เพราะใครๆ ก็รอดูจุดจบมุซัน ทำไม “ดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต” ทำยอดทะลุหมื่นล้านเยนใน 8 วัน
หน่วยพิฆาตอสูรลุกขึ้นมา! “ดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต” เข้าไทย 12 สิงหาคมนี้แล้ว
แต่สงสัยไหมว่า อะไรทำให้ใคร ๆ ต่างก็พูดถึงและรอดูภาคนี้กันมากขนาดนี้?
ตอนนี้กระแส “Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba – The Movie: Infinity Castle” หรือที่รู้จักกันในชื่อ“ดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต” กำลังแรงสุด ๆ เพราะภาคนี้คือภาคเปิดตำนานไตรภาคสุดท้ายที่แฟน ๆ ทั่วโลกตั้งตารอกันใจจะขาด (รวมถึงเราเองด้วยนะ) โดยต้นฉบับมังงะของโคโยฮารุ โกโตเกะนั้น เคยลงตีพิมพ์ในนิตยสาร JUMP รายสัปดาห์ ตั้งแต่ปี 2016 ถึง 2020 รวมกัน 23 เล่ม ยอดขายทั่วโลกก็ไม่ใช่เล่น ๆ นะจ๊ะ กว่า 150 ล้านเล่มเลยทีเดียว!

แล้วทำไมดาบพิฆาตอสูรถึงประสบความสำเร็จขนาดนี้?
อันดับแรกคือ ดาบพิฆาตอสูรขึ้นแท่นมังงะขายดีสุดในปี 2020 และเป็นแฟรนไชส์ทำเงินอันดับ 1 แซงหน้าตัวละครดัง ๆ อย่าง Pokémon กับ Snoopy ไปเรียบร้อย ยังมีผลสำรวจจาก Oricon ที่บอกว่าในญี่ปุ่นกว่า 97.8% ของผู้ตอบแบบสอบถามรู้จัก ดาบพิฆาตอสูร และ 76.4% ของแฟน ๆ บอกว่าเนื้อเรื่องนี่แหละคือสิ่งที่ชอบที่สุด รองลงมาคือฉากแอ็กชันและตัวละครที่เข้าถึงง่าย ซึ่ง The Times of India ก็วิเคราะห์ว่าสูตรสำเร็จของดาบพิฆาตอสูร คือการผสมผสานอนิเมชันขั้นเทพ ตัวละครที่น่าจดจำ ธีมชีวิตญี่ปุ่นย้อนยุค และเนื้อเรื่องที่เข้มข้นเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
หัวใจสำคัญที่ทำให้ใคร ๆ ก็ถูกใจอนิเมะเรื่องนี้ ก็คือความทุ่มเทของสตูดิโอ Ufotable ที่ทำงานภาพออกมาได้ยอดเยี่ยม โดยผสมผสาน CGI กับภาพวาด 2D ได้อย่างลงตัว และตัวละครแต่ละตัวก็มีจุดเด่นเฉพาะตัว เช่น ความเป็นพระเอกโชเน็นของทันจิโร่ ความแกร่งของเสาหลัก หรือแม้กระทั่งความฮาของอิโนะสุเกะ

ถัดมาคือเรื่องความสำเร็จของหนังเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์
ตอนที่ดาบพิฆาตอสูร ภาคศึกรถไฟสู่นิรันดร์ ฉายในปี 2020 ก็กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก มียอดผู้ชมกว่า 41.35 ล้านคนทั่วโลก ทำรายได้รวมกว่า 51,700 ล้านเยน (ประมาณ 15,700 ล้านบาท) โดยเฉพาะในญี่ปุ่นทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ที่กว่า 40,000 ล้านเยน และมีคนดูมากกว่า 28.9 ล้านคน
ดำเนินมาถึงภาคล่าสุด “ดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต” เปิดตัวในญี่ปุ่นวันที่ 18 กรกฎาคม 2025 และสร้างสถิติใหม่ รายได้วันเปิดตัวสูงสุดในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่ 1.64 พันล้านเยน (ประมาณ 11.11 ล้านเหรียญสหรัฐ) และสามารถทำรายได้ทะลุ 10 พันล้านเยนได้ในเวลาเพียง 8 วัน ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดเท่าที่เคยมีมา
รายได้ในช่วงสุดสัปดาห์แรกก็ถล่มทลายสูงถึง 6 พันล้านเยน (ประมาณ 40.6 ล้านเหรียญ) แซงหน้าภาค “ศึกรถไฟสู่นิรันดร์” ที่เคยถือครองสถิติเดิม อีกไม่นานแค่ 17 วัน “ภาคปราสาทไร้ขอบเขต” ก็ทำรายได้รวมถึง 17.64 พันล้านเยน แซงหน้า Titanic และกลายเป็นอันดับ 10 ภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลของญี่ปุ่น แม้ทำรายได้มหาศาลขนาดนี้ ผู้กำกับก็ยังเน้นย้ำว่าไม่ได้ตั้งเป้าแค่ตัวเลข แต่ต้องการสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่าและทรงพลังให้แฟน ๆ ได้รับชม
ความเปลี่ยนแปลงในวงการภาพยนตร์ญี่ปุ่น
ด้วยกระแสและรายได้ของดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต ตอนนี้ Top 10 หนังทำเงินสูงสุดของญี่ปุ่นไม่มีหนังแสดงสดญี่ปุ่นเลย มีแต่อนิเมะและหนังต่างประเทศทั้งนั้น ได้แก่
1. ดาบพิฆาตอสูร ภาคศึกรถไฟสู่นิรันดร์ (40.75 พันล้านเยน)
2. Spirited Away (31.68 พันล้านเยน)
3. Titanic (27.77 พันล้านเยน)
4. Frozen (25.5 พันล้านเยน)
5. Your Name (25.17 พันล้านเยน)
6. One Piece Film: Red (20.34 พันล้านเยน)
7. Harry Potter and the Philosopher’s Stone (20.3 พันล้านเยน)
8. Princess Mononoke (19.7 พันล้านเยน)
9. Howl’s Moving Castle (19.6 พันล้านเยน)
10. ดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต (17.64 พันล้านเยน)
สาเหตุหลักที่หนังแสดงสดญี่ปุ่นหลุดออกจาก Top 10 ก็เพราะข้อจำกัดเรื่องงบประมาณที่ไม่สามารถทำงานแฟนตาซีหรือไซไฟอลังการเทียบฮอลลีวูดได้ อีกทั้งเนื้อเรื่องส่วนใหญ่เป็นดราม่าเรียล ๆ สะท้อนชีวิตประจำวัน ที่บ้านเมืองสงบและอาชญากรรมน้อย ทำให้ไม่มีเหตุการณ์ใหญ่พอจะดึงดูดคนดูมาก ๆ ฝั่งผู้สร้างจึงหันไปทำอนิเมะซึ่งเล่าโลกแฟนตาซีได้ง่ายกว่าและคุ้มทุนกว่า และกลายเป็น Soft Power สุดทรงพลังของญี่ปุ่นในตอนนี้
หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ไปดูเถอะค่ะ Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba – The Movie: Infinity Castle พร้อมให้ชมในประเทศไทยแล้ว เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ วันที่ 12 สิงหาคม 2025 นี้ เพราะนี่ไม่ใช่แค่หนังภาคต่อธรรมดา แต่เป็นการเปิดศึกครั้งสุดท้ายของซีรีส์ที่ใช้ทุกอย่างที่ทำให้ดาบพิฆาตอสูรเป็นที่นิยทมาอย่างครบถ้วน ทั้งงานภาพระดับโลก เนื้อเรื่องที่เข้มข้น ตัวละครที่แฟน ๆ รักและรอคอย รวมถึงกระแสรายได้ที่แรงกว่าภาคศึกรถไฟสู่นิรันดร์ มีโอกาสสูงมากที่จะไต่ขึ้นอันดับ 1 หนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลของญี่ปุ่น