ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน เพราะความคุ้นเคยของผู้คนกับระบบอัตโนมัติ จากเดิมที่เราอาจลังเลกับการให้เครื่องจักรตัดสินใจแทน แต่วันนี้เรากลับรู้สึกสะดวกกับการให้ระบบช่วยแนะนำสินค้า ตอบข้อความ หรือจัดตารางนัดหมายให้เรา สิ่งเหล่านี้ทำให้ AI สามารถก้าวเข้ามาในกิจวัตรประจำวันได้ง่ายขึ้น
และเมื่อ AI เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้ผู้หลายคนกังวลว่ามันจะมาแย่งงานมนุษย์หรือไม่ แต่ในทางกลับกันกลายเป็นมนุษย์เองที่วิ่งเข้าหา AI ถามว่าวันนี้หากเราไม่ใช้ AI และต้องทำเองทั้งหมดแบบนี้เรียกว่า AI มาแย่งงานหรือแบ่งภาระที่เราไม่อยากทำกันแน่?
เกริ่นมาแบบนี้หลายคนอาจจะคิดว่าเข้าข้าง AI หรือเปล่า แต่จริงๆแล้วสิ่งเหล่านี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากเรารู้วิธีการอยู่ร่วมกัน AI อาจจะไม่ได้มาแทนที่แต่มาช่วยให้เรา
เช่นเดียวกับบริษัทกิฟฟารีน ที่เป็นธุรกิจขายตรงมานานกว่า 29 ปี แน่นอนว่าการทำธุรกิจต้องปรับตัวอยู่เสมอ ยิ่งในยุคที่ออนไลน์มาแรง กิฟฟารีนตระหนักว่าในยุคปัจจุบัน นักขายต้องปรับตัวและพัฒนาวิธีการขายให้ทันสมัยโดยการเปิดตัว “AI Coach” เพิ่มขีดความสามารถนักขายด้วยเทรนเนอร์ส่วนตัว ผสานเทคโนโลยีและโซลูชั่นจาก “ไมโครซอฟท์” และ “ฟรอนทิส”
พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผยว่า “การแข่งขันที่รุนแรงของธุรกิจขายตรง และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายเงิน ส่งผลให้ผู้ประกอบการในทุกธุรกิจต้องปรับตัว และปรับแผนการทำตลาด เพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป เพราะผู้บริโภคในยุคนี้มีสัดส่วนที่ซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น ล่าสุดเปิดตัว “Giffarine AI Coach” ซึ่งเป็นเครื่องมือ(tools) ใหม่ในการติดอาวุธให้นักธุรกิจกิฟฟารีน มี Coach หรือ Mentor ส่วนตัวที่ช่วยวิเคราะห์ VDO และช่วยสร้างสคริปต์ พร้อมให้คำแนะนำที่เข้ากับกลยุทธ์และสไตล์ของแต่ละบุคคล ให้สำเร็จ ได้ง่าย ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็วมากขึ้น สำหรับการขายสินค้าและแนะนำธุรกิจกิฟฟารีน ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีและโซลูชั่นจาก Microsoft (ไมโครซอฟท์) ผู้นำด้านเทคโนโลยีคลาวด์ และ AI รวมถึง Azure AI Foundry และ FRONTIS (ฟรอนทิส) บริษัท Consulting และ Tech Company ที่ให้บริการด้านคำปรึกษา วางแผนยุทธศาสตร์ และการใช้เทคโนโลยีมาช่วยขับเคลื่อนธุรกิจรายใหญ่ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในวงการธุรกิจขายตรง MLM ที่บริษัทได้ลงทุนใช้ AI มาช่วยเป็นโค้ช แนะนำการขายสินค้าของตนเองโดยเฉพาะ ทั้งสร้างสคริปต์ และวิเคราะห์ VDO นำเสนอสินค้า คาดว่าการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยสร้างยอดขาย เพิ่มจำนวนนักธุรกิจ และขยายฐานลูกค้าให้กับนักธุรกิจกิฟฟารีน”
ตัวเลขนักขายของแบรนด์กว่า 400,000 คน ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงไม่น้อย ส่วนใหญ่ก็จะมีอายุตั้ง 25-50 ปีโดยประมาณ ซึ่งในอดีตนักขายหลายคนมักสร้างคอนเทนต์และคลิปลงเพจ แต่ยังไม่ทราบว่าคนอื่นจะมีปฏิกิริยาอย่างไรหรือมีคำพูดใดที่น่าสนใจ จึงเกิดแนวคิดนำ AI Coach เข้ามาช่วยพัฒนาการขายและการสื่อสารของนักขายให้ดีขึ้น
AI Coach ของกิฟฟารีน ไม่ใช่แค่ผู้ช่วยอัตโนมัติทั่วไป แต่เป็น “เพื่อนสนิท” ที่ช่วยสร้างสคริปต์ในการพูด ทำให้พนักงานขายสามารถพูดคุยต่อกับลูกค้าได้อย่างมั่นใจ รวมถึงประเมินคลิปที่นักขายทำว่ามีข้อดีข้อเสียตรงไหน เพื่อปรับปรุงสคริปต์ให้เหมาะสม
ความแตกต่างของ AI Coach คือไม่ใช่แค่สร้างภาษาไทยได้ แต่สามารถใช้ ภาษากิฟฟารีน เพื่อสื่อสารกับนักขายอย่างตรงจุด และเป็นเหมือนเพื่อนที่ช่วยให้พนักงานขายสร้างคอนเทนต์ โปรดักส์ และบริการได้เอง นอกจากนี้ยังช่วยให้เข้าใจสินค้าและสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องกับลูกค้า เป็นการสร้าง role model ใหม่ในโลกธุรกิจ
AI Coach ไม่ได้มาสร้างความกังวลเรื่องการถูกแทนที่ แต่กลับช่วยลดผลกระทบของ disruption ให้กับคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีงานประจำ สามารถสร้างรายได้ออนไลน์และมีอาชีพเสริมได้ โดย AI จะทำงานควบคู่กับนักขายในสัดส่วน 20/80 (คนทำ 80%, AI ทำ 20%) การคิดยังเป็นของเราแต่ให้ AI เข้ามาช่วยทุ่นแรง
Giffarine AI Coach จึงเป็น AI ตัวแรกของโลกสำหรับธุรกิจขายตรง ที่ไม่ใช่แค่ผู้ช่วย แต่เป็นทางลัดสู่ความสำเร็จของนักขาย โดยไม่ทดแทนคน แต่ผสมผสานเพื่อให้การทำงานของนักขายมีประสิทธิภาพสูงขึ้น บริษัทแม่เองก็มุ่งเน้นสนับสนุนให้การขายเกิดขึ้นผ่านบริษัทลูก ทำให้ภาพรวมธุรกิจไม่เน้นขายตรงจากแบรนด์เพียงอย่างเดียว
“ต้องยอมรับว่า ปัจจุบัน AI มีบทบาทในไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคมากขึ้น กิฟฟารีนเป็นบริษัทขายตรงในรูปแบบ MLM บริษัทแรกในประเทศไทย จาก pain point สู่ Solution และนำไปสู่ Changing Lifestyle ที่ดีขึ้นและประสบความสำเร็จในเรื่องของยอดขาย และขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เพิ่มขึ้น” พญ.นลินี กล่าวทิ้งท้าย
การนำ AI Coach เข้ามาช่วยถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างโอกาสและอาชีพใหม่ในธุรกิจขายตรง ที่ผสมผสานเทคโนโลยีและทักษะมนุษย์ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ AI ไม่ได้เข้ามาเพื่อแย่งงานแต่มาช่วยให้มนุษย์เบาแรงมากขึ้น