งานสัมมนา Creative Talk Conference 2025 ช่วงสรุป Half Year Trends: Marketing โดยโศรดา ศรประสิทธิ์ CEO บริษัท ปับลิซิส กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด และภัทรา ภัทรสุวรรณ Associate Marketing Director KFC ทั้ง 2 กูรูได้นำเสนอแนวคิดในการทำธุรกิจในยุคที่หลายองค์กรเปิดโหมดเอาตัวรอด ไว้อย่างน่าสนใจ
ทีมงานสรุป 10 หัวข้อมาให้แล้ว
1. รู้ใจ ไม่รุกล้ำ
การตลาดยุค Data การทำ Personalization ด้านการตลาดเป็นเรื่องที่จําเป็นมาก ณ ปัจจุบันเทคโนโลยีที่ เข้ามาเอื้อให้แบรนด์ทําการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้บริโภคในยุคปัจจุบันส่วนใหญ่ก็ยินดีให้แบรนด์ใช้ข้อมูล เพราะว่ามันเป็นประโยชน์กับทุกๆ ฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นทั้งด้านการดูแลลูกค้า หรือว่าการที่ทางลูกค้าทางผู้บริโภคต้องการอะไร
แต่สิ่งที่นักการตลาดต้องคำนึงถึงมากๆ คือ Respect & Relevance การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุลคลต้องไม่ทำให้ผู้บริโภคเกิดความรำคาญ ถ้านักการตลาดใช้ข้อมูลในมือให้เกิดประโยชน์ ใช้ให้ถูกที่ถูกทาง และเป็นประโยชน์กับ ผู้บริโภค
2. รู้ใจ ให้ชีวิตง่ายที่สุด
การที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าไม่ถูกรุกล้ำ เแบรนด์ต้องมองว่าจะทำอย่างไรให้ชีวิตลูกค้าง่ายที่สุด และเมื่อไหร่ที่ผู้บริโภคมองว่ามีประโยชน์ เขาจะไม่รำคาญ และให้ความร่วมมือ
ตัวอย่างเช่น ถ้าข้อมูลบอกว่าลูกค้าคนนี้ชอบกิน KFC ทุกวันศุกร์ เราก็ทำหน้าที่แค่ย้ำเตือนลูกค้าว่าวันนี้วันศุกร์แล้ว วันนี้มีเมนูอะไรมานำเสนอบ้าง

3. ไม่ใช่แค่มีใจ แค่เลือกไวขึ้น
คนในโลกยุคดิจิทัลมีพฤติกรรมที่เป็นอันตรายกับนักการตลาดอย่างหนึ่งก็คือ เปลี่ยนใจง่าย เหตุผลมาจากปัจจุบันนี้สมาร์ทโฟนฉลาดขึ้น คนทำคอนเทนต์ง่ายขึ้น ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปนิยมทำไลฟ์ ประเภท Micro Reward ส่งผลให้มีคอนเทนต์ออกมามหาศาล ผลที่ตามมาก็คือ คนมีทางเลือก
สิ่งที่นักการตลาดต้องปรับตัวในยุค Attention Economy คือ แบรนด์ต้องมีทั้งคอนเทนต์แบบสั้น (Snack Video) และแบบยาว (Long Form) คือต้องมีทั้งความไวและความลึก
4. ดูนาน ไม่ได้แปลว่าจำได้
ผู้บริโภคยุคนี้เรียกว่า รักนะ แต่พร้อมเปลี่ยน หมายความว่าเขารักเราแต่รักคนอื่นด้วย ยิ่งปัจจุบันเศรษฐกิจไม่ดี ยิ่งพร้อมเปลี่ยน เพราะฉะนั้นแบรนด์ต้องมั่นใจว่าจะสร้าง Love หรือ Action เพราะแม้ว่าการที่เขาดูคอนเทนต์เราบ่อย ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะจําได้ ดังนั้นเนื้อหาของคอนเทนต์จะต้องสร้าง Feeling เพราะคนจะจดจำความรู้สึกที่มีต่อเนื้อหานั้น ไม่ใช่แค่ภาพหรือข้อความ
วิธีการที่ได้ผลในการสร้างความจดจำของ KFC ก็คือ การชวนเล่น โดยเฉพาะในโลกโซเชียล ทุกคนอยากเล่น อยาก Engage เพราะฉะนั้น ถ้า KFC จะออกเมนูใหม่ มักจะชวนผู้บริโภคให้มีส่วนร่วมเสมอ
5. จ่ายต้องคุ้ม คุณค่าต้องชัด
ในยุคที่เศรษฐกิจฝืดเคือง แบรนด์ต้องดูว่าทำอย่างไรผู้บริโภคถึงจะรู้สึกว่าต้องจ่ายแล้วคุ้ม ความคุ้มค่าอาจจะเป็นเรื่องของการบริการหลังการขาย หรือว่าการดูแลลูกค้า ซึ่งต้องสื่อสารให้ชัดเจน ต้องทําให้ผู้บริโภครู้สึกว่าคุณค่าของผลิตภัณฑ์เราอยู่ตรงไหน

6. เน้นสร้างประสบการณ์มากกว่าราคา
ทุกครั้งที่เศรษฐกิจไม่ดี มักจะเกิดสงครามราคาจะมาทันที ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการแข่งขันในตลาดร้านอาหารหมูกระทะ สุกี้ที่ตอนนี้ที่กำลังทำสงครามราคาบุฟเฟ่ต์กัน ซึ่งส่งผลกับตลาดร้านอาหารทั้งหมด
วิธีการที่จะทำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อแบรนด์เราที่ได้ผลก็คือ การสร้างประสบการณ์ ตัวอย่างเช่น KFC ที่สามารถสร้างประสบการณ์ให้เป็นมากกว่าไก่ทอด ด้วยการไปจับมือกับ Butterbear เปิดตัวน้องเนยเป็นลูกรักคนใหม่ของผู้พันแซนเดอร์ส
7. ภัคดีได้ถ้ารู้ว่าแบรนด์ใส่ใจ
แม้จะอยู่ในยุคสงครามราคา และคนก็พร้อมจะเปลี่ยนเสมอ แต่ Brand Loyalty ก็ยังทำได้ ถ้าแบรนด์มีความใส่ใจ ซึ่งหัวใจก็ยังคงอยู่ที่การทำ CRM
โลกยุคปัจจุบันเอื้อให้แบรนด์เข้าใจผู้บริโภคตามพฤติกรรม ทั้งสิ่งที่ชอบ และไม่ชอบ ดังนั้นแบรนด์ต้องเรียนรู้ที่จะรักษาความสัมพันธ์กับผู้บริโภค และยึดมั่นกับ Value Proposition แล้วต้องทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และจริงใจ เรื่องนี้เหมือนดาบสองคม ถ้าแบรนด์ไม่ใส่ใจคนจะทิ้งเราไปง่ายๆ
8. รักนะ แต่พร้อมเปลี่ยน
ลูกค้ามีความภักดีกับแบรนด์ได้จริง แต่ในยุคปัจจุบัน พวกเขาพร้อมที่จะเปลี่ยนไปใช้แบรนด์คู่แข่งได้ง่ายขึ้น แบรนด์ไม่ควรน้อยใจหากลูกค้าไปลองใช้ผลิตภัณฑ์ของคู่แข่ง เพราะไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รักเรา แต่แบรนด์ควรโฟกัสว่า Next Time เราต้องทําอะไรให้เขากลับมา หรืออย่างน้อยให้ลูกค้ากลับมากินเราอยู่เรื่อยๆ

9. หั่นงบได้ แต่หัวใจห้ามเปลี่ยน
ปัจจุบันแบรนด์ส่วนใหญ่กำลังเปิดโหมดอยู่รอด หรือทำงานภายใต้สถานการณ์งบประมาณลดลง ยอดขายก็ยังจะเอา แรงงานก็ต้องลดลง แคมเปญก็ต้องออก ทุกอย่างจึงมากดดันที่นักการตลาด
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือแบรนด์ที่นักการตลาดสร้างแบรนด์กันมานาน ใช้เวลาหลายปี ท่ามกลางวิกฤตนี้ การพิจารณาและตัดสินใจของนักการตลาดยังจำเป็นต้องคงไว้ซึ่งคุณภาพและคุณค่าของแบรนด์ ห้ามบั่นทอนเป็นอันขาด
เราสามารถที่จะปรับตัวอย่างอื่น เพื่อเพิ่มรายได้ เช่น การเพิ่มเมนูอาหาร หรือหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มาเสริม แต่อย่าทําให้คุณค่าของแบรนด์ที่สร้างมาเป็นระยะเวลาหลายปี เสียไปกับยอดขายในเดือนที่เราอยากได้
10. แบรนด์ไม่แกร่งก็ต้องแข่งที่ราคา
ไม่ควรตัดเรื่องการสร้างแบรนด์ เพราะมันคือ Long Term Cost ในอนาคต เมื่อวันที่เศรษฐกิจดีขึ้น เราจะต้องเริ่มต้นสร้างแบรนด์ใหม่หมดเลย เพราะฉะนั้นอย่าหยุดที่จะสร้างแบรนด์ และอย่าหยุดสร้าง Connection กับลูกค้า