BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,309
VIEWS

มีใครโตเร็วกว่านี้มั้ย? แค่ไม่ถึง 8 ปี LA GLACE ไต่ระดับจากยอดขายหลักแสนสู่พันล้าน

มิ.ย. 17, 2568 P.Supisara
หากพูดถึงแบรนด์ LA GLACE หนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำ ที่ครองใจชาว Gen Z โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน-นักศึกษา หรือคนรุ่นใหม่ เรียกได้ว่าไวรัลมากโดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มTikTok หลายคนอาจจะเคยเห็นผ่านๆ หรือคงคุ้นหูคุ้นตากับแบรนด์นี้เป็นอย่างดี
 
จุดเริ่มต้นของแบรนด์ LA GLACE

เอมลินทร์ ธีรธนากิตติพงษ์ (ไอติม) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และทิวาทัพพ์ ธนารักษ์อนันต์ (เฟรนฟราย) ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท ไอดีล แอนด์ มาเวลลัส เท็น จำกัด ผู้ก่อตั้งและเจ้าของแบรนด์ Beauty Product ชั้นนำ LA GLACE (ลา-กลาส) เปิดเผยว่า ทั้งสองคนได้ร่วมกันก่อตั้งแบรนด์เครื่องสำอางค์ LA GLACE ตั้งแต่อายุ 19-20 ปี ในช่วงที่เป็นนักศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย  จนถึงปัจจุบันเข้าสู่ปีที่ 8 แล้ว  โดยเริ่มธุรกิจจากการขายสินค้าในช่องทางออนไลน์ของตัวเอง โดยมีตนเองเป็นพรีเซนเตอร์แนะนำและรีวิวสินค้า จาการทำคอนเทนต์และ Live ใน TIKTOK และ IG หลังจากนั้นก็ได้ขยายตลาดออนไลน์ไปในทุกช่องทาง ทั้งบัญชีทางการของบริษัท(OFFICIAL)และช่องทางใน market place ทั้ง shopee, Lazada, TikTok และ Line Shop ฯ  ครอบคลุมกลุ่มลูกค้า Gen Z ทุกช่องทางโดยปัจจุบันเฉพาะบัญชีOFFICIAL ของ La Glace  มีผู้ติดตามรวมทุกช่องทางออนไลน์ถึง 1,500,000follower หรือผู้ติดตาม และมีฐาน Affiliate (นายหน้าขายสินค้าในออนไลน์) อีกกว่า 140,000คน
นอกจากนี้ เรายังได้ขยายไปตลาดออฟไลน์หลังสินค้าเราเป็นที่ต้องการ บริษัทได้กระจายสินค้า วางขายในร้านค้าปลีกและ Beauty Store ชั้นนำ  เช่น watsons, Beautrium, EVEANDBOY, Konvy รวมทั้งใน 7-11 ด้วย  คิดเป็น 5% ของช่องทางจำหน่ายทั้งหมดซึ่งโครงสร้างช่องทางรายได้ปัจจุบัน แบ่งเป็นออนไลน์ 50% ออฟไลน์ 40% และอีก 10% มาจากตัวแทนจำหน่ายที่รับไปขายต่อ  เนื่องจากปัจจุบันสินค้า ‘ขาดตลาด’ ทำให้ยังไม่สามารถกระจายลงหน้าร้านได้เต็มที่” โดยปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางค์ มากกว่า 80 SKU ประกอบไปด้วยกลุ่ม Make up, Skincareและ Mask sheet
 
ตั้งแต่วันแรก LA GLACE ยึดมั่นใน 3 พันธกิจหลัก ได้แก่ คัดสรรคุณภาพสินค้าให้ดีที่สุด บริการทั้งก่อนและหลังการขายโดยไม่ลดมาตรฐาน และต้องการเป็นแบรนด์ที่ตอบโจทย์ทุกลุคของการแต่งหน้า ไม่ว่าจะเรียบหรู ลุคจัดจ้าน หรือแม้แต่การแต่งแบบ ‘ไม่ได้แต่ง
 
