บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเสาเข็มเหล็ก เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการก่อสร้างไทย ประกาศความสำเร็จได้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) อย่างเป็นทางการ โดย เข็มเหล็ก ถือว่าเป็นรายแรกที่ได้รับ มอก.3357-2565 สำหรับเสาเข็มเหล็กกล้าแบบเกลียวในประเทศไทยเพื่อเป็นเครื่องหมายการันตีด้านคุณภาพและความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานการผลิต ผ่านกระบวนการทดสอบตามข้อกำหนด เพิ่มความมั่นใจในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้บริโภค ย้ำความเป็นหนึ่งด้านคุณภาพและความปลอดภัย
นายประเสริฐ ธรรมมนุญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญในวงการวิศวกรรมฐานรากของประเทศไทย ด้วยการได้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) อย่างเป็นทางการ นับเป็นบริษัทแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานนี้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบอนุญาตในครั้งนี้ คือ “เสาเข็มเหล็กกล้าแบบเกลียว” โดยได้รับมอก.3357-2565 นับเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพและความปลอดภัยที่มีมาตรฐาน รวมถึงการควบคุมการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ผ่านการออกแบบและผลิตตามหลักวิศวกรรมขั้นสูง ควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่างานฐานรากจะได้รับทั้งความมั่นคง แข็งแรง และความปลอดภัยสูงสุด ทั้งนี้ กล่าวได้ว่า ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเสาเข็มเหล็กกล้าแบบเกลียวได้รับความนิยมในการนำมาใช้เป็นเสาเข็มสำหรับรองรับน้ำหนักโครงสร้าง รั้วและเสาอย่างแพร่หลาย เป็นนวัตกรรมฐานรากยุคใหม่ที่ออกแบบมา เพื่อตอบโจทย์งานก่อสร้างที่ต้องการความรวดเร็วในการติดตั้ง ลดแรงสั่นสะเทือน ไม่ก่อให้เกิดเสียงดังหรือฝุ่นละออง และสามารถติดตั้งได้แม้ในพื้นที่จำกัด เหมาะสำหรับงานก่อสร้างในเขตเมือง งานต่อเติมอาคาร และงานที่ต้องการควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เสาเข็มเหล็กกล้าแบบเกลียว (Screw Pile) มีความโดดเด่นกว่า เสาเข็มแบบเจาะ (Bored Pile)อย่างไร
ความโดดเด่นของ “เสาเข็มเหล็กกล้าแบบเกลียว” อยู่ที่ทำให้โครงการก่อสร้างสามารถติดตั้งได้รวดเร็ว ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเหมาะสำหรับโครงการทั้งในภาคที่อยู่อาศัยและอุตสาหกรรม ที่สำคัญ ยังเป็นวัสดุก่อสร้างที่ช่วยการปฏิวัติงานก่อสร้างฐานรากของประเทศไทยได้ กล่าวคือ “เสาเข็มเหล็กกล้าแบบเกลียว” ของ “เข็มเหล็ก” หมายถึง การใช้เทคโนโลยีใหม่ในการก่อสร้างที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อและใช้กลไกที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น การติดตั้งเข็มเหล็กที่ไม่จำเป็นต้องขุดดินออก เนื่องจากกระบวนการนี้ไม่ต้องขุดดินออกมาหรือใช้วัตถุดิบอื่นๆ ที่ต้องการการขนส่งมาก ทำให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในกระบวนการก่อสร้างได้ถึงประมาณ 30% และเมื่อใช้เทคนิคนี้จะไม่มีการสร้างขยะจากดินที่ขุดขึ้นมา จึงทำให้เกิดการเลี่ยงการจัดการกับเศษวัสดุที่ต้องนำไปทิ้ง ซึ่งต่างจากการใช้เสาเข็มเจาะที่จะต้องขุดดินออกเป็นจำนวนมาก อีกทั้งใช้เวลาติดตั้งในส่วนงานฐานรากน้อยกว่าเสาเข็มเจาะทั่วไป และสามารถทำงานได้ตลอดทั้งวันและกลางคืน โดยไม่สร้างเสียงหรือแรงสั่นสะเทือนอีกด้วย เนื่องจากมีเสียงและการสั่นสะเทือนต่ำมากอยู่ที่ประมาณ 0.1-0.01 มิลลิเมตร ทำให้สามารถทำงานในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นหรือในเวลากลางคืนได้โดยไม่รบกวนการจราจรหรือความเป็นอยู่ของประชาชน.
ที่สำคัญ “เสาเข็มเหล็กกล้าแบบเกลียว” ของ “เข็มเหล็ก” ยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้หลังจากการก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีการให้เช่าเข็มเหล็กสำหรับโครงการต่างๆ ที่ต้องการใช้งานเสาเข็มเพื่อติดตั้งในระยะสั้น เช่น งานอีเว้นท์ งานตกแต่งสวน ซึ่งเป็นรุกขวิศวกรรม ฯลฯ ทำให้ลดการสูญเสียทรัพยากร และสามารถลดต้นทุนการก่อสร้างได้อย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทฯ มีแผนการต่อยอดกับโครงการอื่น ๆ อย่างไร
“เข็มเหล็ก” มีแผนต่อยอดโครงการความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ เพื่อการวิจัยและพัฒนา การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีมาตรฐานและความปลอดภัย เช่น การออกแบบระบบที่สามารถต้านทานแรงลมได้ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับต้นไม้และระบบของดิน เช่น การสร้างพื้นที่สวนเพื่อส่งเสริมการใช้งานที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ฯลฯ
“บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเป็นอย่างยิ่ง และการได้รับใบอนุญาตแสดงเครื่องหมาย มอก. ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัท และยังเป็นก้าวใหม่ของอุตสาหกรรมเสาเข็มฐานรากไทย โดยเฉพาะในกลุ่มเสาเข็มเหล็ก ซึ่งยังไม่เคยมีบริษัทใดได้รับการรับรองมาก่อน เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ด้วยนวัตกรรมที่ปลอดภัย ประหยัดเวลา และมีประสิทธิภาพสูง” นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติม