เปิดใจ “สัญชัย จินดาศรี” ผู้บริหาร dooDeco ผู้เชี่ยวชาญด้านตกแต่งภายในกับเทคโนโลยี dooDeco ที่ออกแบบมาให้เป็นมากกว่าเทคโนโลยี แต่เป็น Business Architecture ที่เกิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหางานออกแบบตกแต่งภายในแบบ One-stop Service เชื่อมโยง Ecosystem ให้ช่าง ดีไซเนอร์ และลูกค้าทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว สร้างประสบการณ์การตกแต่งบ้านที่ Feel Good จนรู้สึกได้ว่าจะไม่ใช่เรื่องน่าปวดหัวอีกต่อไป
Q: ฟังดูเหมือนบริษัท Tech มากกว่าบริษัทตกแต่งภายใน?
A: ถูกต้องครับ (หัวเราะ) จริง ๆ ความฝันเราคือเราอยากเป็น Tech Company ที่ทำธุรกิจ Interior Design มากกว่าจะเป็น Interior Company ที่พยายามใช้ Tech เรามีทีม Product, UX/UI, Developer, และ Data Analyst ในบ้านเองทั้งหมด และวัฒนธรรมองค์กรก็คิดแบบ Startup – ทำเร็ว วัดผลได้ ปรับทันที จุดแข็งของเราคือความเร็ว ความแม่นยำ และความสามารถในการ Scale ด้วยระบบที่ไม่ใช่แค่กำลังคน
Q: ในมุมของลูกค้า เทคโนโลยีเหล่านี้ส่งผลอย่างไรต่อประสบการณ์การใช้บริการ?
A: ลูกค้าจะได้เห็นความต่างชัดเจนในเรื่อง:
- เวลาสรุปแบบเร็วขึ้น 40-50% งบประมาณไม่บานปลาย เพราะมีระบบราคากลางแบบ Dynamic
- ลดความคลุมเครือจาก “จินตนาการ” เป็น “เห็นจริงก่อนตัดสินใจ”
- เช็กความคืบหน้าได้จากมือถือ ไม่ต้องลางานไปไซต์บ่อย
- มั่นใจว่าได้งานคุณภาพ เพราะระบบ QC เป็นระบบ ไม่ใช่ตามดวง
สุดท้ายคือ ความโปร่งใส ทุกอย่างมีรอยเท้า มี Timestamp มี Tracking ลูกค้าจะสามารถรู้ว่าเงินทุกบาทถูกใช้อย่างไร
Q: dooDeco มีแผนที่จะขยายตลาดไปต่างจังหวัดด้วยระบบแบบนี้หรือไม่?
A : แน่นอนครับ และนี่คือข้อได้เปรียบสำคัญของเรา เราสามารถขยายบริการไปทั่วประเทศโดยไม่ลดทอนคุณภาพ เพราะระบบของเราไม่ได้โดดเด่นแค่ในกรุงเทพฯ แต่เรายึดมาตรฐานเดียวกันในทุกจังหวัด และทุกพื้นที่ที่เราให้บริการ เรามี Designer และ Partner ในต่างจังหวัดกว่า 30 จังหวัดแล้ว โดยมี HQ ที่ควบคุมด้วยระบบ PM และ QC Platform ทั้งหมด ลูกค้าในเชียงใหม่ ขอนแก่น หรือภูเก็ต ได้คุณภาพงานเท่ากับสุขุมวิทแน่นอนครับ
Q: โครงการใหม่ๆ ที่ dooDeco วางแผนที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยอีกมีอะไรบ้าง?
A : หลายอย่างเลยครับและเรากำลังเดินหน้าให้ไปถึงจุดนั้น โดยโครงการใหม่ๆ ของ dooDeco ที่จะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ซึ่งได้แก่