ซึ่งในปีนี้ LA GLACE ตั้งเป้ายอดขาย แตะ 1,000 ล้าน สวนทางเศรษฐกิจซบ หลังปี66 ทุบสถิติโต 1,000% ยอดขายจาก 400ล้านบาท ดัน Product Hero “TONER PADS” กระตุ้นยอดขายหลัง live 4 ชั่วโมง ขายได้ 31 ล้านบาท จ่อสยายปีกลุยตลาดต่างประเทศ หลังดันยอดขายแตะ 2,000ล้าน ภายใน3ปีข้างหน้า ปักหลักฮ่องกง เปิดประตูสู่ตลาดวัยรุ่นจีน พร้อมแต่งตัวระดมทุนเข้าตลาดหุ้น

บริษัทมีผลประกอบการที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจากข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ปี 2561 บริษัทมี รายได้ 6.64แสนบาท มีกำไรสุทธิ 1.45แสนบาท ปี2562 มีรายได้ 6.39ล้านบาท  กำไร 5.12แสนบาท ,ปี2563 รายได้ 16.90ล้านบาท  มีกำไร 3.19ล้านบาทปี2564 รายได้ 13.21ล้านบาท  กำไร 1.1ล้านบาท  ,ปี2565 รายได้ 39.9ล้าน  กำไร 1.65ล้านบาท ปี2566 รายได้ 401.2ล้านบาท  กำไร 108.1ล้านบาท เติบโตอย่างก้าวกระโดดร่วม 1,000% ขณะที่ปี 2567 มีรายได้ 420 ล้านบาท  กำไรสุทธิ 37.7 ล้านบาท  

สาเหตุที่ปี 2566  มียอดขายสูงกว่า 400ล้านบาท โตก้าวกระโดดร่วม 1000% และยอดขายยังสูงต่อเนื่องมาถึงปี 2567 เป็นผลจากยอดขายของสินค้าที่เป็น Product hero ที่เปิดตัวในปี 2566 คือ "บลัชดำ"หรือ BLACK MAGIC LIP & CHEEK PH BLUSH ที่ได้การตอบรับอย่างล้นหลาม ครองใจสาวๆ ที่ชอบนำเทรนด์ โดยสามารถทำยอดขายไปมากกว่า 1.5 ล้านชิ้น ขณะที่ผลิตภัณฑ์ตัวอื่นยังคงได้รับความนิยม  โดย LA GLACE  MINI AIRY SKIN CONCEALER แบบซองสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 1.5 ล้านชิ้นเช่นกัน
ปัจจัยที่ทำให้ LA GLACE โตเร็วขนาดนี้ Key success หลักมีด้วยกันทั้งหมด 6 ข้อ สรุปได้ ดังนี้
 
1.ทีมงานลากลาส ที่เลือกให้ทีมงานมาอันแรกเพราะในวันที่มีกันสองคนก็ทำกันแค่พอประมาณ แต่เมื่อเราอยากโตมากๆเราต้องการหัวกะทิที่จะมาผลักดันแบรนด์ให้เติบโต การทำแบรนด์ๆนึง ต้องใช้หลายอย่างมาก ไม่ว่าตะเป็นภาพลักษณ์ การสื่อสาร แบรนด์ดิ้งต่างๆ ลากลาสต้องการปลูกฝังและปั้นเด็กให้เป็นซุปเปอร์แมนให้ได้ เพราะเราต้องใช้ทั้งแรงกายแรงใจ ปัจจุบันบันทีมงานของลากลาสมีประมาณ 60 คน ส่วนใหญ่เป็นGen Z ที่อายุราวๆ 24-25 ปี ซึ่งเมื่อเป็น Gen Z ก็จะโดนมองว่าเจนนี้เป็นเด็กดื้อ แต่ลากลาสเราต้องการเด็กดื้อ ต้องการคนที่มีความคิดและกล้าถกเถียง แต่เถียงกันแบบเคารพกัน มาคุยถึงเป้าหมายที่จะพาแบรนด์ไปด้วยกัน หลายคนอาจจะมองว่าเจนซีไม่อดทน แต่อย่าลืมว่าทุกอย่างก็อยู่ที่บริบทของบริษัทด้วย และกว่าจะมาถึงทุกวันนี้เรียกได้ว่าเราเติบโตมาด้วยมือของเด็กเจนซีล้วนๆ เราจึงผลักดันทีมงานมากๆ เพราะทีมดีจะพาแบรนด์โต
 
