รู้หรือไม่? ประเทศไทยติด Top 15 ของโลกในด้าน
Wellness Economy หรือ
เศรษฐกิจสุขภาวะ และมีศักยภาพก้าวสู่
Top 5 ของโลกได้ภายใน 5 ปี หากทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันอย่างเป็นระบบ!ใครมีบทบาทบ้าง?- ภาครัฐ: วางรากฐาน นโยบาย และผลักดันระบบสนับสนุน
- ภาคเอกชน: พัฒนา นวัตกรรมและบริการสุขภาพ ตั้งแต่โรงพยาบาล ฟิตเนส สปา อาหาร เทคโนโลยีความงาม
- ชุมชน: ใช้ภูมิปัญญา สมุนไพร และสูตรอาหารท้องถิ่น สร้างจุดขายเฉพาะตัว
- งานวิจัยและมหาวิทยาลัย: ผลักดันองค์ความรู้ นวัตกรรม และแนวคิดใหม่ๆ
- สื่อ: อินฟลูเอนเซอร์เป็นกระบอกเสียง สร้างแรงบันดาลใจให้คนรักสุขภาพ
Thai Wellness Economyประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพโดดเด่นในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน Wellness Economy ด้วยองค์ประกอบที่ครบครัน ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ราคาย่อมเยา บริการดูแลสุขภาพที่มีมาตรฐานระดับสากล มรดกวัฒนธรรมอย่างการนวดแผนไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก อาหารไทยที่เน้นความสมดุลและใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวที่งดงามเหมาะแก่การพักผ่อนและฟื้นฟูสุขภาพ สิ่งที่ทำให้ไทยแตกต่างจากประเทศอื่นคือ เราไม่เพียงทำให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังสามารถวัดผลได้ผ่านอุปกรณ์หรือค่าทางสุขภาพ องค์ประกอบเหล่านี้ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจากทั่วโลก และมีความพร้อมที่จะพัฒนาเป็น Wellness Hub อย่างเต็มรูปแบบ
แล้วสุขภาวะแบบไทย ๆ มีกี่มิติ?Global Wellness Institute แบ่งประเภทของเศรษฐกิจสุขภาวะไว้ 11 ด้าน ซึ่ง
BDMS ได้นำแนวโน้มเหล่านี้มาวิเคราะห์ศักยภาพของไทยอย่างละเอียด และนี่คือ 11 ด้านที่ไทย ‘มีของ’ และ ‘มีโอกาส’ ขยายให้ไกลระดับโลก
1. Mental Wellness: สงบนิ่งสติมา
ความเครียดและแรงกดดันในยุคปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ทำให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจิตอย่างจริงจังมากขึ้น ‘สุจภาวะทางจิตใจ’ จึงกลายเป็นกลุ่มธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยครอบคลุมทั้งกิจกรรม สินค้า และบริการที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพจิตในสองประเภท ได้แก่ การเติบโตและหล่อหลอมทางจิตใจ และการพักผ่อนฟื้นฟูจิตใจ ซึ่งทั้งสองประเภทนี้สามารถแบ่งได้หลายหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ การพัฒนาตนเอง, อาหารเสริมหรือสมุนไพรบำรุงสมอง, การทำสมาธิและการตั้งสติ สัมปชัญญะ
รวมถึงประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับประสาทสัมผัสทั้งห้าและสุดท้ายคือที่พักเพื่อการพักผ่อน และการนอนหลับ
รายได้รวมจากปี 2566: 22,500 ล้านบาท
อัตราการเติบโตที่คาดการณ์ในประเทศไทย (จาก 2022 - 2027): 12.8% ต่อปี

2. Physical Activity: ยืดสักนิด ขยับสักหน่อย
กิจกรรมทางกายไม่ได้จำกัดอยู่แค่การออกกำลังกายในยิมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้เวลาว่างในกิจกรรมที่ตั้งใจเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น การเล่นกีฬา การออกกำลังกายกลางแจ้ง และการเคลื่อนไหวที่เป็นสติ อาทิ โยคะและไทเก๊ก นอกจากนี้ ยังรวมถึงองค์ประกอบที่ช่วยสนับสนุนการทำกิจกรรมเหล่านี้ เช่น เทคโนโลยี, เครื่องแต่งกาย, และอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่ทำให้การออกกำลังกายเป็นเรื่องง่ายขึ้น สนุกขึ้น และเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนมากขึ้น
รายได้รวมจากปี 2566: 113,400 ล้านบาท
อัตราการเติบโตที่คาดการณ์ในประเทศไทย (จาก 2022 - 2027): 6.7% ต่อปี

3.Wellness Real Estate: สุขภาพดีเพราะที่อยู่
ในยุคที่คนเริ่มตระหนักว่าสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยมีผลต่อสุขภาพกายและใจ ตลาดอสังหาริมทรัพย์จึงเริ่มผสานแนวคิดเรื่องสุขภาวะเข้ากับการออกแบบกายภาพอย่างจริงจัง ทั้งในแง่ของวัสดุก่อสร้างที่ปลอดภัย การออกแบบที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตอย่างสมดุล ตลอดจนการจัดสรรพื้นที่และบริการที่ส่งเสริมการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย สำนักงาน โรงแรม หรือศูนย์บริการต่างๆ
รายได้รวมจากปี 2566: 17,800 ล้านบาท
อัตราการเติบโตที่คาดการณ์ในประเทศไทย (จาก 2022 - 2027): 17.4% ต่อปี

4. Workplace Wellness: เป็นอยู่ดี ทำงานดี
องค์กรยุคใหม่ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่กับผลประกอบการเท่านั้น แต่ยังตระหนักถึงคุณภาพชีวิตของพนักงานด้วยโปรแกรมหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะในที่ทำงาน ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกาย โภชนาการที่ดี การจัดการความเครียด หรือการส่งเสริมพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพโดยรวม ซึ่งอาจมาในรูปแบบของการให้ความรู้ การสร้างแรงจูงใจ หรือสวัสดิการที่ออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ
รายได้รวมจากปี 2566: 3,700 ล้านบาท
อัตราการเติบโตที่คาดการณ์ในประเทศไทย (จาก 2022 - 2027): 2.9% ต่อปี
5. Wellness Tourism: เที่ยวทั่วจิตเที่ยวทางใจ
การเดินทางไม่ได้เป็นเพียงแค่การพักผ่อนอีกต่อไป แต่กลายเป็นโอกาสในการดูแลสุขภาพอย่างครอบคลุม การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพหมายถึงการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่เป้าหมายในการเสริมสร้างสุขภาวะทั้งทางกายและจิตใจ ซึ่งครอบคลุมทั้งผู้ที่ตั้งใจเดินทางเพื่อสุขภาพ (primary wellness tourists) และผู้ที่ร่วมกิจกรรมสุขภาพไว้ในการท่องเที่ยวทั่วไป (secondary wellness tourists) ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายด้านที่พัก อาหาร กิจกรรม เวิร์คช็อป การเดินทางภายในประเทศ หรือการช้อปปิ้งผลิตภัณฑ์สุขภาพ
รายได้รวมจากปี 2566: 415,000 ล้านบาท
อัตราการเติบโตที่คาดการณ์ในประเทศไทย (จาก 2022 - 2027): 16.6% ต่อปี

6. Spa Economy: กดเส้นสาย สไตล์แผนไทย
อุตสาหกรรมสปาเติบโตต่อเนื่องด้วยการเป็นทั้งจุดหมายปลายทางในการผ่อนคลายและแหล่งดูแลสุขภาพ องค์ประกอบของธุรกิจสปาไม่ได้มีเพียงแค่สถานบริการสปาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการศึกษาและฝึกอบรมบุคลากรด้านสปา การให้คำปรึกษา การลงทุนในอุปกรณ์และสถานที่ กิจกรรมส่งเสริมการตลาด งานแสดงสินค้า และสื่อที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจร
รายได้รวมจากปี 2566: 53,840 ล้านบาท
อัตราการเติบโตที่คาดการณ์ในประเทศไทย (จาก 2022 - 2027): 8.3% ต่อปี
7. Thermal / Mineral Springs: อุ่นกาย ผ่อนคลายใจ
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น น้ำแร่ น้ำพุร้อน และน้ำทะเล กำลังได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวและผู้แสวงหาทางเลือกด้านสุขภาพ น้ำเหล่านี้มีการใช้ในด้านสุขภาพ ความงาม และการพักผ่อน โดยมีธุรกิจหลากหลายที่ผุดขึ้นรอบแหล่งน้ำเหล่านี้ ทั้งสปา โรงแรม รีสอร์ท และศูนย์บำบัดเฉพาะทาง
รายได้รวมจากปี 2566: 673 ล้านบาท
อัตราการเติบโตที่คาดการณ์ในประเทศไทย (จาก 2022 - 2027): 14.3% ต่อปี
8. Healthy Eating, Nutrition and Weight Loss: กินครบ เตรียมสด ทำสะอาด
เมื่อแนวโน้มการบริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เพราะผู้คนเริ่มใส่ใจอาหารที่บริโภคมากขึ้น ทำให้ตลาดสินค้าและบริการเกี่ยวกับโภชนาการเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นวิตามินและอาหารเสริม อาหารเสริมที่เน้นคุณค่าทางโภชนาการ อาหารออร์แกนิกและอาหารสุขภาพ รวมถึงบริการให้คำปรึกษาด้านโภชนาการและผลิตภัณฑ์หรือโปรแกรมสำหรับควบคุมน้ำหนัก
รายได้รวมจากปี 2566: 308,900 ล้านบาท
อัตราการเติบโตที่คาดการณ์ในประเทศไทย (จาก 2022 - 2027): 6.8% ต่อปี
9. Personal Care and Beauty: เสริมสวยอย่างสดใส
โลกแห่งความสวยความงามและการดูแลตัวเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ตลาดนี้ครอบคลุมตั้งแต่บริการทำผม ทำเล็บ ทำผิวพรรณ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผม ไปจนถึงเวชสำอางและยาสําหรับดูแลผิวและรักษาปัญหาที่เกี่ยวข้องกับวัย เช่น ริ้วรอย ผมบาง หรือผิวเสื่อมสภาพ ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ยังรวมถึงการเลือกด้านเวชศาสตร์ความงามและชะลอวัยอีกด้วย
รายได้รวมจากปี 2566: 242,000 ล้านบาท
อัตราการเติบโตที่คาดการณ์ในประเทศไทย (จาก 2022 - 2027): 5.7% ต่อปี

10. Preventive and Personalized Medicine and Public Health: ลดเจ็บป่วยรวยอายุ
ในขณะที่วงการแพทย์ในปัจจุบันมักเน้นการรักษาโรคที่เกิดขึ้นแล้ว แนวทางใหม่เน้นการป้องกันและตรวจจับความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆจึงเกิดขึ้น การแพทย์ป้องกันรวมถึงการตรวจสุขภาพทั่วไป การตรวจคัดกรอง และการทดสอบทางพันธุกรรม ขณะที่การแพทย์เฉพาะบุคคลจะใช้ข้อมูลเฉพาะของแต่ละคน เช่น พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม หรือรูปแบบการใช้ชีวิต เพื่อนำไปสู่การดูแลสุขภาพที่แม่นยำและเหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากขึ้น
รายได้รวมจากปี 2566: 91,500 ล้านบาท
อัตราการเติบโตที่คาดการณ์ในประเทศไทย (จาก 2022 - 2027): 1.6% ต่อปี

11. Traditional and Complementary Medicine: ยาสามัญ ธรรมชาติ
การแพทย์แบบองค์รวมและแนวทางที่ไม่ใช่แพทย์แผนปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมในหลายประเทศ การแพทย์แผนโบราณ เช่น แพทย์แผนจีน อายุรเวท โฮมีโอพาธี ธรรมชาติบำบัด ไปจนถึงการบำบัดด้วยพลังงานหรือสมุนไพรพื้นบ้าน ล้วนมีบทบาทมากขึ้นในชีวิตของผู้คน โดยเฉพาะในหมู่ผู้ที่แสวงหาทางเลือกในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ไม่เน้นการใช้ยาเคมีหรือการรักษาเชิงรุก
รายได้รวมจากปี 2566: 118,000 ล้านบาท
อัตราการเติบโตที่คาดการณ์ในประเทศไทย (จาก 2022 - 2027): 8.2% ต่อปี
(แนวคิดและข้อมูลถูกอ้างอิงจาก Global Wellness Institute)
Credit : สร้าง Team Thailand ยกระดับ Wellness เป็น Soft Power หลักของชาติ, BDMS