“แม้จะดูแลลูกค้าเก่งแค่ไหน เราเองกลับลืมดูแลตัวเอง” ประโยคธรรมดาที่กลั่นมาจากประสบการณ์ชีวิต กลายเป็นจุดตั้งต้นของธุรกิจที่ชื่อว่า Omakasen Onsen and Spa ร้านออนเซ็นส่วนตัวเล็กๆ ย่านพัฒนาการ ที่กำลังขยายความฝันให้กลายเป็นระบบนิเวศของการพักผ่อนและการดูแลตัวเองอย่างแท้จริงในยุคที่ใครๆ ก็เร่งรีบ และเวลาพักผ่อนกลายเป็น “ของหายาก” ร้านแห่งนี้จึงตั้งใจจะเป็นพื้นที่เงียบสงบ ที่ไม่เพียงเยียวยากาย แต่ยังช่วย “ฟื้นใจ” ให้กับคนทำงานทุกคนที่หลงลืมตัวเองระหว่างทาง
การพักผ่อนที่ “ออกแบบเฉพาะคุณ” คือหัวใจของแบรนด์ Omakasen ไม่ได้ขายแค่การแช่น้ำร้อน หรือทรีตเมนต์เหมือนสปาทั่วไป แต่คือ การดีไซน์ประสบการณ์ผ่อนคลาย ที่ถูกปรับให้เข้ากับอารมณ์ ร่างกาย และความต้องการของแต่ละคน จากห้องออนเซ็นส่วนตัวที่ใช้น้ำแร่เปลี่ยนใหม่ทุกครั้ง ไปจนถึงผงออนเซ็นที่ปรุงพิเศษในแต่ละฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นซากุระในฤดูใบไม้ผลิ หรือหอมหมื่นลี้ในฤดูใบไม้ร่วง
จากน้ำมันนวดที่คัดสรรส่วนผสมธรรมชาติ ไปจนถึงขนม ชา และยูกาตะที่เปลี่ยนตามฤดูกาล ทุกองค์ประกอบถูกเลือกด้วยความตั้งใจ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่า “ที่นี่คือเวลาส่วนตัวของคุณจริงๆ”
หนึ่งในจุดแข็งของแบรนด์ คือ ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เพราะเจ้าของร้านเคยอยู่ในชีวิตแบบเดียวกันมาก่อน จากการที่เป็นคุณแม่ที่ส่งลูกเรียนโรงเรียนนานาชาติ มีเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อวันในการดูแลตัวเอง หรือการเป็นเจ้าของธุรกิจหรือฟรีแลนซ์ ทำงานหนักในบ้าน และมองหาที่ว่างให้จิตใจ กระทั่ง พนักงานออฟฟิศเลิกงานดึก ที่ไม่มีที่ไหนเปิดรอ Omakasen จึงเปิดให้บริการถึง 24.00 น. และตั้งใจให้ทุกบริการตอบโจทย์ "การพักฟื้น" มากกว่าการ "ผ่อนคลายชั่วคราว"

เป้าหมายของ Omakasen ไม่ได้หยุดอยู่แค่สาขาเดียว โดยตั้งเป้าหมายภายใน 5 ปี จะขยายเป็น 5 สาขาทั่วกรุงเทพฯ โดยทุกสาขาจะยังคงหัวใจของความเป็น “พื้นที่ส่วนตัวสำหรับคนจริงในโลกจริง”
ในปี 2568 แบรนด์เริ่มขยายบริการจาก “สปา” สู่รูปแบบ “Lifestyle Healing Space” ผ่านผลิตภัณฑ์และโปรเจกต์ใหม่ เช่น Omakasen Ice Cream ไอศกรีมโฮมเมดรสญี่ปุ่นสูตรเฉพาะ เสิร์ฟเฉพาะที่ร้าน การมี Personalize Program โปรแกรมดูแลผ่อนคลายแบบองค์รวมที่ให้คุณได้ออกแบบการดูแลใจอย่างครบทุกมิติของการดูแล หรือการตลาดแบบ Tradition x Fashion ด้วยการ Collaboration กับแบรนด์รองเท้า Peucha เชื่อมโยงการพักผ่อนกับสไตล์
หนึ่งในหมุดหมายสำคัญของปีนี้คือ การเข้าร่วมโครงการกิจกรรมนักธุรกิจมืออาชีพ DBD-SPE รุ่นที่ 13 ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่เสมือนห้องครัวของเชฟที่ทำให้เราเข้าใจวัตถุดิบของตัวเองชัดขึ้น และกล้าที่จะเสิร์ฟในรูปแบบใหม่” ในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนหลังเข้าร่วมโครงการ ทำให้ยอดขายเติบโตขึ้นกว่า 25% มียอดขายแพ็กเกจเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% ภายในช่วงเวลา 2 เดือน