LA GLACE (ลา-กลาส กล่าวว่า “ย้อนไปเมื่อปี 2564 LA GLACE เคยได้12ล้านโดยมีไอติมกับเฟรนฟรายเพียงสองคน เลยตั้งใจปั้นทีมงานจนทำยอดขายได้ 39ล้านบาท
จนเมื่อปี 2566 ถึง 2567 โตมาจากเดิม1,000% ได้ยอดขายกว่า 420,007,403 บาท ซึ่งยอดนี้มาจากทีมงานทั้งหมด ที่ทำกันเองทุกอย่าง 25 คนเมื่อเห็นอย่างนี้เลยเลือกแค่หัวกะทิ เพราะอย่างน้อยต้นทุนของแบรนด์จะได้ลดลงมาด้วย จึงเป็นที่มาของการตั้งใจและยกให้ทีมงานเป็นสิ่งสำคัญในองค์กร
 
2.มีใจรักบริการ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เพราะมั่นใจว่าเวลาไปใช้บริการ ทุกคนย่อมอยากได้รับการบริการที่ดี ไม่ใช่แค่ซื้อมาขายไปแล้วจบ แต่ต้องการดูแลลูกค้าหลังการขายด้วย รวมไปถึงหากมีปัญหาเกิดขึ้นก็พร้อมที่จะรับผิดชอบให้ดีที่สุด

เอมลินทร์ ยกตัวอย่างเคสจริงที่เคยเจอ มีช่วงนึงที่แบรนด์เคยขายลิปสติกราคา 199 บาท ทำให้คนสนใจและกดสั่งซื้อมาเยอะมาก แต่ระบบมันดันล่มทำให้จำนวนสั่งซื้อเกินกว่าที่ตั้งไว้ ของในสต็อกไม่เพียงพอ จึงรับผิดชอบทั้งหมด3เด้ง คืนเงิน ส่งสินค้าให้ฟรี และสุดท้ายคือให้สินค้า Best Seller คือบลัชดำที่เป็นกระแสมากๆ นี้เลยจุดประกายการบอกต่ออย่างล้นหลาม ลูกค้าดีใจที่แบรนด์รับผิดชอบแต่ไม่คิดว่าแบรนด์จะให้มากขนาดนี้ กลานเป็นลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำเพราะต้องการที่จะซัพพอร์ตแบรนด์ นี้คือข้อดีของการที่แบรนด์เลือกยอมแพ้ได้ก่อน เพื่อเป็นการรับผิดชอบลูกค้า แต่สุดท้ายลูกค้าก็กลับมาซัพพอร์ตเราเสมอ
 
3.แบรนด์ตอกจริตคน LA GLACE เสิร์ฟตัวเองมาเป็น Underground Beauty หรือความสวยที่ไม่มีกรอบ เพราะลากลาสต้องการเป็นเครื่องมือที่เสริมสร้างความมั่นใจ ผ่านการใช้เมคอัพและสกินแคร์ของแบรนด์ ต้องการสร้าง culture ในการแต่งหน้าต้องการสร้างตัวตนให้เป็นสาวลากลาส สาวลากลาสมีอะไรบ้าง
- สาวลากลาสต้องมีความมั่น มีความมั่นใจที่จะใช้ชีวิตแต่รู้ว่าอะไรถูกหรือผิด
- สาวลากลาสต้องมีความทันสมัย ต้องเปิดรับ ไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ
- สาวลากลาสต้องมีความสวยแต่ฉลาด
“มองให้ลากลาสเป็นสาวที่ตั้งใจเรียนแต่แรดมาก”
- สาวลากลาสต้อง Self love is the Best love รู้วิธีการเสพสื่อที่ถูกต้อง
- สาวลากลาสต้องส่งต่อความมั่นใจได้ ต้องให้ผู้อื่นมองมาแล้วรู้สึกสดชื่น
- สาวลากลาสต้องแต่งตัวดี มีเทสเป็นเอกลักษณ์
4.การทำContentและวางไอเดียตำแหน่งของแบรนด์  ลากลาสมีการออกแบบคอนเทนท์ อย่างเป็นระบบทำให้แต่ละคอนเทนท์ที่ออกมากลายเป็นไวรัลอยู่เสมอ ทั้งยังมีระบบไลฟ์ที่แข็งแกร่งมากๆ มีฐาน Affiliate หรือนายหน้าในแพลตฟอร์ม TikTok ที่มากกว่า 140,000 กว่าคน (ข้อมูล3เดือนที่ผ่านมา ปัจจุบันน่าจะเยอะกว่าเดิมแล้ว) จึงการันตีได้ว่าแบรนด์ทำอะไรออกมาก็ปังมากกว่าแฟ่บ
 
