BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
16,378
VIEWS

nornnorn แพลตฟอร์มเช่าที่นอนใหม่ 5 ดาว เริ่มต้น 89 บาท จากแนวคิดอยากเปลี่ยนแปลงโลก

ก.ย. 16, 2568 J.Wara
“ที่นอน” ถือเป็นสินค้าที่มี Life Cycle ค่อนข้างยาวนาน เรียกได้ว่าหากไม่พังจนนอนต่อไม่ไหว คงไม่มีใครเปลี่ยน แต่ทราบหรือไม่ว่าเมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนที่นอนใหม่ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จะเลือกซื้อที่นอนแบบไหนมาใช้ เพราะสิ่งที่น่าปวดหัวกว่านั้นคือจะทิ้งที่นอนเก่าอย่างไร ซึ่งหลายครั้งเราได้เห็นการแก้ปัญหาอย่างมักง่ายด้วยการทิ้งที่นอนลงแม่น้ำ ลำคลอง ก่อให้เกิดปัญหาอื่นตามมาอีกมากมาย

ปัญหาเหล่านี้คือหนึ่งใน Pain Point ที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างธุรกิจของนพพล เตชะพันธ์งาม CEO บริษัท เซอร์คิวลาร์ริตี จำกัด และผู้ก่อตั้ง nornnorn แพลตฟอร์มเช่าที่นอนใหม่คุณภาพสูง สำหรับธุรกิจที่พักและครัวเรือน บนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนโมเดลแรกของโลก ช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงที่นอนคุณภาพดี ด้วยค่าบริการเริ่มต้นเพียง 89 บาท/ชิ้น/เดือน ในระยะเวลาเช่าที่ 12-120 เดือน รวมถึงช่วยลดปริมาณขยะที่เกิดจากที่นอนเสื่อมสภาพการใช้งานแล้วด้วยการรับที่นอนเหล่านั้นกลับคืนมารีไซเคิลเมื่อสิ้นสุดสัญญา


จากธุรกิจครอบครัว สู่ภารกิจเปลี่ยนโลก
นพพลเติบโตจากธุรกิจครอบครัวที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่นอนมาเกือบศตวรรษ เริ่มจากรุ่นทวดที่ค้าขายที่นอนนุ่นในอดีต สู่รุ่นตาซึ่งเป็นผู้บุกเบิกการผลิตที่นอนสมัยใหม่ในไทย อย่างการผลิตที่นอนนุ่น ที่นอนฟองน้ำ และที่นอนสปริง ในชื่อแบรนด์ที่คุ้นหูอย่าง “ดาร์ลิ่ง”

เมื่อเข้าสู่รุ่นที่ 3 รุ่นของพ่อ-แม่ มีการต่อยอดมาสู่ที่นอนแบรนด์ “สปริงเมท” Springmate เน้นผลิตที่นอนให้กับธุรกิจบริการที่พัก เช่น โรงแรม รีสอร์ต หอพักต่างๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ จนมาถึงรุ่นที่ 4 นพพลเข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัวหลังเรียนจบการศึกษาจากต่างประเทศ กว่า 10 ปี ซึ่งหากมองในเชิงธุรกิจการทำธุรกิจของครอบครัวตอบโจทย์การสร้างประสบการณ์และความเชี่ยวชาญให้เข้าใจธุรกิจที่นอนอย่างลึกซึ้ง แต่อาจจะยังไม่ตอบโจทย์แพชชั่นที่เชื่อว่า “ธุรกิจที่ดีควรเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสิ่งดีให้สังคมและโลกด้วย”  สุดท้ายก็แพ้เสียงในหัวที่ต้องการสร้างธุรกิจที่มีส่วนช่วยเปลี่ยนแปลงโลก จึงเป็นที่มาการก่อตั้งแบรนด์ nornnorn

“ตอนแยกออกมาทำ nornnorn ที่บ้านไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะมองว่าเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงและไม่เคยเห็นว่าจะมีลูกค้าคนไหนเคยบอกว่าอยากเช่าที่นอน หรืออยากนำที่นอนไปรีไซเคิล แต่คุณตาซึ่งอยู่ในวงการมานานกว่า 70-80 ปี คิดว่าธุรกิจนี้ดีและไม่เสี่ยง ท่านมองว่าเงินที่เก็บจากลูกค้าเป็นจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับรายได้ของลูกค้าทั้ง B2B และ B2C ทำให้โอกาสที่ลูกค้าจะไม่จ่ายเงินมีน้อย ท่านยังแนะนำว่าหากยังไม่มีใครทำ เราควรเป็นคนแรกที่ทำ”


