“ทำบุญสวยชาติหน้า ทำหน้าสวยชาตินี้” ประโยคสั้นๆ ที่สะท้อนยุคสมัยของการศัลยกรรมได้อย่างตรงจุด เพราะในปัจจุบันการศัลยกรรมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นทางเลือกของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการดูดีขึ้นอย่างมั่นใจ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมความงามที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การปรับรูปหน้า แก้ไขจุดบกพร่อง ไปจนถึงการเสริมจุดเด่น ไม่ใช่เรื่องที่ต้องแอบซ่อนหรือรู้สึกผิดอีกแล้ว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านความมั่นใจ บุคลิกภาพ หรือโอกาสทางอาชีพ “การทำสวย” จึงกลายเป็นอีกหนึ่งการลงทุนในตัวเองที่หลายคนมองว่า “คุ้มค่า” ในแบบที่สัมผัสได้ตั้งแต่ชาตินี้
หากมองเข้ามาที่ตลาดศัลยกรรมเพื่อความงามแล้ว จะพบว่า ในอดีตการศัลยกรรมถูกใช้เพื่อการรักษาเป็นหลักไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขความผิดปกติของร่างกายหรือผลจากอุบัติเหตุ
แต่ปัจจุบันการศัลยกรรมกลับกลายเป็นเรื่องของความงามที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผู้คนจำนวนมากเลือกศึกษาข้อมูลเบื้องต้นจากอินเทอร์เน็ต ก่อนตัดสินใจเดินเข้าสู่คลินิกหรือโรงพยาบาล ด้วยความมั่นใจว่า "ข้อมูลที่หาได้" คือคำตอบที่ดีที่สุด แต่สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือ มาตรฐานของคลินิก ความเชี่ยวชาญของแพทย์ และคุณภาพของการให้บริการ
แม้ตลาดนี้จะมีเทรนด์การเติบโตที่ดี แต่ก็มีการแข่งขันที่สูงเช่นกัน ขณะที่ตัวผู้บริโภคมีความรู้ในเรื่องดังกล่าวจากการมีข้อมูลในมือมากขึ้น สถาบันด้านความงามจึงไม่สามารถพึ่งพาแค่ความรู้พื้นฐานได้อีกต่อไป แต่ต้องยกระดับคุณภาพทั้งด้านทักษะ เทคโนโลยี และความน่าเชื่อถือ เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับผู้คนที่กำลังมองหาการลงทุนด้านความงามอย่างจริงจัง
เช่นเดียวกับ โรงพยาบาลธีรพร (TEERAPORN HOSPITAL) โรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า และการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนแห่งแรกในไทย ที่มีประสบการณ์มากกว่า 40 ปี ธีรพรคลินิก เปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในปี 2525 โดยผศ.นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ โดยเริ่มจากเป็นคลินิกศัลยกรรมเล็กๆ ตั้งอยู่บนตึกแถวเขตดินแดง ก่อนจะมาต่อยอดเป็นโรงพยาบาลการศัลกรรม

ผศ.นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเตติก คอนเนค จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลธีรพร กล่าวว่า การเปิดโรงพยาบาลธีรพรเป็นการต่อยอดความสำเร็จที่มาอย่างต่อเนื่องตลอดมากว่า 40 ปี ด้วย 5 จุดเด่น การเป็นผู้ริเริ่มศัลยกรรมบนใบหน้ามากกว่า 40 ปี ดูแลโดยทีมแพทย์ระดับอาจารย์แพทย์ ใช้เทคนิคที่ออกแบบมาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล พร้อมใส่ใจทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้รับประสบการณ์ที่อบอุ่น นวัตกรรมทางการแพทย์ที่พัฒนาโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง การผสานความเป็นไทยและความสากล ธีรพรจึงเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า และการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนแห่งแรกของประเทศไทย
“เรามีแผนรองรับการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั่วโลก (Wellness Tourism) ที่ในช่วงปี 2563-2568 มีการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 20.9% โดยประเทศไทยยังมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และ Global Wellness Institute (GWI) คาดการณ์ว่าปี 2568 นี้ ตัวเลขเศรษฐกิจเพื่อสุขภาพของทั้งโลกจะมีมูลค่าประมาณ 230 ล้านล้านบาท เช่นเดียวกับที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าตลาดศัลยกรรมในประเทศไทยจะเติบโตขึ้น 2.8% โดยมีมูลค่า 76,000 ล้านบาท จึงเป็นโอกาสในการเปิดโรงพยาบาลธีรพรเพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว โดยใช้งบลงทุนรวมกว่า 630 ล้านบาท เพื่อต่อยอดความเชี่ยวชาญของโรงพยาบาลธีรพรที่เป็นที่ยอมรับในบริการศัลยกรรมเฉพาะทางใบหน้าอยู่แล้ว สู่บริการด้าน Skin & Longevity (ศูนย์ผิวพรรณและสุขภาพ) หรือชีวิตแบบ “อยู่สวย” ที่ให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืนยาวนาน เราจึงเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า และการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนแห่งแรกของประเทศไทย โดยตั้งเป้าการเติบโต 10% ภายในปี 2568”

3 แนวคิดสะท้อนความเป็น “ธีรพร”
1.“Less is More” นิยามความสวยที่เข้าใจผู้หญิงเอเชีย
เมื่อพูดถึงเทคนิคเฉพาะด้านศัลยกรรมใบหน้า ชื่อของ รศ.นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ มักถูกพูดถึงเสมอ โดยเฉพาะแนวคิด “Less is More” ซึ่งสะท้อนผ่านเทคนิคเฉพาะที่คิดค้นขึ้น เช่น Face-Lock, Face-Contour และการเสริมจมูกด้วยไขมันตัวเองแนวทางนี้เชื่อในความสวยที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวตน แต่เน้นการผ่าตัดด้วยวิธีที่แผลเล็ก ฟื้นตัวไว ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และออกแบบมาเพื่อรูปหน้าและโครงสร้างของคนเอเชียโดยเฉพาะ เป้าหมายคือการช่วยให้คนไข้ดูดีขึ้นในแบบของตัวเอง ไม่ใช่การไล่ตามแฟชั่นที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ
2. ทีมแพทย์เฉพาะทางระดับอาจารย์แพทย์
เบื้องหลังความเชี่ยวชาญของธีรพรคือการรวมตัวของทีมแพทย์เฉพาะทางระดับอาจารย์แพทย์ ที่แบ่งออกเป็น 6 สายหลัก ได้แก่ ทีมแพทย์ดึงหน้า เสริมจมูก ศัลยกรรมตา หู-คอ-จมูก ทีมดูแลผิวและการชะลอวัย (Skin & Longevity) และทีมวิสัญญีแพทย์ที่ดูแลด้านความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด
3.ความใส่ใจรายละเอียดเพื่อผู้รับบริการ
ทุกองค์ประกอบตลอดการบริการล้วนแสดงถึงความใส่ใจรายละเอียด เช่น ค่าบริการของโรงพยาบาลธีรพรไม่มีบวกเพิ่ม รับประกัน 1 ปี เพื่อไม่ให้ผู้รับบริการมีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย การมีวิสัญญีแพทย์คอยดูแลตลอดเพื่อความปลอดภัย แม้กระทั่งบริการสระผมหลังการผ่าตัด เพราะเข้าใจว่าผู้รับบริการอยากออกใช้ชีวิตต่ออย่างสะดวกสบายและดูดี เนื่องจากการผ่าตัดเป็นแผลเล็ก และการประคบอบแสงดูแลแผลหลังบริการ ฯลฯ

Wellness Tourism โอกาสใหม่ของไทย
จากเทรนในปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพกันมากขึ้น ธีรพรเล็งเห็นช่องทาง จึงเตรียมแผนรองรับการเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั่วโลก (Wellness Tourism) ที่ในช่วงปี 2563-2568 มีการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 20.9% และ ประเทศไทยยังมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และ Global Wellness Institute (GWI) โดยคาดการณ์ว่าปี 2568 นี้ ตัวเลขเศรษฐกิจเพื่อสุขภาพของทั้งโลกจะมีมูลค่าประมาณ 230 ล้านล้านบาท เช่นเดียวกับที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าตลาดศัลยกรรมในประเทศไทยจะเติบโตขึ้น 2.8% โดยมีมูลค่า 76,000 ล้านบาท จึงเป็นโอกาสในการเปิดโรงพยาบาลธีรพรเพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว โดยใช้งบลงทุนรวมกว่า 630 ล้านบาท เพื่อต่อยอดความเชี่ยวชาญของโรงพยาบาลธีรพรที่เป็นที่ยอมรับในบริการศัลยกรรมเฉพาะทางใบหน้าอยู่แล้ว สู่บริการด้าน Skin & Longevity (ศูนย์ผิวพรรณและสุขภาพ) หรือชีวิตแบบ “เกิดสวย อยู่สวย จากสวย” ที่ให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืนยาวนาน
จากศัลยกรรม สู่ชีวิตแบบ “เกิดสวย อยู่สวย จากสวย”
ความตั้งใจของโรงพยาบาลธีรพรไม่ได้มีแค่ความเชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมทางใบหน้า แต่ต้องการเป็นที่ปรึกษาด้านความงามตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก “เราไม่ได้แค่เปลี่ยนหน้า แต่เราวางแผนให้เขาอยู่กับความสวยไปอีกนาน” ธีรพรจึงเปิดบริการด้าน wellness เพิ่ม ทั้งการวิเคราะห์สุขภาพล่วงหน้า ตรวจเลือดเชิงลึก ปรับสมดุลร่างกาย รวมถึงบริการอย่างการฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ วิตามินผิว ฯลฯ บนพื้นฐานวิทยาศาสตร์และความปลอดภัย ไม่ใช่แค่ราคาถูกหรือโปรโมชั่นตามตลาด
การเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามภายนอก แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความมั่นใจของทุกคน ความรู้สึกที่ได้กลับมามั่นใจในตัวเอง ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แต่การตัดสินใจทำศัลยกรรมคือก้าวที่สำคัญเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้นในแบบที่ต้องการ ไม่ใช่เพียงเพื่อความสวยงาม แต่เพื่อความรู้สึกดีที่เกิดขึ้นเมื่อมองกระจก เพราะ “ความสวย” ไม่ได้จบแค่การมีใบหน้าที่ดูดีแต่ควรจะคุ้มค่าเมื่อตัดสินใจที่จะลงทุนนั่นเอง