5.ระบบ DATA อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ ลากลาสมีระบบData ที่แข็งแกร่งมากๆ ครอบคลุมทุก SOV ของลูกค้าทำให้การออกสินค้าออกได้แม่นยำตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เมื่อข้อมูลแน่นก็จะสามารถรู้ได้ว่าลูกค้าต้องการอะไรมากที่สุด หลังจากนั้นก็จะทำสินค้าออกมา เพื่อแก้เพนพ้อยให้กับลูกค้ายกตัวอย่าง เช่น ในประเทศไทยที่อากาศร้อนมาก การทำโทนเนอร์แพด ก็จะช่วยให้แต่งหน้าแล้วชุ่มชื่นมากขึ้น ไม่หยือ เมื่อทำออกมาแล้วผลตอบรับดีลูกค้าก็รีวิวและบอกต่อจนไวรัล
 
6.Product Hero  เป็นสินค้าเกาะไปกับการเติบโตของตลาด ซึ่งมีด้วยกัน3ตัว TONER PADS, CONCEALER, และ บลัชดำ 3ตัวรวมกันเป็นรายได้กว่า70% แต่ล่าสุดตัว Toner Pads มาแรงมากจากไวรัลที่ไลฟ์ 4 ชั่วโมงทำยอดขายไปได้มากกว่า 31 ล้านบาท เป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก นอกจากบลัชดำ และ Concealer ที่เป็น Bestsellers แล้ว TONER PADS เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่น่าสนใจมากเพราะ ตลาดโทนเนอร์ปัจจุบันอยู่ที่ 6พันกว่าล้าน แต่ TONER PADS ลากลาสเป็นเจ้าเดียวในไทย ซึ่งอีกไม่นานคงจะสามารถแบ่งสัดส่วนมาจากตลาดโทนเนอร์ได้ 80-90% เพราะตอนนี้เริ่มจะมีแบรนด์ใหญ่ๆ 3-4 แบรนด์ และแบรนด์เล็กๆอีกกว่า 10 แบรนด์ เริ่มทำบ้างแล้ว โทนเนอร์แพดพึ่งวางขายจริงจังธันวาปีที่แล้ว
นอกจากนี้ภายในสิ้นปีมีแพลนจะเพิ่มสกินแคร์ที่มาซัพพอร์ตเมคอัพ เช่น กันแดด เซรั่มบำรุง เป็นต้น
LA GLACE ไม่เพียงแค่เติบโตในแง่ยอดขาย แต่ยังสะท้อนภาพแบรนด์ไทยรุ่นใหม่ที่เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและกล้าแตกต่างในตลาดเครื่องสำอางด้วยการวางตำแหน่งแบรนด์ให้เชื่อมโยงกับค่านิยมของคนรุ่นใหม่ ระบบการจัดการทีมภายในที่ยืดหยุ่นแต่มีเป้าหมายชัดเจน การเก็บข้อมูลลูกค้าเชิงลึกเพื่อพัฒนาสินค้าที่ตอบ Pain Point ได้จริง รวมถึงกลยุทธ์การตลาดที่เน้นทั้งคอนเทนต์และความสัมพันธ์กับลูกค้า ทำให้ LA GLACE กลายเป็นกรณีศึกษาของแบรนด์ไทยที่สามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดในยุคเศรษฐกิจผันผวนได้เป็นอย่างดี

ทั้งที่คนความจำสั้นกว่าปลาทอง ทำไมแบรนด์ถึงขายได้ดี ถอดบทเรียนจาก La Glace

มีใครโตเร็วกว่านี้มั้ย? แค่ไม่ถึง 8 ปี LA GLACE ไต่ระดับจากยอดขายหลักแสนสู่พันล้าน

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact