นอกจากนี้
เคนยังเล่าถึงข้อได้เปรียบที่เขาได้จากการเป็นคนในวงการบันเทิง ซึ่งช่วยในเรื่องการตลาดเป็นอย่างมาก เพราะอันนี้ก็ถือว่าเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่งเลย คนรู้จักร้านเราง่ายขึ้นมากๆ นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมต้องมีสแตนดี้ผมอยู่หน้าร้านทุกร้าน
แม้จะเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง แต่เขายังแบ่งเวลาสำหรับธุรกิจ 50% อีก 50% ยังเป็นสัดส่วนงานแสดงที่มีเข้ามาเรื่อยๆ ถือว่าเป็นบาลานซ์ที่ดี เพราะชอบทั้งสองอย่าง สำหรับเขาแล้ว ธุรกิจไม่ได้เป็นแค่แผนสำรอง แต่เป็นอีกหนึ่งความหลงใหลที่อยากจะทำอย่างจริงจัง
“มันน่าจะเริ่มจากช่วงโควิด ตอนนั้นผมขายต้นไม้ ถือเป็นธุรกิจแรกที่ทำจริงจัง และอยู่กับมันได้หลายปี มันค่อนข้างประสบความสำเร็จ ก็เลยเหมือนจุดไฟให้เราอยากทำธุรกิจอื่นต่อ ตอนนี้ธุรกิจต้นไม้ก็ยังมีอยู่ แต่เป็นกลุ่มเฉพาะทางมากขึ้น พวกไม้ด่าง ต้นไม้ประดับ ขณะเดียวกันก็ต่อยอดไปทำสวนต่อ” นอกเหนือจากการแบ่งเวลาที่ลงตัว เคนเล่าว่าตนเองเป็นผู้ที่ลงมือทำคอนเทนต์เองทั้งหมด ถ่ายเอง ตัดคลิปเอง ลงเอง เป็นการที่ผมเองก็ต้องพัฒนาไปพร้อมกับร้านเหมือนกัน อะไรที่ไม่เคยทำก็ต้องศึกษาต้องลองทำ
การสร้างแบรนด์ในยุคที่มีโซเชียลมีเดีย คนเสพทุกอย่างเร็ว สำหรับเคนตอบว่ายุคโซเชียลที่ทุกอย่างเร็ว ถ้าเราไม่ชัด เราจะถูกกระแสพัดไปเร็ว ทีมและผมจึงต้องอัพเดทตลอด ใช้สื่อให้เป็น และที่สำคัญคือต้องมีจุดยืนที่ชัดเจน
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา
“แฟรนไชส์” เป็นหนึ่งในคำถามที่ถูกพูดถึงมากที่สุด เพราะมีผู้สนใจติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากจังหวัดต่างๆ และต่างประเทศ แต่เคนย้ำเสมอว่า อยากทำแบรนด์ให้ชัดเจนก่อน และกังวลว่าการกระจายสาขาที่ควบคุมคุณภาพไม่ได้จะทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เปลี่ยนไป
ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา ทางเพจ Ken Phu Pang ได้โพสประกาศว่า Ken Phu Pang
พร้อมแล้วสำหรับแฟรนไชส์ สะท้อนว่า เคนภูปังได้ผ่านช่วงการทดลองและการวางรากฐานที่เข้มแข็งมาพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขาในกรุงเทพฯ ได้ถึง 4 แห่งภายในเวลาไม่ถึงปี การสร้างยอดขายระดับ 70,000–80,000 บาทต่อวันในทำเลหลักอย่างเซ็นทรัลลาดพร้าวหรือหาดใหญ่ รวมถึงการพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งลูกค้าในร้านและการซื้อกลับบ้าน
การก้าวเข้าสู่แฟรนไชส์ในเวลาที่ร้านอายุยังไม่ถึงหนึ่งปีเต็ม อาจดูเร็วสำหรับบางสายตา แต่สำหรับเขาและทีม นี่อาจะเป็นจังหวะที่เหมาะสม เพราะตลาดร้านขนมในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดยังมีช่องว่างสำหรับโปรดักต์ที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจนแบบเคนภูปัง
ในเชิงธุรกิจ การเปิดแฟรนไชส์ถือเป็นการเปลี่ยนเกมครั้งใหญ่ของเคนภูปัง จากการเป็น SME หน้าใหม่ สู่การวางตำแหน่งตัวเองเป็นแบรนด์ขนมที่พร้อมขยายสเกลทั่วประเทศ และอาจเป็นการทดสอบว่าชื่อเสียงบวกคุณภาพสินค้า จะสามารถสร้างเครือข่ายแฟรนไชส์ที่ยั่งยืนได้จริงหรือไม่