จากพืช เพราะอาหารสัตว์จากพืชจะมีกลิ่นที่อ่อนและมีรสขม รวมถึงเนื้อสัมผัสที่แห้ง แตกง่าย หรืออ่อนนุ่มเกินไป ซึ่งสอดคล้องกับผลการสำรวจของ Horizons เกี่ยวกับการตัดสินใจเลือกบริโภคในผลิตภัณฑ์ VeganPetFood (2565) ชี้ว่า ผู้บริโภคกว่า 54% จะให้ความสำคัญกับข้อมูลด้านโภชนาการอาหารมากที่สุด และอีก 37% ของผู้บริโภคให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์หรือความน่ารับประทานของผลิตภัณฑ์

ดังนั้นการพัฒนาสูตรอาหารที่สมดุลทางโภชนาการ โดยเฉพาะการทดแทนสารอาหารที่พบในเนื้อสัตว์ รวมถึงรสชาติจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาสูตรโดยผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักโภชนาการสัตว์และนักเทคโนโลยีอาหาร ตัวอย่างเช่น บริษัทสตาร์ทอัพ THEPACK ของสหราชอาณาจักร ได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแต่งกลิ่นและรสจากพืชขั้นสูงเพื่อให้สุนัขยอมรับผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงจากพืช นอกจากนี้ บริษัท WildeEarth จากสหรัฐอเมริกา ใช้กลยุทธ์การสื่อสารผ่านสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและงานวิจัยทางคลินิก เพื่ออธิบายว่า VeganPetFood มีสารอาหารครบถ้วนตามมาตรฐาน AAFCO อีกทั้งยังเน้นเรื่องความปลอดภัย การทดสอบทางโภชนาการ และประสบการณ์จากผู้ใช้จริง การให้ความรู้เชิงวิทยาศาสตร์ผสานกับการตลาดเชิงอารมณ์ เช่น การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสวัสดิภาพต่อสัตว์ เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว

รู้หรือไม่... Gen AI เข้ามาช่วยให้ผู้ประกอบการหรือผู้ส่งออกVegan Pet Food ของไทยเตรียมความพร้อมก่อนส่งออกไป EU ได้ง่ายขึ้น

Prompt :ข้อปฎิบัติในการนำเข้า Vegan Pet Food ของ EU ที่ต้องให้ความสำคัญมีอะไรบ้าง
According to the attached document, you are an import/export expert, please provide the key requirements that must be given special attention when importing vegan pet food products into the European Union?.

Answer by Gen AI
  • หลักการพื้นฐานเกี่ยวกับความปลอดภัย การตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) และความรับผิดชอบตนเองตาม Regulation (EC) No 178/2002 จะต้องได้รับการปฏิบัติตามโดยผู้ผลิต Vegan pet food โดยการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ของอาหารสัตว์เลี้ยง คือ ความสามารถในการติดตามและเฝ้าระวังส่วนผสมวัตถุดิบอาหารสัตว์เลี้ยง สารเติมแต่ง วัสดุบรรจุภัณฑ์ หรือสารใดๆ ที่รวมอยู่ในอาหารสัตว์เลี้ยง ผ่านทุกขั้นตอนของการผลิต การแปรรูป และการจัดจำหน่าย
  • ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับ สารที่ไม่พึงประสงค์ (Undesirablesubstances) ในอาหารสัตว์ตาม Directive 2002/32/EC ซึ่งรวมถึงปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุด หรือ Maximum Residue Limits ที่ยอมรับได้ในวัตถุดิบอาหารสัตว์และอาหารสัตว์ผสม โดยเฉพาะ vegan pet food ซึ่งอาจมีสารที่พบในธัญพืช ผัก เมล็ดพืช และส่วนประกอบอื่นๆ ที่ไม่ใช่ส่วนประกอบจากสัตว์ เช่น Aflatoxins เป็นสารพิษจากเชื้อราที่พบในพืชเก็บรักษาไม่ดี เช่น ถั่ว ข้าวโพด รวมถึงแคดเมียม ตะกั่ว และปรอท ที่อาจปนเปื้อนจากดินหรือมลพิษในสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ผู้ประกอบการควรเลือกแหล่งวัตถุดิบที่มีความน่าเชื่อถือและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ รวมถึงมีการตรวจวิเคราะห์สารไม่พึงประสงค์ในวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์จากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน

Vegan Pet Food ทางเลือกใหม่พลิกเกมส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไทย โอกาสของผู้ประกอบการไทยที่ไม่ควรมองข้าม

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact