จากการวิเคราะห์เชิงลึกของ DiMarket คาดการณ์ว่าขนมไหว้พระจันทร์จะเติบโต ที่อัตรา CAGR 3.3: ข้อมูลเชิงลึกและการคาดการณ์ 2025 – 2033 ตลาดขนมไหว้พระจันทร์ทั่วโลก ซึ่งมีมูลค่า 2,388.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2568 คาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น จีน อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 3.3% ระหว่างปี 2568 ถึง 2576 แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ดี ปัจจัยหลายประการที่ส่งผลต่อการเติบโตนี้ ได้แก่ ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของขนมไหว้พระจันทร์หลากหลายรสชาติ นอกเหนือจากรสชาติแบบดั้งเดิม ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
เชฟเกวลิน พิทยานุกุล เชฟผู้วิจัยและพัฒนาเมนูและเจ้าของร้านอาหารรอยัล โอชา กล่าวว่า “ในช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ แต่ละร้านมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ทั้งแพคเกจ โปรโมชันต่าง ๆ ราคา ตลอดจนวัตถุดิบที่นำมารังสรรค์เป็นไส้ต่าง ๆ ให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับปีนี้ทาง รอยัล โอชา ได้นำเสนอเซ็ตขนมไหว้พระจันทร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้คอนเซ็ปต์ A Moonlit Celestial Gift – ของขวัญจากจันทรา โดยชูกลยุทธ์สร้างความแตกต่างในตลาด (Differentiation Strategy) โดยคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศอันเป็นเอกลักษณ์ประจำร้าน รวมถึงการนำวัตถุดิบจากท้องถิ่นที่สามารถหารับประทานได้ตามฤดูกาลเท่านั้น ผ่านกระบวนการและขั้นตอนที่พิถีพิถันมาปรุงแต่งให้มีความพิเศษ และสร้างมูลค่าให้เป็นขนมไหว้พระจันทร์สุดพรีเมียม เพื่อสร้างความแตกต่างในท้องตลาด รวมถึงความน่าสนใจ ปีนี้นอกจากไส้ออริจินัลที่ได้รับความนิยมอย่าง ไส้คัสตาร์ด, ไส้ทุเรียนไข่เค็ม และไส้เม็ดบัวเม็ดแตงโม แล้ว ยังเอาใจมัทฉะเลิฟเวอร์ด้วย ไส้มัทฉะพิสตาชิโอ ที่คัดสรรมัทฉะคุณภาพเกรดพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่น มาเป็นไส้ซิกเนเจอร์ใหม่ประจำร้านไส้ที่ 4 รวมถึง 2 ไส้สุดพิเศษ ได้แก่ ไส้หมูฝอยน้ำพริกมะขามไข่เค็ม ซึ่งน้ำพริกมะขามเป็นเอกลักษณ์ของทางร้าน ไส้นี้อาจจะดูเป็นอาหารคาวแต่เมื่อทานคำนี้เข้าไปแล้ว คุณจะรู้สึกถึงความอร่อยที่ค่อนข้างลงตัว และ ไส้สาหร่ายงา เป็นการนำวัตถุดิบจากท้องถิ่นทางภาคเหนือ สาหร่ายไกหรือไกยี ที่สามารถหาทานได้ตามฤดูกาลเท่านั้น นอกจากนี้เรายังเป็นเจ้าแรก! ที่ทำเป็นเมนูแพลนต์เบส เอาใจคนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์หรือคนทานวีแกน ซึ่งเป็นการขยายตลาดไปยังกลุ่มใหม่สำหรับคนรักสุขภาพอีกด้วย ทั้งหมดนี้ถูกรังสรรค์โดย เชฟวิชิต มุกุระ ที่มาพร้อมบรรจุภัณฑ์หรูหราสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ออกแบบมาเพื่อแสดงถึงรสนิยมของผู้ให้ และสร้างความประทับใจแก่ผู้รับ โดยมีให้เลือกทั้งหมด 2 เซ็ต ได้แก่
1. Mooncake Premium Box ที่มาในกล่องสีแดงเข้ม 2 ชั้น พร้อมผ้าเอนกประสงค์สีแดงออมเบรพิมพ์ลายพระจันทร์เต็มดวงสีทองอร่าม
2. Mooncake Classic Box มาในรูปแบบของกล่องทรงกลมมีหูหิ้วสีแดงสด บรรจุมาในกล่องทรงกลมคล้ายปิ่นโต 1 ชั้นสีแดงด้านในกล่องประดับด้วยสีทองหรูหรา ฝากล่องมีหูหิ้วสายหนังสีแดงพร้อมตัวล็อคระหว่างกล่องตัดด้วย โลโก้ รอยัล โอชา และตัวหนังสือสีทองประกายของแสงจันทร์
สำหรับขนมไหว้พระจันทร์ทาง รอยัล โอชา ไม่หยุดที่จะพัฒนาความอร่อย รวมถึงสรรหาวัตถุดิบใหม่ ๆ ให้แตกต่างจากกรอบเดิม ๆ ให้เป็นเอกลักษณ์ของร้านเรา ถ้านึกถึงความต่างก็อยากให้นึกถึงเราเป็นที่แรก ทั้งนี้ทาง รอยัล โอชาจึงใส่ใจรายละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ ตลอดจนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ที่ตั้งใจอยากจะมอบความอร่อย และประสบการณ์อันน่าประทับใจ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำอันทรงคุณค่าทั้งผู้ให้และผู้รับ” นางสาวศุภาพิชญ์ กล่าวทิ้งท้าย
เชฟวิชิต มุกุระ เชฟมิชลินสตาร์ 1 ดาวและเอ็กเซ็กคูทีฟเชฟ ร้านรอยัล โอชา กล่าวว่า “สำหรับขนมไหว้พระจันทร์ในปีนี้ทาง รอยัล โอชา เป็นร้านอาหารไทยที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ จึงอยากใส่ความเป็นไทยเข้าไป รวมถึงให้ทุกท่านได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น จึงเสาะหาวัตถุดิบที่ตอบโจทย์จนได้มาเป็น 2 ไส้สุดพิเศษสำหรับปีนี้ ได้แก่ ไส้หมูฝอยน้ำพริกมะขามไข่เค็ม สำหรับผู้ที่ชอบของคาว เมื่อได้กัดเข้าไปในคำแรกอยากให้นึกถึงอาหารและความอร่อยจากร้านของเรา นอกจากนี้ยังเป็นเจ้าแรก...ที่ทำไส้ขนมไหว้พระจันทร์เป็นแพลนต์เบส กับ ไส้สาหร่ายงา โดยนำสาหร่ายไก
หรือ สาหร่ายไกยี ซึ่งเป็นวัตถุดิบประจำท้องถิ่นของทางภาคเหนือ โดยเพิ่มเท็กเจอร์ด้วยเม็ดบัว และความหอมจากงาขาว ซึ่งทั้ง 2 ไส้พิเศษนี้ต้องสั่งจองล่วงหน้า 3 วัน เนื่องจากวัตถุดิบอย่างสาหร่ายมีเฉพาะตามฤดูกาลเท่านั้น ทั้งหมดนี้ทาง รอยัล โอชา อยากมอบความอร่อยที่มาพร้อมกับความพรีเมียม และประสบการณ์อันน่าประทับใจ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำอันทรงคุณค่าทั้งผู้ให้และผู้รับ”