พอเห็นรายชื่อจากพิธีมอบรางวัล Asia’s 50 Best Bars 2025 ซึ่งจัดขึ้นที่ Wynn Palace ในมาเก๊าเมื่อเมื่อวันอังคารที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เราก็อดตื่นเต้นไม่ได้ เพราะแม้ผู้ชนะอันดับต้นๆ จะยังเป็นเจ้าเดิมที่แสดงถึงความเก๋าและคุณภาพอันเสมอต้นเสมอปลายอย่าง Bar Leone จากฮ่องกง (อันดับ 1) Zest จากโซล (อันดับ 2) และ Jigger & Pony จากสิงคโปร์ (อันดับ 3) แต่ที่น่าสนใจคือปีนี้กรุงเทพมหานครของเราได้ซีนไปเต็มๆ โดยมีบาร์ของกรุงเทพฯ ติดอันดับถึง 7 บาร์และมีถึง 4 บาร์ที่เป็นหน้าใหม่หรือ new entry ที่ไม่เคยอยู่ในลิสต์นี้มาก่อน
นั่นจึงทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองที่มีบาร์ติดอันดับมากที่สุด ไม่ต่างจากการจัดอันดับร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก 50 อันดับ หรือ The World’s 50 Best Restaurants 2025 เมื่อไม่นานมานี้ที่กรุงเทพฯ ก็มีร้านอาหารที่ติดอันดับถึง 6 ร้าน มาดูกันว่าบาร์ในกรุงเทพฯ ที่โดนใจคนทั่วทั้งเอเชีย พวกเขามีจุดเด่นที่ชวนลิ้มลองยังไงบ้าง
อันดับที่ 48: Bar Sathorn ที่เพิ่งติดอันดับเป็นปีแรก โดยคฤหาสน์เลขที่ 106 ถนนสาธรเหนือแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 136 ปี เคยเป็นบ้านพักส่วนตัว โรงแรมหรูและสถานทูตโซเวียต ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของบาร์สาธร ซึ่งมาร์โค ด็อกนินี ผู้เป็นบาร์เทนเดอร์ก็ได้สร้างสรรค์เครื่องดื่มที่ผสมผสานการความเป็นท้องถิ่นและประวัติศาสตร์ เช่น ค็อกเทลรามอส จิน ฟิซที่ผสานความเป็นข้าวเหนียวมะม่วง
อันดับ 43: Opium ซึ่งเพิ่งเข้ามาเป็น new entry ในปีนี้เช่นกัน ตั้งอยู่ที่ชั้นบนของร้าน Potong ของเชฟแพม พิชญา (ซึ่งติดอันดับ 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย และติดอันดับ 14 ใน 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2025) ในอาคารพาณิชย์เก่าแก่อายุ 120 ปีในเยาวราชซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นร้านขายยาล ปัจจุบันร้าน Opium มอบประสบการณ์ค็อกเทลที่ชวนให้หวนรำลึกถึงอดีตของกรุงเทพฯ
อันดับ 29: Vesper ในซอยคอนแวนต์ สีลม ที่ดึงดูดทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติมานานกว่าสิบปีแล้ว แน่นอนว่ามีเครื่องดื่ม Vesper เป็น signature เลือกจิบได้สามแบบ แบบคลาสสิก แบบลอนดอนที่ได้แรงบันดาลใจจาก Duke's Bar Vesper และแบบเลือกจากคลังเครื่องดื่มที่ทางร้านมีให้เลือกสรร นอกจากนี้ยังมีค็อกเทลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะอีกด้วย
อันดับ 26: G.O.D ที่ซอยนานา เยาวราช เข้ามาในลิสต์เป็นปีแรกก็พุ่งเข้าสู่อันดับที่ 26 กันเลย โดย G.O.D. อาจเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่คุณจะพบส่วนผสมอย่างวอดก้าเนื้อบด น้ำส้มสายชูกล้วย และน้ำหอยนางรมในเมนูเครื่องดื่ม ไหนจะ Uni Martini ที่น่าลอง แถมคุณจะได้เจอปลัดขิกรอต้อนรับอยู่ด้วย
อันดับ 19: BKK Social Club บาร์ในโรงแรม Four Seasons Bangkok ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความคล้ายคลึงกันระหว่างบัวโนสไอเรสและกรุงเทพฯ ชวนให้คุณได้ลิ้มลองค็อกเทล Since 1942, Don Julio สไตล์โบราณที่มีส่วนประกอบของอะกาเว เมนูอาหารเม็กซิกันและอาหารไทยต้นตำรับจากบาร์
อันดับ 5: คือ Dry Wave Cocktail Studio ที่สร้างกระแสในวงการบาร์ของกรุงเทพฯ ตั้งแต่เปิดตัวในย่านทองหล่อเมื่อเดือนมกราคม ปี 2024 และกลายเป็นบาร์หน้าใหม่ที่พุ่งขึ้นสู่ท็อปไฟว์ได้อย่างงดงาม ด้วยแนวคิดสุดสร้างสรรค์ที่นำสององค์ประกอบที่ตัดกันมาผสมผสานกันเป็นหนึ่งเดียว สะท้อนให้เห็นในทุกองค์ประกอบของร้าน ตั้งแต่ผนังลายคลื่นไปจนถึงบาร์หินอ่อน และเมนู Super Classic ที่นำเครื่องดื่มยอดนิยม 2 ชนิดจากยุคที่แตกต่างกันมาสร้างสรรค์เป็นเครื่องดื่มแก้วใหม่
อันดับ 4: และบาร์ไทยที่ขึ้นไปได้สูงสุดในลิสต์ก็คือ Bar Us ที่ซอยสุขุมวิท 26 ด้วยการตกแต่งภายในที่แทบจะเป็นสีดำทั้งหมด ไฟสปอตไลท์แบบโรงละคร และทีมบาร์เทนเดอร์ที่สวมชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา ทำให้คุณอาจจะคิดว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ในห้องทดลองมากกว่าบาร์ Bar Us เลือกใช้อาหารรสเลิศเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เครื่องดื่ม แล้วยังใช้วัตถุดิบที่คนไม่คิดว่าจะทำเป็นค็อกเทลได้อย่างน้ำปลาหรือขิง เมนูแบ่งออกเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย อาหารจานหลัก อาหารจานหลัง และแบบที่เสิร์ฟตลอดคืนพร้อมเครื่องดื่มคลาสสิกที่ปรับรสชาติให้แปลกใหม่
บาร์ไทยในเวทีโลกแสดงให้เราเห็นว่าความคิดสร้างสรรค์นั้นพาเราไปได้ไกลแค่ไหน วัตถุดิบในท้องถิ่นทำให้เครื่องดื่มมีความแตกต่าง ผสานกับการเลือกสถานที่ตั้งของบาร์ในย่านที่มีประวัติศาสตร์ การตกแต่งภายในที่ช่วยสร้างบรรยากาศ แม้กระทั่งชุดของบาร์เทนเดอร์ก็ทำให้ร้านน่าจดจำ ทุกรายละเอียดกลายเป็นพลังที่ทำให้บาร์ไทยเข้าไปอยู่ในใจผู้มาเยือน และซอฟต์พาวเวอร์จากวงการอาหาร ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรือบาร์ดูจะพุ่งทะยานมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี และเป็นเหตุผลที่ทำให้นักเที่ยวจำนวนไม่น้อยอยากซื้อตั๋วบินมาลิ้มรสที่ประเทศไทย
อ้างอิง 1อ้างอิง 2