ดูซีรีส์อยู่ดีๆ ทำไมถึงได้เดท?
ในโลกที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แบรนด์ที่อยู่รอดไม่ใช่แค่แบรนด์ที่เข้าถึงผู้คนแต่ต้องเข้าใจผู้คน
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในแคมเปญล่าสุดจาก Viu และ Tinder กับการจับมือกันภายใต้ชื่อที่เล่นกับอารมณ์เบาๆ แต่สะกิดใจคนเหงากับแคมเปญ #มาดูViuที่ห้องเราไหมxTinder
เมื่อเจาะลึกลงไปในแนวคิดเบื้องหลัง นี่ไม่ใช่แค่แคมเปญการตลาดแบบ Collaboration เพื่อแลกฐานผู้ใช้เท่านั้น แต่มันคือการทดลองวิธีใหม่ของการเชื่อมแบรนด์เข้ากับความสัมพันธ์ของผู้คนอย่างไร้รอยต่อสร้าง Seamless Journey
สิ่งที่ Viu และ Tinder ทำในครั้งนี้ คือการตั้งคำถามกลับไปยังพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ไม่ได้ต้องการแค่ความบันเทิงอีกต่อไป แต่ต้องการประสบการณ์ที่มีความหมายมากขึ้นในทุกกิจกรรม ไม่เว้นแม้กระทั่งการดูซีรีส์
การพบกันของสองแพลตฟอร์ม จึงกลายเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสมากกว่าที่คิด เพราะทั้งคู่ต่างดึงดูดกลุ่มผู้ใช้ที่เหมือนกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใช้ความชอบร่วม เป็นจุดตั้งต้นของการสานสัมพันธ์
ข้อมูลจาก Tinder แสดงให้เห็นว่า ผู้ใช้ในไทยเริ่มระบุความสนใจเกี่ยวกับการ “ดูหนัง/ดูซีรีส์” ในโปรไฟล์ของตัวเองเพิ่มขึ้นเกือบ 10% ในช่วงปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ความนิยมในแนว K-Drama และหนังแอ็กชันก็พุ่งขึ้นอย่างน่าสนใจ
โดย K Drama เพิ่มขึ้น 45% ส่วนหนังแอ็กชัน เพิ่มขึ้นถึง 4,775% จนกลายเป็นอีกหนึ่งภาษากลางที่ใช้เริ่มบทสนทนาในโลกของคนเหงายุคดิจิทัล
แคมเปญนี้จึงไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อขายโปรโมชัน แต่เป็นการสร้างจังหวะร่วมระหว่างผู้คน ด้วยการเลือกเพลย์ลิสต์ซีรีส์ที่ชวนดูด้วยกันอย่าง “Lovely Runner” หรือ “What’s Wrong with Secretary Kim?” เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยน มาพร้อมกับข้อเสนอ เช่น การให้ Tinder Gold ฟรี 3 เดือนแก่ผู้ใช้ Viu Premium ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จึงยิ่งตอกย้ำว่าทั้งสองแบรนด์ไม่ได้หวังแค่ให้ผู้ใช้กดดูหรือกดแมตช์เท่านั้น แต่ต้องการสร้างโอกาสให้การดูซีรีส์ธรรมดาๆ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่างที่มากกว่าเดิม
อคิรากร อิกิติสิริ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Viu (วิว) ประเทศไทย กล่าวว่า “สำหรับแคมเปญ #มาดูViuที่ห้องเราไหมxTinder ไม่ใช่แค่แคมเปญการตลาด แต่มันคือการทดลองแนวทางใหม่ของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค เพราะ Viu (วิว) ไม่ได้มีหน้าที่แค่ส่งต่อคอนเทนต์ดีๆ แต่ต้องสามารถออกแบบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของผู้ใช้งานได้จริง เมื่อเราเห็นว่าผู้ชมของเรา ไม่ได้ดูซีรีส์แค่เพื่อความสนุก แต่ยังใช้คอนเทนต์เป็นสะพานในการเชื่อมโยงกับผู้อื่น มันจึงเป็นโอกาสสำคัญที่เราจะขยายความหมายของการดูซีรีส์ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความสัมพันธ์ นั่นคือเหตุผลที่เราจับมือกับ Tinder ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เข้าใจเรื่องของการเชื่อมโยงผู้คนได้อย่างลึกซึ้ง
“แคมเปญนี้จึงเป็นเหมือนบทพิสูจน์ว่า Viu พร้อมที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และความรู้สึกของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง เราไม่ได้ต้องการแค่จำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้น แต่เราต้องการสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายในชีวิตประจำวันของพวกเขาด้วย”
กัญญาณัฐ ปิติเจริญ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดในประเทศไทยของ Tinder เปิดเผยว่า “Gen Z ไทยกำลังมองหาความสัมพันธ์ที่มีความหมาย โดยเริ่มต้นจากการเชื่อมโยงผ่านแพสชั่นที่มีร่วมกัน ‘ภาพยนตร์’ ติดอันดับท็อป 10 Interests ของผู้ใช้ Tinder ประเทศไทยในปีที่ผ่านมาและปีนี้เราเห็นการเติบโตอย่างเห็นได้ชัดของการระบุ ‘หนังแอ็คชั่น’ ในประวัติส่วนตัว และระบุ ‘K Drama’ เพิ่มขึ้น 45% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่สำคัญของคอนเทนต์และการสตรีมมิ่งเป็นวิธีที่คนโสดไทยสร้างการเชื่อมต่อใหม่ๆ”
ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนบทบาทของแบรนด์จากผู้ให้บริการ ไปสู่การเป็นผู้เข้าใจความรู้สึกของผู้ใช้งาน เพราะสุดท้ายแล้ว ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการแค่คอนเทนต์ดีๆ หรือระบบหาคู่ที่แม่นยำ แต่ต้องการความรู้สึกว่ากำลังมีใครบางคนเข้าใจเขาจริงๆ ในเวลาที่เขาต้องการใครสักคน
เมื่อแบรนด์อย่าง Viu และ Tinder เข้าใจจุดนั้นได้ และเลือกจะออกแบบประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับความเหงา ความชอบ และ ความเป็นไปได้ของความสัมพันธ์ได้อย่างกลมกลืน
นี่จึงไม่ใช่แค่แคมเปญไวรัล แต่คือบทเรียนสำคัญของโลกการตลาดยุคใหม่ว่า “ความสัมพันธ์” อาจเริ่มต้นได้จากแค่การกด Play ซีรีส์เรื่องเดียวกัน