สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เป็นหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) ที่ได้รับมอบหมาย ให้มอบความคุ้มครองระหว่างประเทศแก่ผู้ลี้ภัย และผู้พลัดถิ่นซึ่งปัจจุบันมีจำนวนสูงถึง 139 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์เนื่องจากสงคราม และความขัดแย้ง
UNHCR ได้เริ่มทำงานในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 จนถึงปัจจุบัน เรายังคงทำงานเต็มกำลัง เพื่อมอบความคุ้มครอง และความช่วยเหลือแก่ผู้ลี้ภัย ผู้ขอลี้ภัยในเขตเมือง รวมไปถึงการพิจารณาสถานะผู้ลี้ภัย และมีพันธกิจเพื่อแก้ไข และลดภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติ
ใน วันที่ 20 มิถุนายน ของทุกปี ทาง UN ได้ประกาศให้เป็น “วันผู้ลี้ภัยโลก” เพื่อส่งเสริมถึงความกล้าหาญ และเข้มแข็งของผู้ลี้ภัย ที่ถูกบังคับให้ออกจากประเทศตนเอง และต้องการโอกาสในการสร้างชีวิตใหม่ โดยปี พ.ศ. 2568 สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) จัดงาน “วันผู้ลี้ภัยโลก” ในประเทศไทย ผ่าน เทศกาลอาหารผู้ลี้ภัยเนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลก หรือ Refugee Food Festival ณ ชั้น 1 โซน Beacon 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
โดยเชื่อว่า อาหารจะเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับผู้ลี้ภัย โดยนำเสนอเมนูจาก 10ประเทศที่ผู้ลี้ภัยจากมา อาทิ ปากีสถาน อิรัก ศรีลังกา โซมาเลีย อัฟกานิสถาน ซูดาน เวเนซุเอลา ซีเรีย ยูเครน เมียนมา เป็นต้น โดยหน่วยงานของรัฐบาลไทย สถานเอกอัครราชทูตในกรุงเทพ หน่วยงานต่าง ๆ ขององค์การสหประชาชาติ และภาคเอกชน ได้รวมตัวกันสนับสนุนและตอกย้ำความเป็นน้ำหนึ่ง ใจเดียวกันกับผู้ลี้ภัย
กิจกรรม “วันผู้ลี้ภัยโลก” ในปีนี้ กรุงเทพ ฯ ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของ UNHCR จากสำนักงานใหญ่ในเมืองเจนีวา นายราอูฟ มาซู ผู้ช่วยข้าหลวงใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ขึ้นกล่าวต้อนรับ “วันผู้ลี้ภัยโลก ไม่ได้เป็นเพียงวันที่เราร่วมระลึกถึงเท่านั้น แต่เป็นวันที่เราต้องร่วมลงมือทำ รับฟังและสร้างพื้นที่ในชุมชนเพื่อให้ทุกคนรู้สึก ได้รับการต้อนรับ ปลอดภัย และมีคุณค่า สิ่งที่ผู้ลี้ภัยต้องการ คือ โอกาสในการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน และเมื่อได้รับโอกาสนั้น พวกเขาจะกลายเป็นสมาชิกที่มีคุณค่าในสังคม สร้างความเจริญรุ่งเรือง และเสริมสร้างความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเรา ขอบคุณทุกท่านที่แสดงออกถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ด้วยการมาร่วมงานในวันนี้ รวมถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของทุกท่านในการปกป้อง สนับสนุน ผู้ลี้ภัย และช่วยสร้างอนาคตที่ดีกว่า ขอขอบคุณ บริษัท บูโอโน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา, บริษัท SPICY DISC, เชฟโบ ดวงพร ทรงวิศวะ เชฟและนักอนุรักษ์อาหารพื้นบ้านไทย ผู้ก่อตั้งร้านอาหารโบ.ลาน และเป็นผู้นำด้านอาหารยั่งยืนระดับสากล, คุณสัจจะ หงษ์หยก เจ้าของร้านอาหารโต๊ะแดง (บ้านอาจ้อ) รางวัลมิชลินไกด์ที่ถ่ายทอดวัฒนธรรมอาหารพื้นเมือง จังหวัดภูเก็ต, ดอกเตอร์ พอลลี่ เฮสันต์ ผู้บริหารร้าน Jian Cha (เจี้ยนชา) ร้านชาพรีเมียม ที่พร้อมมอบประสบการณ์ การดื่มชาในแบบที่แตกต่าง และท้ายที่สุดแต่สำคัญไม่แพ้ใคร คุณวิน เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร ผู้สนับสนุนที่มีชื่อเสียงคนล่าสุดของ UNHCR
เราทุกคนสามารถร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ผู้ลี้ภัยรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม การสนับสนุนนโยบายที่เป็นธรรม การสร้างโอกาสในการทำงาน การบริจาคเวลา ทรัพยากร หรือแม้แต่การแบ่งปันเรื่องราว ทุกการกระทำล้วนมีคุณค่า”
นอกจากนี้เทศกาลอาหารผู้ลี้ภัย ได้ เชิญเชฟ และร้านอาหารที่มีชื่อเสียง ร่วมแคมเปญ Flavors of Hopefor UNHCR นำเสนออาหาร ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความเข้มแข็งของผู้ลี้ภัยที่เสิร์ฟภายในร้านตลอด เดือนมิถุนายน ถึง เดือนกรกฎาคม เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็น น้ำหนึ่งใจเดียวกันจากหลายภาคส่วน ตอกย้ำถึงการยืนหยัดเคียงข้างผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นผ่าน อาหาร ที่ในปีนี้ UNHCR ได้นำมาเป็นสิ่งเชื่อมโยงให้เข้าถึงผู้ลี้ภัยได้ง่ายขึ้น
“ผัดผักกาดหอมกับซอสกุยฉ่ายขาว” เป็นเมนูที่ตั้งใจสะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาที่ต้องการให้ผู้ลี้ภัย กลับมามีความหวังอีกครั้งหลังจากผ่านความท้าทายที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต นอกจากจะเป็นเมนูที่ให้ความสบายใจแล้ว เมนูนี้ยังถูกเลือกมาอย่างตั้งใจด้วยคุณสมบัติ ทางโภชนาการและความหมายเชิงสัญลักษณ์ในวัฒนธรรมไทย ซึ่งสื่อถึงความยืดหยุ่น การเริ่มต้นใหม่ และการเริ่มต้นอันเป็นมงคล อาหารจานนี้ ปรุงอย่างนุ่มนวลและเสิร์ฟพร้อมซอสกุยฉ่ายขาวรสละมุน ในฐานะเชฟเชื่อว่าอาหารไม่เพียงแต่เป็นอาหารบำรุงร่างกายเท่านั้น แต่ยังเป็น สะพานเชื่อมระหว่างผู้คนด้วย แพมต้องการส่งสารแห่งความห่วงใย ความรัก และการเยียวยาผ่านอาหารจานนี้” เชฟแพม พิชญา สุนทรญาณกิจ จากร้าน ข้าวสารเสก หนึ่งในร้านอาหารที่ร่วมแคมเปญ Flavors of Hope for UNHCR ได้กล่าวเสริม
ด้าน วิน เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร ผู้สนับสนุนที่มีชื่อเสียงคนล่าสุดของ UNHCR พูดถึงการมาร่วมกิจกรรม “เทศกาลอาหาร ผู้ลี้ภัยเนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลก” หรือ Refugee Food Festival ว่า “รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้อาสาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ของ UNHCR ซึ่งทุกคนก็รู้จักดีว่าเป็นหน่วยงานขององค์การสหประชาชาติที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยทั่วโลก วันนี้ ผมก็เพิ่งทราบว่า ผู้ลี้ภัยมีจำนวนสูงถึง 122 ล้านคนทั่วโลก ก็ตกใจมาก และหวังว่าผมจะเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่เป็นกระบอกเสียงให้ผู้คนที่เดือดร้อน จากสงครามได้รับความเห็นอกเห็นใจ และช่วยเหลือกันมากยิ่งขึ้น และผมยังทราบมาว่าผู้คนที่ต้องกลายมาเป็นผู้ลี้ภัย ส่วนใหญ่คือเด็ก และผู้หญิง เขาไม่มีทางเลือกแต่ต้องหนีเพื่อรักษาชีวิต จากความรุนแรง ทุกคนก็รักครอบครัว อยากอยู่ที่บ้านของตัวเอง แต่ทำไม่ได้ ผมเองให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับ 1 จึงรู้สึกเห็นใจ และอยากเรียนรู้กับการทำงานด้านมนุษยธรรม ในระดับโลกมากยิ่งขึ้น ซึ่งภายในปีนี้ จะร่วมสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ของ UNHCR ที่จะเกิดขึ้น และลงพื้นที่เยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัย ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ เพื่อที่จะได้เห็นการทำงานของ UNHCR และนำมาสื่อสารให้สังคมได้รับรู้ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ผมอยากให้ทุกคนเป็นกำลังใจและติดตามการทำงานร่วมกับ UNHCR ที่จะเกิดขึ้น ต่อจากนี้ เพราะช่วงนี้โลกอยู่ในภาวะวิกฤติ UNHCR และผู้ลี้ภัยต้องการกำลังใจครับ”
ปิดท้ายมินิคอนเสิร์ต จากศิลปินวง No One Else ค่าย SPICY DISC โดย เทศกาลอาหารผู้ลี้ภัยเนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลก หรือ Refugee Food Festival เกิดจากความร่วมมือหลากหลายภาคส่วนผ่านเทศกาลอาหารในปีนี้ แสดงถึงพลังแห่งการแสดงถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน กับผู้ลี้ภัย แสดงถึงการยืนหยัดเคียงข้างพวกเขาในวันที่ต้องเผชิญกับความยากลำบาก
รวมถึงสนับสนุนแคมเปญ Flavors of Hope ตั้งแต่วันนี้ ถึง เดือนกรกฎาคม (หรือติดตามได้ที่สื่อประชาสัมพันธ์ของแต่ละร้าน) ได้ที่ร้าน
ร้านอาหารโบ.ลาน
ร้านอาหารข้าวสารเสก
ร้าน Jian Cha สาขา centralwOrld / Dragon Town / Mega Bangna / Siam Discovery / Athenee Tower
ร้านโต๊ะแดง บ้านอาจ้อ จังหวัดภูเก็ต
ไอศกรีม Buono
สืบเนื่องจากการตัดงบประมาณอย่างรุนแรงส่งผลกระทบต่อองค์กรด้านมนุษยธรรมทั่วโลก รวมถึง UNHCR การจัดกิจกรรมวันผู้ลี้ภัยโลกจึงเกิดขึ้นได้ด้วยการสนับสนุนจากภาคเอกชน อาทิ การมอบพื้นที่จัดงาน รวมถึงการสนับสนุนด้านสิ่งของและการเงิน UNHCR จึงขอขอบคุณผู้สนับสนุนศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), บริษัท SPICY DISC, ไอศกรีม Buono, ร้านโบ.ลาน, ร้านข้าวสารเสก, ร้านโต๊ะแดง บ้านอาจ้อ
เรื่องราวอาหารจาก 10 ประเทศ ในเทศกาลอาหารผู้ลี้ภัย เนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลก
1. ปากีสถาน
ซาโมซา (SAMOSA) ขนมอบรูปสามเหลี่ยมที่ชาวปากีสถานชื่นชอบซึ่งอัดแน่นไปด้วยส่วนผสมที่ปรุงรสด้วยเครื่องเทศ ถือเป็นวัฒนธรรมที่ล้ำลึกสำหรับชาวปากีสถาน ซาโมซาโดยทั่วไปทำจากแป้งสาลีบาง ๆ แล้วยัดไส้ด้วยมันฝรั่ง ถั่วลันเตา หัวหอม และบางครั้งก็มีเนื้อสับ ปรุงรส ด้วยเครื่องเทศ เช่น ยี่หร่า ผักชี และพริก สำหรับชาวปากีสถาน การทำซาโมซาไม่ใช่แค่การทำอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นการอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรม เพื่อแบ่งปันรสชาติบ้านเกิด และสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง
2. อิรัก
ทาจีนเนื้อ (IRAQI TAGINE MEAT) เนื้อของประเทศอิรัก เป็นสตูว์ที่ปรุงด้วยไฟอ่อน ๆ มักทำจากเนื้อแกะหรือเนื้อวัว ผัก และเครื่องเทศรสเข้มข้น เช่น อบเชย ขมิ้น และยี่หร่า เป็นอาหารที่ชื่นชอบในครัวเรือนของชาวอิรัก สำหรับชุมชนชาวอิรักการเตรียมทาจีนเป็นวิธีหนึ่งในการสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีของครอบครัว อาหารชนิดนี้ทำให้เกิดการรวมตัวกัน โดยเฉพาะในงานสังสรรค์และงานเฉลิมฉลองทางศาสนา ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านและมีความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกัน
3. ศรีลังกา
ราลวาดะ และ มุตตะบอนดา (RAAL VADAL AND MUTTA BONDA) เป็นอาหารยอดนิยมของชาวศรีลังกา โดยเฉพาะตามชายฝั่งทะเลราลวาดะ มีรสชาติกรอบอร่อย ในขณะที่ มุตตะบอนดา ห่อไข่ต้มด้วยแป้งรสเผ็ดและนำไปทอดจนสุกพอดี สำหรับชุมชนชาวศรีลังกา อาหารเหล่านี้มีความหมายทางอารมณ์และวัฒนธรรม การแบ่งปันของอาหารดั้งเดิมเหล่านี้ช่วยรักษาเอกลักษณ์ และเชื่อมโยงกับรากเหง้า และรักษาความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนผ่านอาหาร
4. โซมาเลีย
ขนมพัฟใส่ข้าวโพด และ มานดาซี (PUFF PUFF AND BUR MANDAZI) เป็นอาหารว่างที่ชาวโซมาเลียชื่นชอบ มักรับประทานคู่กับชาหรือในงานสังสรรค์ของชุมชน ขนมหวานเหล่านี้ทำจากแป้ง น้ำตาล ยีสต์ และบางครั้งปรุงรสด้วยกระวานหรือกะทิ มีเนื้อนุ่ม หวาน และให้ความรู้สึกอบอุ่น สำหรับชุมชนโซมาเลีย การเตรียม ขนมพัฟใส่ข้าวโพด และ มานดาซี ถือเป็นประเพณีการเฉลิมฉลอง และรักษาความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม ทำให้คนในชุมชนรวมตัวกัน อาหารที่เรียบง่าย แต่มีความหมายเหล่านี้ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน
5. อัฟกานิสถาน
ขนมปังชีสและขนมปังอินทผลัม (CHEESE AND DATE BREAD) เป็นอาหารหลักที่ชาวอัฟกานิสถานชื่นชอบขนมปังชีสมักทำจากแป้งแผ่นแบน และชีสรสเค็มอ่อน ๆ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ในขณะที่ขนมปังอินทผลัม ซึ่งอุดมไปด้วยอินทผลัมบดและเครื่องเทศอุ่น ๆ เช่น กระวานให้ความหวานตามธรรมชาติตามแบบฉบับของชาวอัฟกานิสถาน สำหรับครอบครัวชาวอัฟกานิสถาน การอบขนมปังเหล่านี้เป็นวิธีหนึ่ง ในการรักษามรดกทางอาหาร เสริมสร้างความผูกพันในครอบครัว และรักษาความทรงจำเกี่ยวกับบ้านเกิด การแบ่งปันขนมปังที่เรียบง่าย แต่มีความหมายเหล่านี้ช่วยส่งเสริมความผูกพัน และส่งผ่านวัฒนธรรมนี้จากรุ่นสู่รุ่น
6. ซูดาน
กูราซา (GURASA) เป็นขนมปังแผ่นแบนแบบดั้งเดิมของซูดาน มีลักษณะนุ่มและฟูเล็กน้อย มักเสิร์ฟพร้อมกับสตูว์ เนื้อสัตว์ หรือผัก กูราซา มีบทบาทสำคัญในมื้ออาหารและการสังสรรค์ทางสังคมของชาวซูดาน สำหรับครอบครัวชาวซูดาน การจัดเตรียมและแบ่งปัน กูราซาช่วยรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและยังช่วยให้รู้สึกคุ้นเคยด้วยการได้รสชาติอาหารเหมือนอยู่ที่บ้าน
7. เวเนซุเอลา
อาเรปา (AREPA) เป็นอาหารหลักของเวเนซุเอลา ทำจากแป้งข้าวโพดบดหรือแป้งสาลี ปั้นเป็นแผ่นกลมแล้วปิ้งหรือทอด อาเรปาสามารถใส่ไส้ได้หลากหลาย เช่น ชีส ถั่ว เนื้อสัตว์ หรืออะโวคาโด ทำให้เป็นอาหารที่ชื่นชอบ สำหรับครอบครัวชาวเวเนซุเอลาอาเรปาไม่ได้เป็นเพียงอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม และความสามัคคีอีกด้วย การแบ่งปันอาเรปาช่วยรักษามรดกทางวัฒนธรรมของเวเนซุเอลา ไว้ได้และให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
8. ซีเรีย
ฟาตาเยอร์ (FATAYER) เป็นขนมอบยอดนิยมของชาวซีเรีย รับประทานเป็นของว่างหรือส่วนหนึ่งของมื้ออาหาร ก็ได้พายขนาดพอดีมือเหล่านี้ประกอบด้วยไส้ครีมรสเปรี้ยวและแป้งที่ปรุงรสเล็กน้อย ซึ่งสะท้อนถึงประเพณีการทำอาหารอันหลากหลายของซีเรีย
9. ยูเครน
วาแรนือกือ (VERENIKI) หรือที่เรียกว่า VARENKY เป็นเกี๊ยวยูเครนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยไส้เกี๊ยวจะประกอบด้วยมันฝรั่ง ชีส กะหล่ำปลี เห็ด หรือไส้หวาน เช่น เชอร์รี่ เกี๊ยวถือเป็นอาหารพิเศษในวัฒนธรรมยูเครน โดยเป็นสัญลักษณ์ของการต้อนรับ ความสามัคคีในครอบครัว และ การเฉลิมฉลอง เกี๊ยวมักจะทำกันในช่วงวันหยุดและการรวมกันของครอบครัว เป็นกิจกรรมชุมชนอันน่าชื่นชมที่นำคนหลากหลายช่วงอายุ มารวมกัน อาหารจานนี้สะท้อนถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของยูเครน เป็นสัญลักษณ์อันเป็นที่รักของเอกลักษณ์ประจำชาติและประเพณี
10. เมียนมา
น้ำเต้าชุบแป้งทอด (FRIED OOURD) เมนูของว่างยอดนิยมของเมียนมา หรือ เรียกว่า “บูธีจ่อ” ในภาษาพื้นถิ่น ถือกำเนิดจากความเรียบง่าย ของครัวพื้นบ้าน ผสมผสานวัตถุดิบจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นฟักทองสดใหม่ แป้งทอดกรอบ กรอบนอก นุ่มใน และขมิ้นหอมอุ่น หอมเครื่องเทศอ่อน ๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ ความพิเศษของ บูธีจ่อ อยู่ที่แป้งทอดที่ใส่ขมิ้นและงาขาวเพิ่มความหอมกรุ่น เสิร์ฟร้อน ๆ กินคู่กับชาร้อน หรือจิ้มกับน้ำจิ้มรสเปรี้ยวหวาน ก็อร่อยกลมกล่อมไม่แพ้กัน