กลุ่มดุสิตธานีประกาศแต่งตั้ง "ชนินทธ์ โทณวณิก" ควบตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม (Group CEO) อย่างเป็นทางการ หลัง "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" ขอลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับบทบาทใหม่ในรัฐบาล ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
[ดุสิตธานีในมุมธุรกิจ มีเบื้องลึกมากกว่ากำไร-ขาดทุน]
แม้บริษัทจะยังมี “ผลขาดทุนสะสม” และงดจ่ายปันผลต่อเนื่อง 5 ปี แต่เบื้องหลังคือตัวเลขรายได้ที่เพิ่มขึ้นเท่าตัวในรอบ 10 ปี จาก 5,370 ล้านบาทในปี 2557 สู่ 11,204 ล้านบาทในปี 2567
และกำลังจะมากกว่านั้น ด้วยการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการเรือธง Dusit Residences (ขายไปแล้ว กว่า 90% มูลค่า 16,000 ล้านบาท) และการขยายโรงแรมอีกกว่า 50 แห่งทั่วโลก
[ดุสิตธานีวันนี้ ไม่ใช่ดุสิตธานีเมื่อสิบปีก่อน]| | ปี 2557 | ปี 2567 |
| รายได้รวม | 5,370 ล้านบาท | 11,204 ล้านบาท |
| ประเทศที่ดำเนินงาน | 8 ประเทศ | 18 ประเทศ |
| แบรนด์โรงแรม | 4 แบรนด์ | 9 แบรนด์ |
| กลุ่มธุรกิจ | 2 ธุรกิจ | 5 ธุรกิจ |
| โรงแรมและวิลล่า | 27 แห่ง | 297 แห่ง |
| พนักงานทั่วโลก | - | > 20,000 คน |
[จุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์]- โครงการ Dusit Central Park มูลค่า 46,000 ล้านบาท คือการลงทุนครั้งใหญ่ในใจกลางกรุงเทพฯ
- มีการรับรองระดับโลกทั้งด้านสิ่งแวดล้อม (ISO 14001), ธรรมาภิบาล (CG 5 ดาว) และการต่อต้านคอร์รัปชัน (CAC Certified)
- ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับ “BBB-” แนวโน้ม “Stable” โดย TRIS Rating
[คนคือหัวใจของแบรนด์]
สิ่งหนึ่งที่ดุสิตธานียึดมั่นมาตลอดคือ “คน” แม้ในช่วงวิกฤต COVID-19 บริษัทไม่เคยปลดพนักงาน พร้อมลงทุนในศักยภาพมนุษย์ จนสามารถกลับมาให้บริการได้ทันทีเมื่อโลกเปิด เพราะความเชื่อมั่นในคน คือพื้นฐานของแบรนด์ที่ยั่งยืน