โมเดลธุรกิจเช่าที่นอนหนึ่งเดียวในโลก   
นพพล เล่าถึงเบื้องหลังธุรกิจ nornnorn ว่าเกิดจากการมองเห็น 3 Pain Point สำคัญในอุตสาหกรรมที่นอนช่วง 10 ปีที่ผ่าน คือ
- การเข้าถึงที่นอนคุณภาพ ลูกค้าจำนวนมากทั้งฝั่งธุรกิจและครัวเรือน ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะเข้าถึงที่นอนคุณภาพสูง จึงมองหาโซลูชั่นที่จะมาตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ เพื่อสามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพสูงได้
- ความยากในการทิ้ง ที่นอนเป็นสินค้าชิ้นใหญ่ทำให้ทิ้งยาก และส่วนใหญ่จะถูกส่งไปฝังกลบหรือเผาทำลาย ซึ่งเป็นเหตุการณ์เหมือนกันทั่วโลก มีการประเมินว่าทั่วโลกมีที่นอนถูกทิ้งมากกว่า 150 ล้านชิ้นต่อปี และในอาเซียนก็มีปริมาณการทิ้งหลายสิบล้านชิ้น
- ขาดการรีไซเคิล เนื่องจากกระบวนการรีไซเคิลที่นอนไม่คุ้มทุน ไม่มีใครทำเพราะขาดทุน จึงไม่มีใครทำ

จึงนำทั้ง 3 Pain Point นี้มาสร้างเป็นโมเดลธุรกิจใหม่บนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งแนวคิดนี้เพิ่งจะเป็นที่รู้จักในไทยเมื่อปี 2015 “เราเริ่มมีการ Pilot ทั้งในไทยและอินโดนีเซียช่วงปลายปี 2018 ช่วงเริ่มต้นโมเดลธุรกิจยังไม่สมบูรณ์ เพราะไอเดียเริ่มต้นเราแค่ต้องการปล่อยเช่าและตอนจบก็รับกลับมาแยกชิ้นส่วนเพื่อนำไปรีไซเคิล ฟังดูเหมือนง่ายซึ่งเราเองก็คิดว่าง่าย แต่จริงๆ แล้วองค์ประกอบหลายอย่างไม่สมบูรณ์ เราก็ค่อยๆ ทำแล้วพัฒนาให้องค์ประกอบต่างๆ สมบูรณ์ในที่สุด เราเป็นธุรกิจที่อยู่ระหว่าง e-commerce, Green Tech, และ Recycling Tech ซึ่งต้องใช้เวลาในการประกอบร่างพอสมควร และวันนี้เราก็พร้อมที่จะเริ่ม Scale up โดยเริ่มจากประเทศไทยในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้”  

นพพลอธิบายถึงกลไกการทำธุรกิจอย่างละเอียดว่า nornnorn อยู่บนพื้นฐานของ Financing แน่นอนว่าก่อนจะมีสินค้าไปให้ผู้อื่นเช่า ต้องมีวิธีในการซื้อสินค้านั้นมาก่อน คำถามต่อมาคือจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ หลังจากมีการทดลองหลายวิธี จนสุดท้าย nornnorn กลายเป็นผู้ที่ริเริ่มอาจออกหุ้นกู้สีเขียวในวงการสตาร์ตอัป จากนั้นจึงต่อยอดสู่การออก Digital Investment Token ที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการออก

การทำงานของ Token นี้ ทำงานเหมือน Mini-bond เมื่อมีออร์เดอร์จากลูกค้า จะทราบจำนวนที่นอนที่ต้องซื้อ ทำให้สามารถคาดการณ์กระแสเงินสดที่จะเกิดขึ้นจากการให้เช่าในระยะยาว จากนั้นจึงออก Token/Mini-bond ในจำนวนเงินที่ต้องการ เพื่อซื้อที่นอนส่งไปให้ลูกค้าใช้บริการ ลูกค้าจะชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน ค่าเช่าที่ได้รับจากลูกค้าจะนำมาใช้จ่าย     Mini-bond พร้อมกับจ่ายผลตอบแทนที่สมเหตุสมผลให้กับนักลงทุน

เมื่อสัญญาบริการสิ้นสุดลง nornnorn จะรับที่นอนกลับมา เพื่อแยกชิ้นส่วนและรีไซเคิล เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมสูงสุดจากชิ้นส่วนที่นอน โดยเรามีการทำวิจัยและพัฒนาไปแล้วบางส่วน ร่วมกับพาร์ตเนอร์

“เริ่มต้นจากการโฟกัสที่ฟองน้ำในที่นอนและเฟอร์นิเจอร์ โดยทำ R&D ร่วมกับ AIT และมหาวิทยาลัย Cambridge ที่ประเทศอังกฤษ ได้รับทุนจาก สวทช. และรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งหลังจากนี้ยังมีงานที่เราต้องทำอีกมาก ทั้งในส่วนของการออกแบบที่นอนรูปแบบใหม่ที่รีไซเคิลได้ง่ายขึ้น โดยการใช้ R&D เข้ามาดูว่าชิ้นส่วนต่างๆ สามารถสร้างประโยชน์อย่างไรได้บ้างแทนที่จะกลายเป็นขยะ”

ก้าวต่อไปต้องขยายธุรกิจสู่ภูมิภาค
ความตั้งใจของนพพลหลังจากนี้ คือการพา nornnorn ขยายไปทั่วโลก แต่ในช่วงแรกของการทำ Pilot เน้นโฟกัสที่ตลาดไทยและอินโดนีเซียพร้อมกัน เพื่อศึกษาว่าประเทศไหนจะไปได้ดีกว่ากัน สำหรับประเทศไทย มีฐานลูกค้า B2B ในธุรกิจบริการที่พักที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว เพราะไทยเป็นผู้นำด้านนี้ และมีอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างอิ่มตัว ด้านอินโดนีเซีย มีประชากรจำนวนมาก และอุตสาหกรรมบริการที่พักหรือการท่องเที่ยวอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเติบโต การเริ่ม Scale Up ใน 2 ประเทศนี้ก่อน เพราะยังมีหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะพฤติกรรมในวงกว้าง (Scale), อัตราการผิดนัดชำระ (Default Rate) และการชำระค่าเช่าต่างๆ

ปัจจุบัน รายได้ของ nornnorn มาจากลูกค้า B2B และ B2C แบบครึ่งต่อครึ่ง แต่หลังจากนี้จะเน้นลูกค้า B2C มากขึ้น เนื่องจากความคุ้มค่าทางการเงิน สำหรับลูกค้า B2C ค่าเช่าที่นอนทั้งหมดตลอดระยะเวลาสัญญา อาจเท่ากันหรือน้อยกว่าการซื้อที่นอนใหม่ ลูกค้าทราบว่าที่นอนมีอายุการใช้งานจำกัด จึงเลือกที่จะทยอยจ่ายค่าเช่าแทนการซื้อ

ความท้าทายในตลาด B2B ราคาที่นอนในตลาด B2B ค่อนข้างต่ำ ทำให้ค่าเช่าตลอดสัญญาสูงกว่าการซื้อ ลูกค้า B2B ที่สนใจมักเป็นโรงแรมหรือธุรกิจขนาดเล็กที่มีเงินทุนจำกัด หรือเป็นธุรกิจที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ในฝั่ง B2B หากลูกค้าผิดนัดชำระรายหนึ่งอาจมีผลกระทบสูงต่อบริษัทเพราะเป็นลูกค้ารายใหญ่ ในขณะที่ลูกค้า B2C เช่าที่นอนเพียง 1 ชิ้น หากผิดนัดชำระ ผลกระทบจะน้อยกว่ามาก ทำให้บริษัทยังสามารถดำเนินต่อไปได้

“ราคาเช่าที่นอนสำหรับฝั่ง B2B เริ่มต้นที่เดือนละ 89 บาทต่อชิ้น ฝั่ง B2C เริ่มต้นที่เดือนละ 112 บาทต่อชิ้น ราคาจะขึ้นอยู่กับรุ่นของที่นอน ขนาด และระยะเวลาการเช่า ยิ่งทำสัญญานาน ค่าเช่าต่อเดือนก็จะถูกลง”

กำไรหาใช่แค่ตัวเงิน แต่เป็นผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม
ที่นอนหนึ่งชิ้นเปรียบเสมือนแซนด์วิชขนาดใหญ่ นพพลอธิบายว่าประกอบด้วย ผ้าหุ้มด้านนอกสามารถอัปไซเคิลได้หลายอย่าง เช่น นำไปทำเป็นใยกรองในอุตสาหกรรม ส่วนลวดสปริงเป็นโลหะ หลอมกลับมาเป็นโลหะใหม่ได้ทันที ด้านฟองน้ำกำลังพยายามพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ที่จะช่วยย่อยสลายให้กลายเป็นสารเคมีที่สามารถนำไปผลิตฟองน้ำใหม่ หรือผลิตสินค้าอื่นได้ ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการวิจัย ส่วนของยางพาราเป็นส่วนที่รีไซเคิลยากที่สุด กำลังศึกษาอยู่เช่นกัน แต่วิธีที่ดูเหมือนจะเป็นมิตร   ต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในตอนนี้ คือต้องนำไปเผาเป็นเชื้อเพลิงอย่างถูกหลักสิ่งแวดล้อม

“เราพยายามที่จะทำให้ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพดั้งเดิม เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างแท้จริง และไม่ต้องการให้วัสดุหลุดออกจากวงจรของแบรนด์เรา เช่น ยางพาราเรานำกลับมาย่อยเป็นชิ้นเล็กๆ ทำเป็นยางพาราอัดแล้วนำไปขาย เราเพิ่งมี การทำ Life Cycle Assessment การประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นการวัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมระหว่างระบบเดิมคือ ซื้อ-ใช้-ทิ้ง กับระบบของเราคือการ เช่า-ใช้-คืน-รีไซเคิล มีผลต่างทางสิ่งแวดล้อมอย่างไร”

โดย LCA แรกมุ่งเน้นที่ธุรกิจบริการที่พัก ผลที่ได้คือ บริการของ nornnorn ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างน้อย 31% ลดการปล่อยมลพิษทางอากาศ PM 2.5 ประมาณมากกว่า 20 % และลดการเกิดสารที่ไม่ก่อมะเร็งในมนุษย์อย่างน้อย 20 %

“มีผลทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันว่าสิ่งที่เรากำลังทำช่วยสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับสิ่งแวดล้อมได้จริง เพราะเราไม่ต้องการถูกกล่าวหาว่าทำ Greenwashing นอกจากนี้ เรายังมีแผนขยาย LCA ไปยังส่วนการใช้ที่นอนในครัวเรือนของไทยด้วย ซึ่งกำลังรอเริ่มดำเนินการ การทำ LCA แบบนี้ถือเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมที่นอนของไทย”

นพพลยอมรับว่าการเดินทางจนถึงวันนี้ไม่ง่าย แต่ก็เป็นเส้นทางที่คุ้มค่า เขามองว่าธุรกิจนี้ไม่เพียงต่อยอดจากความรู้และเครือข่ายของครอบครัวที่อยู่ในวงการเกือบร้อยปี แต่ยังเป็นการส่งคืนบางสิ่งกลับสู่ธรรมชาติและสังคม

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงคำแนะนำสำหรับผู้ที่อยากเริ่มต้นธุรกิจยั่งยืน คำตอบของนพพล คือ “อย่ากังวลมากเกินไปว่าจะล้มเหลว ธุรกิจคือการวิ่งมาราธอน ถ้าไม่เริ่มวิ่ง คุณจะไม่มีวันรู้เลยว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน” เขาเชื่อว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นภายใน 2–3 ปีอย่างที่หลายสื่อชอบเล่า แต่เป็นผลจากความพยายามที่สม่ำเสมอ ความอดทน และการแก้ปัญหาไปทีละขั้น

“ถ้าเชื่อว่าไอเดียของเรามีเหตุผล และช่วยให้โลกดีขึ้นได้ ก็จงอย่ายอมแพ้ ค่อยๆ หา Solution แล้วผลักดันให้มันเกิดขึ้นจริง”
 

nornnorn แพลตฟอร์มเช่าที่นอนใหม่ 5 ดาว เริ่มต้น 89 บาท จากแนวคิดอยากเปลี่ยนแปลงโลก

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact