ความมั่นคงเติบใหญ่ ตลอดจนได้รับการยอมรับจากสังคมขององค์กรหนึ่งจะยาวนานแค่ไหน “ตัวตน” ขององค์กรนั้นๆ ย่อมเป็นตัวกำหนด ซึ่ง “สิงห์ คอร์เปอเรชั่น” เป็นตัวอย่างที่ดีที่สะท้อนคำกล่าวนี้ เพราะทุกครั้งที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือก็จะมีสิงห์ คอร์เปอเรชั่นอยู่ในรายชื่ออันดับต้นๆ เสมอ
เช่นเดียวกับรางวัล Thailand's Most Admired Company ที่สิงห์ฯ ได้รับหลายปีติดต่อกัน ในกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มที่ผู้บริโภคชื่นชอบ ล่าสุดจากผลสำรวจ 2024-2025 Thailand's Most Admired Company ยังพบว่าสิงห์ฯ มีความโดดเด่นในด้านผลประกอบการ ภาพลักษณ์ นวัตกรรม และความยั่งยืน

ความสำเร็จดังกล่าวมาจากสิงห์ฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างและพัฒนาแบรนด์ตลอดเวลา เพื่อส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพ ตรงใจ และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้บริโภค ความมุ่งมั่นไม่หยุดพัฒนาสิ่งใหม่ๆ เพื่อผู้บริโภคยิ่งส่งผลให้ภาพลักษณ์องค์กรมีความแข็งแกร่ง เป็นปัจจัยทำให้ได้รับคะแนนสูงสุดในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนที่ชัดเจนของแบรนด์ที่ไม่เพียงมีศักยภาพในด้านการโฆษณาหรือการตลาดเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการออกแบบประสบการณ์ลูกค้า การมีส่วนร่วมกับสังคม และการสร้างความรู้สึกเชิงบวกต่อแบรนด์ในใจผู้บริโภค ด้วยแนวทางนี้ สิงห์ฯ จึงสามารถก้าวขึ้นเป็น "แบรนด์ที่อยู่ในใจคนไทย" และเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงเมื่อประเมินในฐานะทรัพย์สินทางธุรกิจ
คุณภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ที่ย้ำเสมอว่า อย่ารอให้ใครมา Disrupt แต่ต้อง Disrupt ตัวเองก่อนเพื่อพัฒนาตัวเองให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงโลก ทั้งสังคมและพฤติกรรมความต้องการของผู้บริโภค
แน่นอนว่าความแข็งแกร่งด้านธุรกิจภายใต้การดำเนินการอย่างมีธรรมาภิบาล จนขึ้นเป็นองค์กรยืนหนึ่งในใจผู้บริโภคที่ดำเนินมาจนถึงวันนี้ ล้วนมาจากสืบทอดเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของ “พระยาภิรมย์ภักดี” ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ ภายใต้ปรัชญาในการทำงานเพื่อสังคมว่า “ทุกคนควรมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง” ที่ยึดถือปฏิบัติกันเรื่อยมาถึง คุณสันติ ภิรมย์ภักดี คุณจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี จนถึงปัจจุบัน ภายใต้การบริหารของคุณภูริต ภิรมย์ภักดี ที่ยังคงยึดมั่นในสิ่งนี้ สะท้อนผ่านนโยบายการทำงานที่สร้างความเติบโตให้กับองค์กร

คุณภูริต ภิรมย์ภักดี ยังคงถ่ายทอดแนวทางในการทำงาน และแนวคิดในการสร้างองค์กรจากผู้บริหารรุ่นก่อนอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นดีเอ็นเอของคนหัวใจสิงห์ กล่าวคือ สิงห์ฯ ไม่ได้ต้องการแค่พนักงานที่เก่งขององค์กร แต่อยากได้คนที่เป็นคนดีของสังคม เพื่อช่วยกันดูแลสังคม ผลักดันองค์กร ผลักดันสังคมให้เติบโตไปด้วยกัน จนกลายเป็นสิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในองค์กรที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเดินเคียงข้างกับสังคมไทยมาตลอดในทุกสถานการณ์
ที่สำคัญปลูกฝังพนักงานทุกคนให้มีดีเอ็นเอของความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นไปตามนโยบายของบุญรอดฯ ที่ต้องการช่วยเหลือสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง สานต่อเจตนารมณ์ของท่านพระยาภิรมย์ภักดี ที่มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตั้งอยู่บนแนวคิดความยั่งยืนและการช่วยเหลือสังคม และดูแลสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริหารในแต่ละรุ่นให้ความสำคัญและถือเป็นนโยบายที่ใช้ในการบริหารองค์กรมาโดยตลอด เพราะเชื่อว่าความดีนี้จะถูกส่งต่อจากในองค์กรไปสู่ชุมชนโดยรอบได้

ความร่วมมือร่วมใจของพนักงานที่ออกไปทำกิจกรรมเพื่อสังคม ทำให้สิงห์ฯ ขึ้นชื่อว่าเป็นองค์กรที่เคียงข้างสังคมไทย ภายใต้แนวคิด “องค์กร ชุมชน/สังคม สิ่งแวดล้อม ต้องมีความสุขอย่างยั่งยืน” ผ่าน เครือข่ายสิงห์อาสา โดยมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีและบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด กว่า 14 ปี ร่วมกับเครือข่ายที่กระจายอยู่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ
โดยที่ผ่านมา สิงห์ฯ มักจะเป็นองค์กรแรกๆ ที่พร้อมเข้าไปช่วยเหลือสังคมในสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติฉุกเฉิน ภัยธรรมชาติตามฤดูกาล นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งโครงการต่างๆ อาทิ “หน่วยแพทย์เคลื่อนที่สิงห์อาสา” เป็นโครงการที่ดำเนินการโดยมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดีและบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ร่วมกับ คณะการแพทย์จากหลายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลที่มีความยากลำบากในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2530 เป็นเวลากว่า 37 ปี และในปี 2567 โดยได้ลงพื้นที่อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และมหาวิทยาลัยพะเยา การดำเนินงานของโครงการประกอบด้วยการตรวจสุขภาพ การคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคไขมันในเลือดสูง รวมถึงการให้บริการทันตกรรมเคลื่อนที่ ซึ่งช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง


นอกจากรางวัล 2024-2025 Thailand's Most Admired Company นี้แล้ว สิงห์ฯ ยังได้รับรางวัล White Brand Award ซึ่ง BrandAge จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ตอกย้ำการเป็นบริษัทที่มีธรรมาภิบาลและดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายมาตลอด เพราะมีการจัดทำนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และบริษัทในเครือให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสอดคล้องต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระดับสากลตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน Sustainable Development Goals (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ภายใต้แนวคิด “องค์กร ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ต้องมีความสุขร่วมกันอย่างยั่งยืน” โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้าน
สิงห์ฯ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยดำเนินงานครอบคลุมทั้ง 3 มิติหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในด้านของเศรษฐกิจ สิงห์ฯ มุ่งเน้นการบริหารซัพพลายเชนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมกันนี้ยังส่งเสริมการสร้างงานในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนให้ชุมชนสามารถเติบโตเคียงข้างไปกับบริษัทได้อย่างยั่งยืน ในด้านสังคม ทุกก้าวที่เข้าไปดำเนินธุรกิจในพื้นที่ต่างๆ สิงห์ให้ความสำคัญกับความหลากหลายและความแตกต่างของชุมชนในทุกพื้นที่ พร้อมทั้งใส่ใจดูแลคุณภาพชีวิตของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า หรือคนในชุมชน เพื่อให้มั่นใจว่าการเติบโตของธุรกิจจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขณะเดียวกัน ในด้านสิ่งแวดล้อม สิงห์ฯ ได้วางเป้าหมายที่ชัดเจนในการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อพื้นดิน น้ำ และอากาศ จากการดำเนินงานของบริษัท พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าส่งเสริมความสมบูรณ์ของธรรมชาติผ่านโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่มุ่งฟื้นฟูและรักษาทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการ สร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง โดยเชื่อว่าการมีส่วนร่วมของทุกคนคือหัวใจสำคัญของการสร้างโลกที่ยั่งยืน

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่สะท้อนให้เห็นว่าสิงห์ฯ ไม่เพียงให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจที่ก่อให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังสร้างสมดุลในการดูแลสังคม และสิ่งแวดล้อม สร้างการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีจรรยาบรรณ และรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง