เมื่อพูดถึงธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและพร้อมทานของไทย หลายคนอาจรู้จัก Q Fresh แบรนด์ภายใต้เครือของไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมอาหารทะเลระดับโลก ซึ่งกำลังเร่งขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนในอีก 3-5 ปีข้างหน้า
มูลค่าตลาดแช่แข็งปัจจุบันอยู่ที่ 36,000 ล้านบาท ซึ่งไทยยูเนี่ยนมีรายได้ประมาณ 14,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็นตลาดต่างประเทศ 10,000 ล้านบาท และตลาดในไทย 4,000 ล้านบาท โดยตลาดหลักยังคงเป็นตลาดสหรัฐ มูลค่าตลาดส่งออกซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท รองลงมาตลาดในประเทศซึ่งแซงหน้า ตลาดญี่ปุ่น ส่วนตลาดอื่นๆก็เป็นตลาดยุโรป เอเชีย เกาหลีใต้ เป็นต้น

ธนโชติ บุญมีโชติ กรรมการผู้จัดการกลุ่มธุรกิจกุ้ง ของไทยยูเนี่ยน เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจกุ้งซึ่งเป็นฐานหลักของบริษัท มียอดขาย 4,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น กุ้ง (59%) 2,350 ล้าน, SCM (21%) 850ล้าน, Culinary (18%) 700 ล้าน และ Snack (2%) 100 ล้าน แต่สิ่งสำคัญคือบริษัทได้เริ่มกระจายพอร์ตสินค้า เพื่อลดการพึ่งพาสินค้าชนิดเดียว และเพิ่มโอกาสการเติบโตในตลาดโลก
ปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจกุ้งและอาหารทะเลมีโรงงานทั้งหมด 8 แห่ง แบ่งเป็นในอินเดีย 3 แห่ง และไทย 5 แห่ง ครอบคลุมทั้งกุ้ง แซลมอน ปลากะพง อาหารพร้อมทาน และขนมขบเคี้ยว (Snack)
- กลุ่มธุรกิจกุ้ง ผลิตในโรงงานสมุทรสาครและสงขลา จุดแข็งคืออยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ
- แซลมอนและปลากะพง เจาะตลาดญี่ปุ่น ผ่านการเป็นพาร์ตเนอร์กับ Mitsubishi และช่องทาง Modern Trade อย่าง Makro
- Culinary (อาหารพร้อมทาน) ข้าวกล่อง ซาลาเปา พาย และติ่มซำ ที่เน้นส่งออกไปยุโรปและอเมริกา
- Snack เจาะเกาหลี จีน ญี่ปุ่น และเคยทำตลาดใน 7-Eleven ไทย

กลยุทธ์การเติบโตจาก 4,000 ล้านสู่ 5,000 ล้าน ภายในปี 2028
เป้าหมายของกลุ่มธุรกิจ Q Fresh คือการขยายยอดขายจาก 4,000 ล้านบาทในปัจจุบันไปถึง 5,000 ล้านบาทภายในปี 2028 โดยวางกลยุทธ์สำคัญ ดังนี้
1. ลงทุนด้าน R&D มีนักวิจัยกว่า 60 คน ตั้งเป้าเพิ่มสินค้าใหม่ไม่น้อยกว่า 10% ของยอดขายทุกปี เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภค
2. Partnership Model จากการเป็นผู้ขายสู่ผู้พัฒนาร่วม ทำงานกับลูกค้าเชิงลึก เช่น ร่วมพัฒนาเมนูพิเศษกับร้านอาหาร
3. กำลังการผลิตพร้อมรองรับโรงงานและบุคลากรพร้อมต่อยอดสินค้าใหม่อย่างรวดเร็ว
4. Sustainability & Traceabilityจุดแข็งที่ทำให้แบรนด์ไทยยูเนี่ยนได้รับความไว้วางใจในตลาดโลก สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่ฟาร์มจนถึงผู้บริโภค
5. ช่องทางขายหลากหลาย ครอบคลุม Modern Trade, Food Service, Hotel, E-commerce และตลาดส่งออก
Q Fresh จากผู้ท้าชิงสู่แบรนด์อาหารทะเลคนไทยที่มุ่งเป็น Top of Mind
แม้ Thai Union Group จะเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่ระดับโลก แต่ในตลาดประเทศไทยยังไม่แข็งแรงเท่าที่ควร นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์ Q Fresh ในปี 2017 เพื่อเจาะตลาดในประเทศอย่างจริงจัง

พนิตตา มิ่งสูงเนิน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด แบรนด์คิวเฟรช เล่าว่า Q Fresh เริ่มต้นด้วย E-commerceผ่าน qfreshshop.com ในยุคที่ออนไลน์ไทยยังไม่มีผู้เล่นรายใหญ่ แม้เส้นทางแรกจะท้าทาย แต่ปัจจุบัน Q Fresh ได้ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งด้านกุ้งในช่องทาง Modern Trade และตั้งเป้าว่าในอนาคต “เมื่อนึกถึงอาหารทะเล ต้องนึกถึง Q Fresh”
ช่องทางขาย แบ่งเป็น
- modern trade 30%
- food service 30%
- hotel 10%
- factory 29%
- ecommerce 1%
สำหรับ Q Fresh ตั้งเป้าหมายการเติบโตภายใน 3 ปี จาก 300 ล้านบาท เป็น 500 ล้านบาท ภายในปี 2028 โดยใช้ 3 กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโต
1. Customer Segmentation Expansion
จากเดิมเจาะกลุ่มแม่บ้านวัย 35+ ที่ซื้อวัตถุดิบกุ้งดิบหรือปลากะพงดิบ Q Fresh ได้ขยายตลาดไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยปี 2019 มีการ Rebrand Packaging ให้สดใสขึ้น และเพิ่มสินค้า Value-added เช่น กุ้งชุบแป้งทอดพร้อมเข้าไมโครเวฟ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความสะดวกสบาย
2. Customer Centricity
Q Fresh ลงทุนทำ Research เจาะลึก Insight ของ Gen Z พบว่าคนรุ่นใหม่ทำอาหารเองมากขึ้น และนิยมเมนูกุ้ง เช่น กุ้งเผา กุ้งกะเพรา หรือกุ้งพร้อมน้ำยำ สิ่งเหล่านี้กำลังถูกพัฒนาเป็นสินค้าใหม่ เพื่อเชื่อม Q Fresh เข้ากับชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่
3. Strategic Partnership & Co-innovation
ความน่าสนใจของ Q Fresh คือการใช้กลยุทธ์ Co-creation ร่วมกับพาร์ตเนอร์ทั้ง Modern Trade, Food Service และเชฟชื่อดัง เช่น เชฟปิง ที่จะเปิดตัวเมนูกุ้งต้ม ไข่กุ้ง มายองเนส และปูอัด ในไตรมาส 3 ปีนี้ นอกจากนี้ ยังมีแผน Collaboration ต่อเนื่องกับเชฟชื่อดังทุกปี เพื่อสร้างกระแส และกระตุ้นการทดลองสินค้าใหม่
ที่ผ่านมา Q Fresh มีการจับมือกับพันธมิตรร้านอาหารระดับพรีเมียมเพื่อรังสรรค์เมนูที่สอดรับกับกระแสChef’s Table และไฟน์ไดน์นิ่ง อย่างไรก็ดี ปัจจุบันอาหารประเภทสตรีทฟู้ดกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เนื่องจากเป็นอาหารที่เข้าถึงง่าย รับประทานได้ทุกวัน และมีตัวเลือกที่หลากหลาย คิวเฟรช จึงได้ปรับกลยุทธ์โดยมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่ม Ready to cook – Value-added ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และไม่ยุ่งยาก และในโอกาสครบรอบ 8 ปี รวมทั้งการจับมือกับพันธมิตร 8 ร้านดัง เพื่อรังสรรค์เมนูพิเศษที่ใช้วัตถุดิบจากคิวเฟรช ดังนี้

- Easy บัดดี้ เมนูข้าวกะเพราไข่ข้นกุ้งและไข่กุ้งล้น
- Salad Factory เมนู Wrap กุ้ง และ กุ้งอัลมอนด์
- Shinkanzen Sushi เมนูเอบิด้งไข่ดองลาวา และซูชิเซตกุ้งหวานญี่ปุ่นจัมโบ้ย่าง
- เลิศทิพย์ เมนูข้าวราดผัดผงกะหรี่กุ้ง และข้าวราดเนื้อปูก้อน ไข่แฝด
- FATT Chicken Rice เมนูโจ๊กปลากะพงสไตล์ฮ่องกง
- นิตยาไก่ย่าง เมนูยำเห็ดโคนกุ้งและส้มตำกุ้งแช่
- บ้านหญิง เมนูข้าวไข่ข้นกุ้งแซบ (กุ้งอาร์เจนติน่า)
- สุกี้พรศิริ เมนูสุกี้แห้งกุ้ง และสุกี้แห้งหนวดหมึก
หากดูจากทิศทาง Q Fresh จะเห็นการขยับจากแบรนด์อาหารทะเล ไปสู่ Lifestyle Brand ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทย เพื่อเป็น Everyday Food ที่เข้าถึงง่าย และสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาความสะดวกและราคาที่จับต้องได้ ผ่าน 3 แกนหลัก คือ การพัฒนาสินค้าที่สะดวกและตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภค, การทำ Collaboration ที่สร้างกระแสและความน่าสนใจ และการวางตำแหน่งเป็น Professional Choice สำหรับทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการร้านอาหาร
ในส่วนของการสร้างความแข็งแกร่งในฐานะ Professional Choice นั้น Q Fresh ใช้ 3 กลยุทธ์สำคัญคือ
1. การขยายสู่ Modern Trade เช่น CP Extra, Makro และ Lotus’s เพื่อให้สินค้าสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง
2. การเจาะตลาด Food Service ผ่านความร่วมมือกับร้านอาหารชื่อดัง เช่น MK, สุกี้ตี๋น้อย และ Copper เพื่อออกเมนูพิเศษที่ใช้วัตถุดิบของ Q Fresh ซึ่งช่วยเพิ่มการรับรู้และสร้างการทดลองสินค้า
3. การต่อยอด E-commerce แม้ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายออนไลน์มีเพียง 1% แต่ถือเป็นช่องทางที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคไทยเริ่มหันมาซื้ออาหารสดออนไลน์มากขึ้น
ที่น่าสนใจคือช่วงที่ผ่านมาสงครามหม้อเดือดระหว่างสุกี้ตี๋น้อย และ MK ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดในตลาดสุกี้ ทั้งสองแบรนด์สั่งซื้อวัตถุดิบจาก Q Fresh มากขึ้น จนยอดออร์เดอร์เติบโตถึง 5 เท่า ภายในช่วงเวลาเดียวกัน เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นศักยภาพของ Q Fresh ในการเป็นผู้เล่นที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ร้านอาหาร และตอกย้ำบทบาทการเป็น Professional Choice ได้อย่างชัดเจน

ในโอกาสพิเศษที่แบรนด์คิวเฟรชครบรอบ 8 ปี เราได้เปิดตัวแคมเปญการตลาดกระตุ้นยอดขาย “Sealebration” รวมมูลค่ามากกว่า 3 ล้านบาท มอบสิทธิพิเศษและความคุ้มค่าแก่ผู้บริโภค ด้วยโปรโมชันและกิจกรรมลุ้นของรางวัลแบบจัดเต็ม โดยสามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 2568พร้อมกันนี้เตรียมพบกับอีเวนท์พิเศษ “8th Birthday Sealebration” ในวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ณ ลาน Eden 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายในงาน มีคอนเสิร์ตจากศิลปิน LYKN ชื่อดัง มีเมนูพิเศษจาก 8 ร้าน Premium Street Food และกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย