ลองนึกภาพชีวิตคนเมืองแบบเรา เวลาพักกลางวันหรือบ่าย ๆ เดินผ่านร้านชา มีเมนูเต็มไปหมดให้เลือก จะซื้อชาแก้วเดียวก็ไม่ง่ายแล้วนะ เพราะเดี๋ยวนี้คนไม่ได้ดูแค่ราคา แต่ดูของคุณภาพชา และความแปลกใหม่ของเมนู จะดื่มชาแต่ละแก้วก็ต้องรู้สึกคุ้มค่าจริง ๆ
นั่นทำให้แบรนด์ชามากมายค่อย ๆ นิยามตัวเองใหม่ ตีความแต่ละเมนูอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์น้องใหม่อย่าง CTM (Captivating Tea Muse) แบรนด์น้องใหม่จากชาตรามือ ก้าวเข้ามา เพราะสำหรับ CTM แล้ว ชาไม่ใช่แค่ใบชาที่แช่น้ำร้อน แต่คือเรื่องราวที่รวม วัฒนธรรม คุณภาพ และความคิดสร้างสรรค์ไว้ในแก้วเดียว
คุณแพรว–พราวนรินทร์ เรืองฤทธิเดช ทายาทรุ่นที่ 3 ของชาตรามือ เล่าว่า
“เราไม่ได้มองชาเป็นเพียงแค่เครื่องดื่ม แต่เป็นประสบการณ์และการถ่ายทอดอารมณ์ เพราะทุกแก้วมีเรื่องราวของตัวเอง ซึ่งแต่ละคนต่างตีความรสชาติที่หลากหลาย และกลายเป็นแรงบันดาลใจที่แตกต่างกันไปอย่างเช่น บางคนดื่มชารู้สึกผ่อนคลาย บางคนรู้สึกสดชื่น รสชาติ ความรู้สึกสุนทรียภาพเหล่านี้ ที่ CTM ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่เติมสีสันรสชาติให้ลูกค้าของเราในทุก ๆ วันนั่นเอง”
เมื่อประกอบกับความพร้อมจ่ายมากขึ้นถ้าสินค้านั้นดีกว่าจริง ๆ และผู้บริโภคยิ่งยินดีจ่ายมากขึ้น ถ้าสินค้านั้นมีเรื่องราว และเกิดจากความตั้งใจของแบรนด์ ความสร้างสรรค์ การแข่งขันจึงเปลี่ยนจาก “ใครขายถูกกว่า” ไปสู่ “ใครเล่าเรื่องได้ดีกว่า แปลกกว่า และใครทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่าที่สุด”

“เป็นโอกาสอันดีที่ผู้บริโภคไทยจะได้เปิดใจ และลิ้มลอง CTM ชาแปลกใหม่จากฝีมือคนไทย ได้ดื่มด่ำชาสัญชาติไทยที่ไม่เคยได้สัมผัสที่ไหนมาก่อน รสชาติเอกลักษณ์เฉพาะตัวผลิตจากไร่ชาในประเทศ ช่วยเกษตรกรไทยอย่างแท้จริง เว้นแต่แค่เมนูชาเขียวที่คัดเกรด Ceremonial จากเมือง นิชิโอะและยาเมะ แหล่งผลิตชามัทฉะชื่อดังของญี่ปุ่น เนื่องจากต้องการให้เมนูนี้มีความอูมามิสูง ที่เราคัดสรรจากต้นตำรับ เพื่อให้ผู้บริโภคไทยได้สัมผัสความอร่อยอย่างมีคุณภาพ” คุณแพรว กล่าวเสริม
ด้วยแนวคิดนี้ CTM จึงไม่ได้ชูแค่ความพรีเมียมของวัตถุดิบ แต่ผสมความคิดสร้างสรรค์ลงในแต่ละเมนู ให้ทุกแก้วชาเป็นประสบการณ์ที่คนอยากจดจำ พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ชื่นชอบชาแบบ Specialty แถมยังคงราคาที่เข้าถึงได้
เมื่อก่อนจะเห็นว่าแบรนด์ชาแทบทุกรายต่างหยิบ “คุณภาพวัตถุดิบ” มาเป็นจุดขาย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งปลูกที่สูงชัน ดินดี น้ำดี หรือกรรมวิธีคั่วแบบดั้งเดิม แน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญ แต่ไม่ได้สร้างความแตกต่างอีกต่อไป เวทีการแข่งขันใหม่ของตลาดชา จึงกลายเป็นความสร้างสรรค์ของเมนู ใครที่สามารถทำให้ชาออกมาแปลกใหม่ น่าลอง ก็มีโอกาสคว้าใจผู้บริโภคได้
ถือว่า CTM ตีโจทย์นี้อย่างเฉียบคม พวกเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่ชาไทยแบบดั้งเดิม แต่หยิบใบชามาสร้างสรรค์เมนูที่หลากหลาย ตั้งแต่เมนูร่วมสมัยไปจนถึงเมนูที่เชื่อมโยงกับรสชาติแบบไทย ๆ เพื่อให้แบรนด์สดใหม่ในสายตาผู้บริโภค

จากเดิมที่มีเพียงชาตรามือ ซึ่งเจาะกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบชาไทยเข้มข้นและต้นตำรับ ตอนนี้ CTM เข้ามาเสริมความแกร่ง ด้วยการเสิร์ฟกลุ่มลูกค้าที่มองหาอะไรใหม่ ๆ แต่ยังคงคุณภาพอย่างเต็มเปี่ยม การมีสองแบรนด์นี้ในมือเท่ากับสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ชื่นชอบชาได้อย่างครอบคลุม ทั้งผู้ที่รักความดั้งเดิมและผู้ที่อยากทดลองประสบการณ์ชาแบบใหม่
'ชา' จากไทยในมุมมองใหม่ ๆ ถูก CTM ตีโจทย์ได้มากมายกว่า 40 เมนู ภายใต้แนวคิด ‘Muse’ ที่เป็นการ ผสาน Base ชาต่างๆ ที่มีคาแรกเตอร์ที่แตกต่าง เข้ากับท้อปปิ้งหรือผลไม้ที่ได้รสชาติอร่อยลงตัวและเป็นรสชาติใหม่ที่แตกต่าง สนุก และยังคงความเป็นตำนานของชาแท้ โดยมีเมนู Signature ที่ CTM ภูมิใจนำเสนอ เรียกว่าเป็น Captivating Series มีทั้งหมด 6 เมนูดังนี้
1. ชานมอู่หลงนางงาม ชานมอู่หลงนางงาม หอมกลิ่นใบชาคล้ายน้ำผึ้งและผลไม้สุก
2. ชาจัสมินบลูม ชาเขียวอบดอกมะลิสด หอมกลิ่นมะลิ สดชื่น
3. ชาต้งติ่งเกาลัด เป็นชานมที่ใช้ใบชาตงติ่ง มีความหอมเข้มข้นและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ท้อปปิ้งด้านล่างเป็นเนื้อเกาลัดบด
4. ชาขาวไอวอรี่นมปั่น ชาขาวหอมใบชาสด ๆ ปั่นนมหอมกลิ่นชา ละมุน ดื่มง่าย ใส่ข้าวโอ๊ตป๊อปเพิ่มความเคี้ยวเพลิน
5. ชาไทยซีทีเอ็มเครมบรูเล่ ชาไทย CTM ที่มีกลิ่นหอมของชาไทยเข้มข้น ท็อปด้วยครีมชีส เบิร์นไฟ รสละมุน
6. ชาส้มโอทับทิมสยาม ชามะลิผสมกับส้มโอทับทิมสยาม รสชาติเปรี้ยวหวาน สดชื่น มีเนื้อส้มโอใส่ในทุกแก้ว

CTM = Specialty Tea ในราคาที่เข้าถึงได้
จุดยืนของ CTM ไม่ใช่การขายภาพหรูหราในราคาที่คนทั่วไปเอื้อมไม่ถึง ตรงกันข้าม คุณแพรวเชื่อว่าทุกคนควรได้ดื่มชาคุณภาพดีในราคาสมเหตุสมผล แนวคิดนี้ทำให้ชา CTM กลายเป็นทางเลือกใหม่ที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงได้ ทุกแก้วชาไม่ใช่เพียงการซื้อรสชาติ แต่คือการจ่ายเงินเพื่อแลกกับคุณภาพ + ความตั้งใจ + ความสร้างสรรค์ ซึ่งรวมกันแล้วทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า “ชาแก้วนี้ของ CTM คุ้มค่าจริง ๆ”
ดังนั้น CTM กำลังทำให้ชาไม่ใช่เพียง “ของที่ดื่ม” แต่กลายเป็น วัฒนธรรมร่วมสมัยของคนเมือง ร้านไม่ได้ถูกวางเป็นแค่จุดซื้อเครื่องดื่ม แต่คือพื้นที่ที่ผู้คนมาแชร์ประสบการณ์รสชาติใหม่ ๆ ได้ในทุกวัน สร้าง Cultural Relevance ให้ชาเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่