BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,410
VIEWS

Daddy and the Muscle Academy ไม่ได้แค่ขายสินค้า แต่มีทั้ง “Storytelling” และ “Inspiration” ที่ลูกค้าต้องกลับมาซ้ำ

มิ.ย. 17, 2568 S.Karnteera
ตอนเป็นเด็กนักเรียน ทุกคนมีวิชาโปรดของตัวเองไหม?

“เราเป็นคนที่ชอบวาดรูป ในชั่วโมงเรียนวิชาศิลปะจะมีความสุขเป็นพิเศษ” คุณลูกศร - ศรุติ ตันติวิทยากุล ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Daddy and the Muscle Academy เปิดเผยถึงความชอบในวัยเด็ก
 
“หลายๆ คนบอกกับเราว่ามันเป็นพรสวรรค์ของเราที่มีติดตัวมา ขณะเดียวกันเราเองก็เช็กความชอบ ความสนใจของตัวเองมาโดยตลอดว่าเรามีความสุขกับสิ่งที่ทำไหม จนทำให้เรารู้ตัวเร็วว่าชอบการดีไซน์ จึงตัดสินใจเรียนต่อสายแฟชั่น เพราะรู้สึกว่านี่แหละคือทางของเรา”
เมื่อเรียนจบ มีโอกาสเข้าทำงานเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ จึงได้พบกับเพื่อนร่วมงานที่กลายมาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ โดยเป็นคนที่มีความชอบในเรื่องของศิลปะหรือของกุ๊กกิ๊กกุ๊กหม่ำที่มีความน่ารักผสมอยู่คล้ายกัน และ ณ ตอนนั้นมีความต้องการเหมือนกัน คือ “อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นโดยไม่ใช้เงินเดือน”
           
ภารกิจของผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ Daddy and the Muscle Academy คือการหาเงินก้อนหนึ่งเพื่อไปเที่ยวญี่ปุ่น จึงตัดสินใจร่วมมือกันสร้างแบรนด์ จากการลงเงินคนละ 5,000 บาท จากเพื่อน 4 คน

“อันที่จริงก็เป็นการช่วยกันทำของขายง่ายๆ กับเพื่อน สินค้าก็เป็นของที่พวกเราชอบหรืออยากใช้เองอยู่แล้ว โดยขายผ่าน Instragram เนื่องจากช่วงนั้นเป็นยุคที่การขายของออนไลน์ได้รับความนิยมมาก ที่สำคัญไม่ต้องลงทุนในเรื่องของพื้นที่หน้าร้านหรือพนักงาน”
           
ขายไปขายมา ได้ทุนคืนและต่อยอดไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นจริงๆ
 
"เมื่อตอนที่เราได้ไปญี่ปุ่น ทำให้เราได้พบกับสิ่งที่ไม่เคยเห็น หลายๆ อย่างทำให้เราเกิดความรู้สึกว่า เป็นอะไรที่เจ๋งมากเลยขึ้นในใจ” 
 
เนื่องจากได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมร้านค้าในย่าน Koenji หรือย่าน Shimokitazawa ที่เรียกได้ว่าเป็นย่านสินค้าวินเทจ มีเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ อาจจะเพราะคนญี่ปุ่นมีการยอมรับในแฟชั่นที่หลากหลาย รวมไปถึงได้พบกับร้านค้าที่มีความกุ๊กกิ๊กน่ารักเหมือนกับว่าไม่ได้สร้างขึ้นให้มีลักษณะในเชิง Commercial มากนัก 

“แค่ก้าวเข้าไปก็ทำให้รู้สึก 
โอ้โห! แรงบันดาลใจมันพุ่งเข้ามาเต็มๆ ”    

เพราะเมื่อย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้น ประเทศไทยยังไม่ค่อยมีร้านค้าลักษณะดังกล่าว คุณลูกศรจึงเกิดความคิดที่ว่า 
 
“มันน่าจะดีนะ ถ้าเราได้เป็นหนึ่งในการส่งต่อกลิ่นอายของความสนุกหรือว่าความสดใสอะไรบางอย่างในทางศิลปะ หรือการดีไซน์ให้กับเด็กไทยได้ เมื่อพวกเขาได้เข้ามาในร้านที่เราสร้างขึ้น แล้วได้รับอะไรกลับไป เราอาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มชีวิตพวกเขาได้”
 
บวกกับความหนักแน่นในความคิดตนเองที่ว่าน่าจะมีคนชอบอะไรแบบนี้เหมือนกันกับตน จึงอยากลองทำโมเดลนี้ที่ประเทศไทยดู
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คุณลูกศรมีวิสัยทัศน์ในการมองหาช่องว่างในตลาดที่สามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี

ไม่เพียงเท่านั้น คุณลูกศรได้เสริมว่า “ด้วยความที่ไม่เคยมีมาก่อน เรารู้สึกว่าการลงตลาดครั้งนี้เป็นการลงไปยังน่านน้ำสีฟ้าแสนสงบ หรือ Blue Ocean เป็นการเริ่มต้นธุรกิจที่ไม่ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือด อีกทั้งการที่ไม่มีร้านค้าในลักษณะดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความต้องการในส่วนนี้ ส่วนตัวเชื่อว่าจริงๆ แล้วคนไทยมีความชอบในของน่ารักกุ๊กกิ๊ก แต่แค่ยังไม่มีพื้นที่ในการจับจ่าย”
 
 ที่น่าสนใจเพิ่มเติม คือพื้นฐานของผู้ร่วมก่อตั้งมาจากสายออกแบบเป็นหลัก Intention ในช่วงต้นของการดำเนินธุรกิจจึงมุ่งเน้นให้น้ำหนักกับการดีไซน์เพียงอย่างเดียว 
“ต้องยอมรับว่าอินเนอร์ช่วงแรกเป็นแบบดีไซเนอร์มาเองจะต้องออกแบบให้ไม่เหมือนใคร ส่งผลให้อาจจะขาดการคำนึงถึงความต้องการที่แท้จริงของตลาด ลักษณะของวัสดุที่นำมาผลิต หรือองค์ประกอบ อื่นๆ”

จนกระทั่ง ธุรกิจดำเนินงานมาถึงช่วงที่ย้ายจากออนไลน์เพียงอย่างเดียวมาสู่การเปิดหน้าร้านแบบออฟไลน์ เมื่อมี Shop เกิดขึ้นก็มีเรื่องราวที่ต้องให้ความสำคัญร่วมตามมาอย่างรอบด้าน คุเป็นโจทย์สำคัญของร้านที่ต้องคิดให้คม ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด

“การเปิดหน้าร้านต้องดูแลทุกอย่างแบบ 360 องศา ทั้งรูป รส กลิ่น เสียง ทุกอย่างล้วนสามารถส่งตรงถึงผู้บริโภคที่มาเยี่ยมร้านได้ด้วยกันทั้งสิ้น เมื่อลูกค้าเข้ามาในร้านจะเห็นทันทีว่าร้านตกแต่งสวยไหม พนักงานบริการเป็นอย่างไร กลิ่นในร้านโอเคไหม แอร์เย็นเพียงพอหรือไม่ สินค้าที่จัดโชว์มีคุณภาพเพียงพอสำหรับลูกค้าแล้ว เป็นต้น” 
 
คุณลูกศร เล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่า เมื่อธุรกิจดำเนินมาถึงระยะที่เปลี่ยนผ่านจากร้านค้าเล็กๆ เป็นบริษัท จะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจเข้ามาอีกมากมาย ต้องมีการดูแลเรื่องบัญชี การจัดการระบบหน้าบ้านและระบบหลังบ้านอย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น
          
“ร้านเรามีทุกวันนี้ได้เพราะมีทีมที่แข็งแกร่ง มีน้องๆ คอยดูแลและสนับสนุนในแต่ละ Business Unit ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ในแบบที่ทุกคนถนัด เข้าใจ และรักในองค์กร จึงมีเป้าหมายร่วมกัน การทำงานจึงมีความสามัคคีร่วมด้วยช่วยกันตามมา”
 
อีกส่วนสำคัญที่ทำให้ Daddy and the Muscle Academy สามารถดำเนินมาได้ถึงกว่า 10 ปี คือ อัตลักษณ์ของแบรนด์ที่ตั้งต้นมาด้วย Story สังเกตได้จากจุดเริ่มต้นที่เกิดจากการรวมตัวกันของเพื่อน 4 คน โดยการมารวมกันนี้เองทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนเป็นครอบครัว

“เราจินตนาการว่าการรวมตัวกันครั้งนี้ เหมือนเรามีครอบครัวหนึ่ง โดยผู้ร่วมก่อตั้งแต่ละคนจะมีคาแร็กเตอร์ในงานออกแบบของเรา คนหนึ่งเป็น Daddy (คุณพ่อ) อีกคนเป็นคุณแม่ และอีก 2 คนเป็นลูกสาว ชื่อเวนดี้กับลูซี่”
           
เมื่อมีเรื่องราวและตัวละคร ลูกค้าจึงเกิดความผูกพันและความต้องการที่จะติดตามเรื่องเหล่านั้นต่อไป ยกตัวอย่าง เมื่อตอนที่ออกสินค้าเสื้อยืดลายที่ผูกเรื่องเกี่ยวกับ Daddy (คุณพ่อ) ไปต่อยคนที่มาจีบลูกสาว (เวนดี้)

“เรามองว่าคนที่ติดตามเรื่องราวหรือตัวละครนั้นๆ มักจะสะสมสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ตนชอบไปพร้อมกันด้วย ไม่ว่าจะเป็น Accessory หรือ Collection ไหนที่ออกมาก็ตาม”
มากไปกว่านั้น ถ้าสังเกตจากร้านที่สยามจะพบว่า Building มีการแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งชัดเจน โดยฝั่งหนึ่งเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่สำหรับสินค้า House Brand มีการตกแต่งให้บรรยากาศ Feel Like Home ส่วนอีกฝั่งมีชื่อว่า Daddy stickerland เป็นพื้นที่รวบรวมสินค้าน่ารักๆ จาก Illustrator ทั้งไทยและต่างชาติ Area นี้จึงเปรียบเสมือนเป็น Mart ของสินค้าจากนักวาดภาพประกอบทั้งหลาย ส่วนอีกสาขาที่ Emsphere จะนำเสนอผ่านธีม Be Our Guest เพื่อให้ผู้ที่แวะมารู้สึกเหมือนมา Take Vacation และสาขา Siam Center ชั้น 1 เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวอื่นๆ เพิ่มเติม

“เราพยายามครีเอตให้แต่ละสาขาส่งมอบ Experience ที่แตกต่างกันให้กับ Visitor ของเรา ทั้งในแง่การดิสเพลย์ของที่แตกต่างกัน เพื่อส่งต่อความแปลกใหม่ รวมไปถึงแรงบันดาลใจที่ต่างกันออกไป” 
 
อีกสิ่งหนึ่งที่ทิ้งไม่ได้เลย คือการติดตามเทรนด์ พยายามทำให้แบรนด์ทันกระแสอยู่เสมอ ยกตัวอย่างอย่างคอลเลกชัน “My Lilly Baby“ ได้รับการต่อยอดมาจากความนิยมลายพรินต์ดอกไม้จริง

คุณลูกศร ย้ำว่า ต้องทำให้แบรนด์อินเทรนด์อยู่เสมอ เนื่องจากพอแบรนด์อยู่มานานกาลเวลาเปลี่ยน ลูกค้าที่อายุ 10 ปี กลายเป็น 20 ปี หรืออายุ 20 ปี ก็กลายเป็น 30 ปี นั่นเท่ากับว่าแม้จะมี New User เข้ามาเรื่อยๆ แต่ก็จะมีคนเก่าออกไปเรื่อยๆ เช่นกัน

อีกทั้งเรื่องอัตราการเกิดของมนุษย์ที่น้อยลงก็เป็นเรื่องที่แบรนด์ต้องระวัง จึงอาจจะมีการขยาย Product Line ไปยังสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงในอนาคต 

ด้วยความที่ว่าเราเป็นแบรนด์ที่ปรับตัวค่อนข้างไว และมีความ Flexible พร้อมทั้งยังมองว่าคำว่า Inspiration สามารถเอาไปฟิตอินกับอะไรก็ได้หมดเลย

ฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ต้องตอบสนองทาร์เก็ตไหนก็สามารถเกิดขึ้นได้ เช่น สินค้าสำหรับคนแต่ ละช่วงวัย ถ้าเปลี่ยนผ่านสู่ช่วงวัยที่อาจจะไม่ได้สนใจในสติกเกอร์ เราก็มีแก้วเก็บความเย็นรองรับความต้อง การการใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไป หรือแม้กระทั่งสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างที่ได้กล่าวไปก็ได้
 
การที่ต้องปรับตัวให้ทันโลกอยู่ตลอดเวลา เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แบรนด์ดูเฟรชเสมอ อีกทั้งทำให้เราต้องหมั่นเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ

“เราเป็นน้ำที่ไม่ได้เต็มแก้วอยู่แล้ว ยังรู้สึกว่ามีอะไรอีกมากมายที่เรายังไปไม่ถึง ซึ่งกลายมาเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราอยากเก่งขึ้น หาทางพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้น ขายดีเพิ่มขึ้น ทำให้น้องในทีมมีชีวิตที่ดีขึ้น”
 
นอกเหนือจากข้างต้นนี้ แบรนด์มีเป้าหมายที่ต้องการ Achieve อยู่อีกเรื่อง คือการเป็น Tourist Destination เพื่อให้ได้เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของคนไทย

“เมื่อมีลูกค้าต่างชาติโดยเฉพาะแทบเอเชียชื่นชอบแบรนด์เรา เราเหมือนได้เป็นตัวแทนและได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศไปในตัว
มากไปกว่านั้น ทำให้เห็นภาพสมัยที่เราไปต่างประเทศแล้วได้แรงบันดาลใจกลับมา การทำงานของเราทุกวันนี้ก็ยังต้องการให้เกิดภาพนั้นในคนอื่นๆ ต่อไปเรื่อยๆ”

Daddy and the Muscle Academy ไม่ได้แค่ขายสินค้า แต่มีทั้ง “Storytelling” และ “Inspiration” ที่ลูกค้าต้องกลับมาซ้ำ

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact