ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป
Fuku Matcha ประกาศปรับราคาสินค้าในกลุ่มมัทฉะ โดยให้เหตุผลว่าความต้องการมัทฉะในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งถือเป็นแรงกดดันที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
โดย Fuku Matcha จะเริ่มปรับราคาสินค้าในหมวดมัทฉะบางรายการ ดังนี้
1. กลุ่มมัทฉะ- เครื่องดื่มมัทฉะ ขนาด 22 oz. และ 16 oz. ขึ้นราคา 15 บาท/แก้ว
- มัทฉะนมโอ๊ต 22 oz. และ มัทฉะนมโอ๊ตเข้มข้น 16 oz. ขึ้นราคา 5 บาท/แก้ว
2. ไอศกรีม- รสมัทฉะ และรสทูโทน ขนาด 6 oz. ขึ้นราคา 5 บาท/แก้ว
3. ท็อปปิ้ง- เจลลี่มัทฉะ, ไอศกรีมรสมัทฉะ และไอศกรีมรสทูโทน ขึ้นราคา 5 บาท/หน่วย
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความนิยมมัทฉะพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ทั้งจากการเติบโตของร้านคาเฟ่ กลุ่ม Matcha Lover ที่เกิดการรีวิว บอกต่อ ในโลกออนไลน์บน TikTok และ Instagram เช่น คอนเทนต์ชงมัทฉะเองที่บ้าน หรือรีวิวร้านคาเฟ่ที่สายมัทฉะห้ามพลาด ส่งผลให้ราคามัทฉะจากญี่ปุ่นมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง
หากย้อนดูจะเห็นว่า Fuku Matcha ได้มีการปรับราคาสินค้าในหมวดเครื่องดื่มและซอฟท์ไอศกรีมขึ้น 5 บาท เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2567 สะท้อนถึงต้นทุนของวัตถุดิบที่ปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง
BrandAge ชวนดูผลประกอบการ 5 ปีย้อนหลัง
ปี 2567 รายได้ 359 ล้านบาท กำไร 18 ล้านบาท
ปี 2566 รายได้ 318 ล้านบาท กำไร 20 ล้านบาท
ปี 2565 รายได้ 194 ล้านบาท ขาดทุน 14 ล้านบาท
ปี 2564 รายได้ 149 ล้านบาท ขาดทุน 10 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 187 ล้านบาท ขาดทุน 2 ล้านบาท