News & Next
ALL NEWS
Automotive
Property
Financial
Consumer Product & Retail
IT & Telecom
Energy
Fashion
Food & Beverage
Media
General
Unboxing Ideas
ALL NEWS
Brand
Design
Review
Technology
Think
ALL NEWS
Interview
Weekly Quote
Marketing School
ALL NEWS
อุบัติเหตุแบรนด์เนม
Vocabulary
Brand Battle
Change the pace
NYC S.E.A.L
DataAge
Analysis
Research
Startup & SMEs
ALL NEWS
SMEs
Startup
Fintech
Sustainable Brand
Magazine
Thailand's Social Power Brand
2025
2024
2019
2018
2017
Thailand's Most Admired Brand
2026
2025
2024
2023
2022
2021
2020
2019
2018
2017
Thailand's Most Admired Company
2025 - 2026
2024 - 2025
2023 - 2024
2022 - 2023
2021
2020
2019
2018
Anniversary
2025
2024
2023
2022
2021
2020
Special Issue
นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
นิลมังกร The Reality Season 2
นิลมังกร The Reality Season 3
The Founder III
Publicity
Contact US
1,867
VIEWS
รวยไม่เกรงใจใคร 10 อันดับมหาเศรษฐีเอเชีย อินเดียแชมป์ จีนกวาด 7 เจ้าสัวไทยใกล้เคียง
ก.ย. 08, 2568
M.Pussapol
ปี 2025 World Bank คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโต 2.3% แต่แม้โลกจะโตต่ำขนาดไหนก็ไม่กระทบกับอภิมหาเศรษฐีที่กวาดความมั่งคั่งของโลกที่ทำได้สูงสุดถึง 48.7% โดยมี 2 พี่น้องตระกูล Ambani จากอินเดียรวยสุด ความมั่งคั่งรวมกันอยู่ที่ประมาณ 180,000 ล้านดอลลาร์ (5.8 ล้านล้านบาท)
ปี 2025 ธุรกิจโลกเผชิญการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ความท้าทายใหญ่หลายด้าน โดยเฉพาะสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานและการลงทุนทั่วโลกผันผวนสูง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทั้ง AI, IoT, 5G และเทคโนโลยีชีวภาพ เพิ่มแรงกดดันให้ธุรกิจต้องเร่งปรับตัว ปัจจัยล่าสุดซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงทั่วโลก คือมาตรการภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐที่มีต่อประเทศคู่ค้าแทบทุกภาคส่วนต้องเร่งรับมือ
ตัวอย่างข้างต้น นอกจากเกิดขึ้นกับแทบทุกธุรกิจแล้ว ผู้ที่ต้องติดตามความเปลี่ยนแปลงใกล้ชิดย่อมเป็นบรรดา Billionaires ซึ่งความมั่งคั่งยึดโยงกับราคาหุ้น ทองคำ พันธบัตร สินทรัพย์ที่ถือครอง รวมถึงสถานะเจ้าของกิจการ
กลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Business Time สิงคโปร์ จัดทำ Asia’s 10 Richest Billionaires อ้างอิงข้อมูลของ Bloomberg ฉายภาพความมั่งคั่ง คำนวณมูลค่าสุทธิสินทรัพย์ว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง แค่ไหนอย่างไร
Asia’s 10 Richest Billionaires มาจากจีน 7 คนอินเดีย 2 คน และญี่ปุ่น 1 คน ประกอบด้วย
1. มูเกช อัมบานี (Mukesh Ambani)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
100,000 ล้านดอลลาร์ (+9.9% หรือ 9,000 ล้านดอลลาร์ เทียบกับปี 2024)
มูเกช อัมบานี ประธานและกรรมการผู้จัดการธุรกิจครอบครัวและกลุ่มบริษัทข้ามชาติ Reliance Industries คือคนรวยที่สุดในเอเชีย และอันดับ 16 ของโลก
เขาเป็นเจ้าของโรงกลั่นน้ำมันใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่เมืองจัมนคร ปี 2010 โรงงานแห่งนี้ผลิตน้ำมันได้ 660,000 บาร์เรลต่อวัน หรือ 33 ล้านตันต่อปี ปัจจุบันขยายไปสู่ธุรกิจพลังงานปิโตรเคมี ค้าปลีก และโทรคมนาคม มูลค่าตลาดรวม 20.7 ล้านล้านรูปี (240,350 ล้านดอลลาร์)
2. เกาตัม อาดานี (Gautam Adani)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
77,300 ล้านดอลลาร์ (-1.8% หรือ 1,400 ล้านดอลลาร์เทียบกับปี 2024)
ปัจจุบัน อายุ 68 ปี เป็นผู้ก่อตั้ง Adani Group หนึ่งในกลุ่มบริษัทโครงสร้างพื้นฐานรายใหญ่ของอินเดีย เป็นคนรวยอันดับ 21 ของโลก
Adani Group เป็นผู้ประกอบการท่าเรือเอกชนรายใหญ่ที่สุดในอินเดีย มีท่าเรือมากกว่า 10 แห่ง มูลค่าตลาดมากกว่า 200,000 ล้านรูปี รับผิดชอบขนส่งสินค้า 1 ใน 4 ของประเทศ
3. จงซานชาน (Zhong Shanshan)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
68,500 ล้านดอลลาร์ (+19% หรือ 13,600 ล้านดอลลาร์ เทียบกับปี 2024)
จงเป็นผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทน้ำดื่มบรรจุขวดและเครื่องดื่มจีน Nongfu Spring เป็นมหาเศรษฐีรวยที่สุดในจีนอยู่อันดับที่ 24 ของโลก
