Brand Love คือการสร้างรักแท้ซึ่งไม่ง่าย แต่เมื่อไหร่ที่สร้างได้ ร้านอาหารนั้นจะได้เปรียบ คำถามที่ว่า ทำอย่างไรให้คนรักเรา เราต้องถามตัวเองก่อนว่าเรามีดีมากพอหรือยัง
บุ๋ม บุณย์ญานุช บุญบํารุงทรัพย์ ผู้ก่อตั้งบริษัท ปีติ พีอาร์ จำกัด กล่าวว่า เหตุผลที่ต้องทำให้ลูกค้ารักนั้นมี 3 สิ่ง คือ
1. อาหารต้องอร่อยก่อน แต่อร่อยอย่างเดียวไม่พอ คนไม่ได้รักเราแบรนด์เดียวอีกต่อไปแล้ว คนเปิดร้านอาหารเยอะมากในไลน์แมน 7 แสนร้าน
2. เวลาเราเหลือน้อยลง โอกาสในการแข่งขันสั้นมาก ถ้าสายป่านไม่ยาว ลำบาก เปอร์เซ็นต์ปิดมากขึ้น
3. ลูกค้าที่รักเรา คือเกราะกำบังที่ดีมากสำหรับเรา
เหนือสิ่งอื่นใด บุ๋ม อธิบายว่า การทำธุรกิจสิ่งสำคัญที่สุด คือ Purpose หรือเป้าประสงค์ต้องชัดเจน
และนี่คือ "PEETI Purposeful Business Model Canvas" 7 องค์ประกอบที่ทำให้มีรักแท้ ฉบับบุ๋ม บุณย์ญานุช ที่นักธุรกิจ, เจ้าของกิจการสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตัวเอง
1. Purpose เกิดมาเพื่ออะไร?
Purpose หรือเป้าประสงค์ คือสิ่งแรกที่ต้องทำ คือการตอบคำถามกับตัวเองว่าเราเกิดมาทำสิ่งนั้นเพราะอะไร
Purpose แตกต่างจาก Passion เพราะ Passion คือความลุ่มหลงส่วนตัว แต่เป้าประสงค์คือการมองว่าเราสามารถทำให้สิ่งนั้นดีกับคนอื่นอย่างไร จะสร้าง Impact อย่างไร เช่น อยากเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดเล็กๆ ในหมู่บ้าน เพื่อทำให้คนมีอาชีพ เป็นร้านราคาย่อมเรา และคนในหมู่บ้านมีชีวิตที่ดีขึ้น
“การเริ่มต้นธุรกิจต้องมีดาวเหนือ Purpose คือดาวเหนือ วันนี้ยังไม่ถึงแต่เราจะต้องไปถึง ตัวอย่าง เช่น ดาวเหนือของพี่ GON คืออยากจะเป็นแบรนด์ที่คนรักมากที่สุด เราทำจนสำเร็จ บาร์บีคิวพลาซ่าเป็นแบรนด์ร้านอาหารที่คนรักมากที่สุด”
2. Purposeful Product รักเพราะของเราดี
ร้านอาหารยุคนี้ต้องไม่ได้แค่ขายอาหาร ต้องใส่ความตั้งใจลงไป ตัวอย่างคือไอศกรีม Guss Damn Good, หมึกมันไก่, เผ็ดมาร์คที่ใส่ความตั้งใจทำอะไรบางอย่างเข้าไปให้เห็น

3. Purposeful Price รักเพราะเราคุ้มค่า
การตั้งราคาถูกหรือแพงไม่ใช่คำตอบ แต่ต้องมองว่าลูกค้าจ่ายเงินแล้วคุ้มค่า จ่าย 100 บาท แล้วได้ 120 บาท สิ่งที่ได้รับมากกว่าที่เขาจ่าย บางแบรนด์ใช้บรรยากาศ, บางแบรนด์ใช้ปริมาณเยอะ หรือว่าบริการดี
“พยายามเลี่ยงสินค้าไม่ตรงปก ไม่คุ้มค่ากับที่จ่ายไป”
4. Purposeful Place รักเพราะอยู่ในทุกที่ที่เธอต้องการ
การเลือก "ทำเล" ที่เหมาะสมทั้งในโลกออฟไลน์และออนไลน์ สถานที่ตั้งควรเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย และตรงกับความต้องการของพวกเขา เช่น ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้ออฟฟิศสำหรับคนทำงานที่ต้องการผ่อนคลายหลังเลิกงาน หรือการบริหารจัดการ "หน้าร้าน" บนแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ให้ใช้งานง่ายและน่าดึงดูด
ลูกค้าอยู่ตรงไหน เราต้องอยู่ตรงนั้น ตัวอย่าง เช่น ร้านชงเจริญ ร้านเอาหารกึ่งผับที่จับกลุ่มคนทำงาน เลยไปเลือกเปิดร้านที่ใต้ออฟฟิศเลย
5. Purposeful Promotion รักเพราะการสื่อสารเราดี
การส่งเสริมการขายที่ดีไม่ใช่แค่การลดราคาหรือโฆษณา แต่เป็นการสื่อสารที่เข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง รู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร มีปัญหาอะไร และแบรนด์จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร การใช้เครื่องมือการตลาดที่หลากหลายและสร้างสรรค์เพื่อเข้าถึงและดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย จะช่วยสร้างการรับรู้และความผูกพันกับแบรนด์
“การสื่อสารที่ดีจะทำให้คนอยากมาร้านตั้งแต่ยังไม่ถึงร้าน เราต้องทำตั้งแต่โฆษณา เซลส์โปรโมชัน เทรดโปรโมชัน ประชาสัมพันธ์ โปรโมชันที่ดีไม่ใช่แค่การลดราคา แต่ต้องเข้าใจลูกค้า, จับตาคู่แข่ง, ใช้ประโยชน์จาก Data Base ในองค์กรให้ได้มากที่สุด ทั้งหมดต้องวัดผลได้ชัดเจน เช่น ลดราคาไม่ต้องทำทั้งวัน ทำแค่ช่วงบ่ายที่ว่าง หรือว่าก่อนเที่ยง, หรือถ้าเรารู้ว่าคนมาร้านเราเฉลี่ย 2 คนครึ่ง ทำโปรโมชันมา 4 คน ได้เมนูพิเศษ”
6. Purposeful People รักเพราะคนของเราดี
พนักงานเป็นได้มากว่าคนรับออร์เดอร์ แต่พนักงานคือแนวหน้าของแบรนด์ที่ส่งมอบประสบการณ์โดยตรงให้กับลูกค้า การสร้างบุคลากรที่รักองค์กร มีใจบริการ และเข้าใจในจุดประสงค์ของแบรนด์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
“สิ่งนี้เริ่มต้นจากการที่ผู้บริหารต้องรักและใส่ใจพนักงานก่อน สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนและให้คุณค่าแก่พนักงาน เพื่อให้พวกเขาสามารถส่งต่อความสุขและบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ร้านอาหารพนักงานสำคัญมาก ทำแคมเปญมาอย่างดี แต่พนักงานไม่เอาด้วยก็จบ เราต้องสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี หาคนที่ใช่ตั้งแต่วันแรกจะไม่เสียเวลา”
7. Purposeful Process รักเพราะความพิถีพิถันในการสร้าง
การทำงานทุกกระบวนการต้องสะท้อนจากความตั้งใจจริงๆ หรือเรายอมยากเพื่อให้ลูกค้าง่าย เคล็ดลับคือใช้วิชาทำเกินเหมือนแบรนด์แอปเปิล นอกจากนี้ยังต้องเข้าใจพนักงาน เรื่องใจเขาใจเรา ทำอย่างไรให้ลูกน้องสนุก ลูกค้าสนาน ต้องทำให้ทุกคนเห็นว่าเราทำเรื่องนี้ขึ้นมาทั้งพนักงานและลูกค้า ซึ่งทั้งหมดนี้จะเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความผูกพันของลูกค้ากับแบรนด์
