หากจะให้อธิบายถึงเทรนด์ “Athleisure” ตามความหมายที่อภิสิทธิ์ สิงห์สัจจเทศ ผู้จัดการทั่วไปแบรนด์ ORI บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) หรือยัสปาล กรุ๊ป ให้สัมภาษณ์ไว้ในข่าวการเปิดตัวแบรนด์น้องใหม่ในเครืออย่าง “ORI” แล้ว มันก็คือการที่คนรุ่นใหม่นิยมนำเสื้อผ้าออกกำลังกายมาเป็นหนึ่งในแฟชั่นไอเทมของการแต่งตัวในชีวิตประจำวัน ที่รวมถึงการใส่สำหรับการทำงานในออฟฟิศด้วย
จากเทรนด์ดังกล่าวนี้กลายเป็นโอกาสทางการตลาดของสินค้าในกลุ่ม “สปอร์ตแวร์” ที่เริ่มขยับเข้าสู่การใช้ในชีวิต ประจำวันของคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟมากขึ้น
ผู้จัดการทั่วไปแบรนด์ ORI บริษัท ยัสปาล จำกัด (มหาชน) หรือยัสปาล กรุ๊ป บอกกับเราว่า แบรนด์ ORI ถือเป็นแบรนด์พรีเมียมแอ็กทีฟ แวร์ แบรนด์แรกในเครือของยัสปาล กรุ๊ป ที่เกิดจากการศึกษาเทรนด์และอินไซต์ของลูกค้าที่ปัจจุบันมีจำนวนคนรักสุขภาพและผู้ที่ชื่นชอบแอ็กทีฟไลฟ์สไตล์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเทรนด์ Athleis ที่นำเสื้อผ้าออกกำลังกายมาเป็นหนึ่งในแฟชั่นไอเทมของการแต่งตัวในชีวิตประจำวันด้วย

ทำให้แบรนด์ ORI ไม่ได้มีแค่บทบาทตามเทรนด์กระแส แต่ยังเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้หญิงยุคใหม่ที่มีหลาก หลายบทบาท เราต้องการให้ ORI เป็นแบรนด์ที่เข้าใจและอยู่กับลูกค้าในทุกช่วงจังหวะ ไม่ว่าจะขณะออกกำลังกายหรือใช้ชีวิตในเมือง
“จากการศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย เราจึงตั้งใจออกแบบแบรนด์ ORI อย่างเข้าใจและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเอเชีย ด้วยการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง, เทคโนโลยีสิ่งทอที่ทันสมัย, โทนสีและความสวยงามของดีไซน์”
ในช่วงแรกสินค้าของเราจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ
1.Studio Wear ชุดที่ออกแบบมาพิเศษเน้นความสบาย คล่องตัว และตอบสนองการเคลื่อนไหวที่ยืดหยุ่นเหมาะกับกิจกรรมในร่ม อาทิ โยคะ พิลาทิส บอดี้บาลานซ์ สเตรทชิ่ง หรือแม้กระทั่งบอดี้เวท เทรนนิ่งระดับเบาถึงกลาง
2.Lifestyle Wear เสื้อผ้าและแอคเซสเซอรี่ที่มีดีไซน์แมตช์กับแอ็กทีฟ แวร์ สามารถสวมใส่ในกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างสวยงาม และคล่องตัว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแจ็คเก็ต เสื้อครอป เสื้อคลุม กางเกง กระเป๋า รองเท้า ถุงเท้า

นอกจากนี้ แบรนด์ ORI ยังมีแนวทางการเพิ่มสินค้าหรือการทำคอลลาบอเรชั่นแบรนด์อุปกรณ์ฟิตเนสและสตูดิโอโยคะอีกด้วย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบวงจร โดยล่าสุดได้นำอุปกรณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ “bala” ที่โดดเด่นทั้งในเชิงดีไซน์และฟังก์ชันสำหรับโยคะและพิลาทิสชื่อดังจากอเมริกา เข้ามาจำหน่ายภายในร้าน ORI อาทิ กระบอกน้ำ ดัมเบล สายรัดข้อมือหุ้มซิลิโคนดีไซน์เรียบหรู
โดยสินค้าของ ORI ในแต่ละคอลเลกชันจะมี Key Highlight Color เพื่อเพิ่มความสนุกในสีสันสดใสมอบให้ลูกค้าได้อัปเดตเทรนด์สีไปพร้อมๆ กัน โดยเลือกโทนสีจากเทรนด์สากล และนำมาผสมผสานให้เหมาะสมกับโทนสีผิวของผู้หญิงเอเชีย ทั้งนี้ วัสดุเนื้อผ้าของ ORI แบ่งเป็น 5 กลุ่มเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและกิจกรรมที่เหมาะสมไล่ตั้งแต่
1.ORI-FIRM เนื้อผ้าสีด้านที่มีความหนาแน่นสูง กระชับเข้ารูปช่วยพยุงสรีระ แต่ยังคงมีความยืดหยุ่นของเนื้อผ้าทั้ง 4 ทิศทาง เหมาะสำหรับบอดี้เวท เทรนนิ่งระดับเบาถึงกลาง
2.ORI-FLY เนื้อผ้าบางเบาเสมือนผิวชั้นที่ 2 ผิวสัมผัสกึ่งเงาให้ลุคหรูหราขณะเคลื่อนไหว ซับเหงื่อ ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม เหมาะกับกิจกรรมโยคะและพิลาทิส
3.ORI-FEEL เนื้อผ้าที่มอบสัมผัสนุ่มเบาเหมือนปุยเมฆ ให้ความสบายแต่ยังคงช่วยพยุงสรีระระดับกลาง เนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี เหมาะสำหรับกิจกรรมเบาๆ เช่น นั่งสมาธิ โยคะ
4.ORI-FORCE ออกแบบมาเพื่อรองรับการออกกำลังกายที่หนักแน่น ด้วยเนื้อผ้าที่พยุงและบีบรัดกล้ามเนื้อแบบแน่นพิเศษ ให้ความกระชับและยังคงมอบความคล่องตัว ช่วยเพิ่มการฟื้นตัวและประสิทธิภาพในการเคลื่อนไหว และ
5.ORI-LUXE เนื้อผ้าพรีเมียมที่ให้สัมผัสนุ่มอุ่นสบายแต่ไม่เทอะทะ เหมาะกับการสวมใส่ระหว่างอยู่บ้านหรือเดินทาง ไกล

ไม่เพียงเท่านั้น ร้าน ORI ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ชั้น G ซึ่งเป็นสาขาแรกที่เปิดตัวขึ้นยังได้ออกแบบ Retail Experience ให้กับลูกค้าที่เข้ามาร้านด้วยการดีไซน์ร้านในคอนเซ็ปต์ “From Store to Studio” มอบบรรยากาศที่มีความโมเดิร์นแต่ยังมอบความรู้สึกผ่อนคลาย โทนสีที่ซอฟต์เป็นธรรมชาติ เสมือนอยู่ในสตูดิโอออกกำลังกาย รวมทั้งการใช้เส้นโค้งมนของตัว O จาก ORI เข้ามาเป็นหลักในการออกแบบอีกด้วย
พร้อมทั้งมีพื้นที่ Flexible Space สีน้ำเงินตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายได้สำหรับรองรับกิจกรรมเอ็กซ์คลูชีฟสำหรับลูกค้าต่อไปในอนาคต เช่น เครื่องพิลาทิสสำหรับการทดลองเล่นเมื่อสวมใส่สินค้าของ ORI รวมไปถึงห้อง Fitting Room ที่ทางแบรนด์แสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียดที่อยากให้ลูกค้าได้ใช้เวลาเพื่อรีเฟรชร่างกาย
โดยลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนสีภายในห้องได้ตามความต้องการ เช่น Light Therapy สีแดง (IGNITE) เมื่อต้องการพลังและความมั่นใจ สีเขียว (BALANCE) เมื่อต้องการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวเอง สีน้ำเงิน (REFLECT) ให้ความสงบ ผ่อนคลายภายใน และสุดท้ายสีธรรมชาติ (TRUE LIGHT) ให้ลูกค้าได้ดูความพอดีของเสื้อผ้า สีผิว เพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อ
นอกจากนี้ ทางแบรนด์ยังอบรมพนักงานให้สามารถเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำเรื่องการเลือกเนื้อผ้าของสินค้าให้ตรงกับกิจกรรมแอ็กทีฟเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอีกด้วย
ถือเป็นการรุกตลาดที่มีการส่งมอบประสบการณ์แบบ Total Experience ให้กับลูกค้า เพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ได้อย่างลงตัวนั่นเอง....