ปี 2024 ธุรกิจเครื่องดื่มในเมืองหางโจวมีรายได้ 42,900 ล้านหยวน (6,000 ล้านดอลลาร์) ในฐานะผู้ผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดรายใหญ่ที่สุดในจีน และยังเป็นหนึ่งในบริษัทเครื่องดื่มใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนหน้านี้เคยแซงโคคา-โคล่า เป๊ปซี่ และวัตสันส์ ในฐานะแบรนด์เครื่องดื่มบรรจุหีบห่อขายดีที่สุด
4. หม่าหัวเต็ง (Ma Huateng)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
64,300 ล้านดอลลาร์ (+33% หรือ 16,000 ล้านดอลลาร์)
หม่าเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Tencent เจ้าของ WeChat ผู้ให้บริการรับส่งข้อความ
โต้ตอบแบบทันทีใหญ่ที่สุดของจีน มีเกมบนมือถือ และการชำระเงินออนไลน์ ปี 2024 รายงานรายได้ 660,000 ล้านหยวน เป็นคนรวยที่สุดอันดับ 2 ของจีน และอันดับ 25 ของโลก
DeepSeek แชตบอตปัญญาประดิษฐ์ของจีนยอมรับว่า Tencent เป็นผู้เสนอโซลูชันทางเทคนิคแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในระบบของบริษัทเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
5. จาง ยี่หมิง (Zhang Yiming)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
59,600 ล้านดอลลาร์ (+26% หรือ 15,700 ล้านดอลลาร์)
จางเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Bytedance โซเชียลมีเดียเบื้องหลังแอปแชร์วิดีโอ TikTok เป็นคนรวยอันดับ 27 ของโลก
ปี 2012 ก่อตั้งบริษัทในปักกิ่ง เป็นเจ้าของบริการรวบรวมข่าวสาร Toutiao และ Douyin (TikTok ในจีนแผ่นดินใหญ่และฮ่องกง)
ปี 2016 ซื้อ Musical.ly มูลค่า 800 ล้านดอลลาร์ และรวมเข้ากับ TikTok ความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นของ TikTokในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาส่งผลให้ความมั่งคั่งเพิ่มมากขึ้น ทำให้เป็นคนรวยที่สุดในจีนในปี 2024
6. ทาดาชิ ยานาอิ (Tadashi Yanai)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
51,500 ล้านดอลลาร์ (+1.1 % หรือ 575.3 ล้านดอลลาร์)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารชาวญี่ปุ่นวัย 76 ปี ผู้ก่อตั้ง Fast Retailing บริษัทแม่ของแบรนด์เสื้อผ้ายอดนิยม
Uniqlo เป็นคนรวยที่สุดในญี่ปุ่น
Fast Retailing เป็นผู้ค้าปลีกเสื้อผ้ารายใหญ่ที่สุดในเอเชีย นอกจาก Uniqlo แล้วยังเป็นเจ้าของแบรนด์ต่างๆ เช่น GU, J Brand และ Theory ข้อมูลของ Bloomberg Intelligence ระบุว่า สิ่งที่ยานาอิทำเป็นประจำ คือการแวะร้านค้าโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ขณะที่พนักงานส่วนใหญ่แทบไม่รู้จักเขาเลย
7. เหล่ยจวิน (Lei Jun)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
44,100 ล้านดอลลาร์ (+48.7% หรือ 14,400 ล้านดอลลาร์)
เหล่ยเป็นผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Xiaomi ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนสัญชาติจีน ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นคู่แข่งของ
แอปเปิลและซัมซุง ทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับ 4 ของจีน
เหล่ยเป็นที่รู้จักในนามสตีฟ จ็อบส์ของจีน Xiaomi ติดอันดับ Fortune Global 500 ในปี 2019 ขณะนั้นขึ้นชื่อเรื่องการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ราคาต่ำกว่าคู่แข่ง ทำให้ได้เปรียบในการแข่งขัน โดยโทรศัพท์มือถือในจีนมีราคาเพียง 1 ใน 3 ของ iPhone 5 ของ Apple
8. โรบิน เจิ้ง (Robin Zeng)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
42,600 ล้านดอลลาร์ (+10% หรือ 3,900 ล้านดอลลาร์)
ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่สัญชาติจีน Contemporary Amperex Technology (CATL) ปี 1999 เขากับเพื่อนอีก 2 คน ก่อตั้งบริษัท Amperex Technology (ATL) ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมโพลิเมอร์สำหรับอุปกรณ์ดิจิทัล เช่น iPhone ปี 2012 แยกกิจการแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าของ ATL เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ CATL
ปี 2017 CATL จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้นปี 2024 บุกเบิกธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า
9. โคลิน หวง (Colin Huang)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
41,700 ล้านดอลลาร์ (+22% หรือ 7,500 ล้านดอลลาร์ เทียบกับปีที่แล้ว)
เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทอีคอมเมิร์ซ Pinduoduo (PDD Holdings) ผู้ค้าปลีกสินค้าเกษตรออนไลน์ใหญ่ที่สุดในจีน เป็นเจ้าของ Temu แพลตฟอร์มตลาดซื้อขายออนไลน์ยอดนิยมจดทะเบียนใน Nasdaq ปี 2018 ระดมทุนได้ 1,600 ล้านดอลลาร์
หวงก้าวลงจากตำแหน่งซีอีโอในปี 2020 แต่ยังคงเป็นประธานบริษัทจนถึงปี 2021 เขาได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนักสังคมสงเคราะห์ชั้นนำในรายชื่อ Hurun China Philanthropy List ประจำปี 2021 หลังจากให้คำมั่นที่จะบริจาคเงิน 1,850 ล้านดอลลาร์สำหรับโครงการความรับผิดชอบต่อสังคมและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์
10. แจ็ค หม่า (Jack Ma)
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
41,600 ล้านดอลลาร์ (21.6% หรือ 7,400 ล้านดอลลาร์ เทียบกับปีที่แล้ว)
ปี 1999 มหาเศรษฐีชาวจีนเป็นผู้ก่อตั้งร่วมของบริษัทอีคอมเมิร์ซจีน Alibaba Group เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินสด 60,000 ดอลลาร์ ซึ่งรวบรวมจากพนักงาน 18 คน
สำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองหางโจว บริหารเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ยอดนิยมอย่าง Taobao และ Tmall สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2025 มีรายได้ 996,000 ล้านหยวน (4.5 ล้านล้านบาท)
ปี 2020 เขาหายไปจากสายตาสาธารณชนหลังจากวิจารณ์หน่วยงานกำกับดูแลตรงไปตรงมาทำให้การเสนอขายหุ้นต่อสาธารณะครั้งแรกของ Ant Group ล้มเหลว สถานะของเขาเพิ่งดีขึ้น หลังจากปรากฏตัวพร้อมผู้นำองค์กร ชั้นนำรายอื่นๆ ในการประชุมสุดยอดปักกิ่ง ที่สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน จัดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2025ฃ
เห็นรายงานแล้ว เจ้าสัวไทยก็มั่งคั่งไม่น้อยหน้าใครข้อมูล 50 มหาเศรษฐีมั่งคั่งที่สุดของไทยประจำปี 2025 ของ Forbes (ซึ่งวิธีการรวบรวมข้อมูลอาจแตกต่างจาก Report ของ Bloomberg บ้าง แต่ยังคงสามารถฉายภาพรวมที่ใกล้เคียงกัน) พบว่า
อันดับ
1
ตระกูลอยู่วิทยา มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 44,500 ล้านดอลลาร์
อันดับ
2
ตระกูลเจียรวนนท์ ทรัพย์สินสุทธิ 35,700 ล้านดอลลาร์
อันดับ
3
สารัชถ์ รัตนาวะดี เจ้าของกัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ มีทรัพย์สินสุทธิ 12,000 ล้านดอลลาร์
อันดับ
4
เจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของกลุ่มทีซีซี (ไทยเบเวอร์เรจ-Asset World-เบอร์ลี่ ยุคเกอร์) มีทรัพย์สินสุทธิ 10,500 ล้านดอลลาร์
แม้ยังไม่อยู่ใน Top 10 หากนำไปเปรียบเทียบกับ Report ของ Bloomberg
แต่ไม่นับว่าห่างไกลกันมาก
ผูกขาดอีกนิด คิดค่าไฟแพงอีกหน่อย หนทางสู่ Top 10 ก็แค่ปากซอย
ที่มา
Source
Source
รวยไม่เกรงใจใคร 10 อันดับมหาเศรษฐีเอเชีย อินเดียแชมป์ จีนกวาด 7 เจ้าสัวไทยใกล้เคียง
ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026
ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ
คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน
เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”
Read More Stories
Research
ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว
เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026
เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน
หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
Read More Stories
Digest
OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม
หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69
“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave
Unboxing Ideas
สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน
Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง
สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน
ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า
Read More Stories
Video
BrandAge Online 2024
เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.
เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม
ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง
What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic
Read More Stories
บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.
Contact