ครั้งแรกที่ประเทศไทยได้กลายเป็นเจ้าภาพจัดงาน Webtoon Con 2025 ซึ่งไม่เพียงเป็นครั้งแรกในไทย แต่ยังเป็นครั้งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
BrandAge Online ได้มีโอกาสพูดคุยกับ คิม โดยอง ผู้บริหาร LINE WEBTOON ภูมิภาคเอเชีย และ จัง โบรา ผู้บริหาร LINE WEBTOON ประเทศไทย ทั้งคู่ย้ำว่า จุดมุ่งหมายของงานนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานแฟนมีตติ้ง แต่คือการสร้างพื้นที่ให้แฟนๆ และนักเขียนได้มาเจอกันจริงๆ เพื่อสร้างสายสัมพันธ์ระยะยาว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ Webtoon เติบโตอย่างยั่งยืน
หากมองในเชิงธุรกิจ โมเดลรายได้ของ Webtoon ทั่วโลก แบ่งเป็นแบบ Paid Content มากที่สุดถึง 80% ตามด้วยโฆษณา 12% และการต่อยอด Intellectual Property (IP) อีก 8% แม้ตัวเลขนี้จะเป็นภาพรวมระดับโลก แต่ก็น่าสนใจที่ Webtoon สามารถสร้างธุรกิจจากการอ่านฟรี–แต่จ่ายเพื่ออ่านต่อได้ในสัดส่วนมหาศาล

ประเทศไทยเองก็สะท้อนให้เห็นความพิเศษในพฤติกรรมผู้บริโภค เมื่อเทียบกับตลาดอื่น คนไทยอ่านแนว BL (Boy’s Love) และ GL (Girl’s Love) มากกว่าเฉลี่ยโลก และยังทำให้เกิดฐานนักวาดในสองแนวนี้ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค ขณะที่แนวโรแมนซ์ยังคงเป็นกระแสหลัก แต่สิ่งที่กำลังขึ้นมาแรงคือแฟนตาซีตัวอย่างชัดคือเรื่อง ฉันนี่แหละคือนักแสดงขั้นเทพ และคลินิกสัตว์ต่างโลกของคิมโอจิน ซึ่งได้รับความนิยมสูงในช่วงนี้
ปัจจัยสำคัญของความนิยมแฟนตาซี มาจากการผสมระหว่างสิ่งที่คนคุ้นเคยกับองค์ประกอบใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพแปลกตา คาแรกเตอร์สัตว์เลี้ยง หรือการสร้างโลกที่เต็มไปด้วยความแปลกใหม่แต่ยังไม่หลุดจากความเป็นจริงมากเกินไป ความสมดุลนี้ทำให้ผู้อ่านรู้สึกทั้งอบอุ่นและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน
นอกจากคอนเทนต์บนแพลตฟอร์ม Webtoon ยังต่อยอดเป็น IP รูปแบบต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งซีรีส์ ละคร หนังสือ และ Merchandise (MD) โดยคอนเทนต์ไทยเองเริ่มสร้างความสำเร็จให้เห็นชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ฉันนี่แหละท่านขุนที่สวยที่สุดในสยาม หรือวันทองไร้ใจ เป็นต้น
เมื่อพูดถึง IP โอกาสใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ซีรีส์หรือตลาดหนังสือเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงโมเดลธุรกิจใหม่ที่เชื่อมโยงกับ ecosystem ของ LINE เอง เช่น การต่อยอดคาแรกเตอร์ไปสู่สติ๊กเกอร์ไลน์ หรือการร่วมมือกับ LINE FRIENDS ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มีประสบการณ์เข้มแข็งในการทำ character merchandising ระดับโลก สิ่งเหล่านี้จะยิ่งทำให้คอนเทนต์ไทยมีโอกาสขยายตัวได้ไกลขึ้น
ปัจจัยที่ทำให้ IP เหล่านี้ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงเพราะฐานแฟนบนแพลตฟอร์ม แต่เพราะ Webtoonเข้าใจเทรนด์ของคนอ่าน และเลือกเล่าเรื่องที่จับต้องความคุ้นเคยของคนไทย เช่น ตัวละครประวัติศาสตร์หรือวรรณคดี แต่ใส่องค์ประกอบใหม่ๆ ที่ทำให้เกิดการ reinterpret อย่างร่วมสมัย

เบื้องหลังการเลือกคอนเทนต์ไปต่อยอดเป็นซีรีส์หรือสื่ออื่นๆ ของ Webtoon ไม่ได้อาศัยเพียงความนิยมอย่างผิวเผิน แต่พิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งเสียงตอบรับจากนักอ่าน ลักษณะของแฟนคลับในแต่ละเรื่อง รวมไปถึงการจับจังหวะของตลาดว่าช่วงเวลานั้นเทรนด์ใดกำลังขึ้น เช่น หลายเรื่องที่ถูกเผยแพร่มานานกว่า 4–5 ปีเพิ่งได้รับการหยิบมาพัฒนาในตอนนี้ เพราะเข้ากับความต้องการของผู้ชมยุคใหม่
หากมองในเชิงโครงสร้าง ปัจจุบันแพลตฟอร์มไทยยังคงมีสัดส่วนคอนเทนต์จากเกาหลีและต่างประเทศสูงกว่าคอนเทนต์ออริจินัลของไทย แต่ขณะเดียวกัน เรื่องราวจากนักเขียนไทยก็เริ่มถูกส่งออกไปสู่แพลตฟอร์มต่างประเทศมากขึ้น
แม้บริษัทจะยังไม่เปิดเผยตัวเลขชัดเจน แต่แผนงานปีนี้และปีหน้าถูกวางไว้ชัดเจนว่าจะผลักดัน Local IP ต่อเนื่อง โดยเฉพาะเป้าหมายการสร้างคอนเทนต์จากครีเอเตอร์ไทย 52 เรื่อง ที่ผู้บริหารยืนยันว่ากำลังคืบหน้า และเราจะได้เห็นผลงานไทยเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี
ความน่าสนใจอีกอย่างคือ Merchandise ที่กลายเป็นการค้นพบใหม่ของ Webtoon ในไทย เพราะนักอ่านชาวไทยให้การตอบรับกับสินค้าอย่างพวงกุญแจหรือ goods ต่างๆ มากกว่าที่บริษัทคาดไว้ สิ่งนี้สะท้อนว่าคอนเทนต์ไม่ได้หยุดอยู่ที่การอ่าน แต่สามารถขยายไปสู่การสร้างรายได้รูปแบบใหม่ๆ และทำให้ผู้บริหารเห็นชัดว่าตลาดไทยพร้อมสำหรับการต่อยอด IP ไปสู่สินค้าอีกหลายประเภท
เมื่อพูดถึงการต่อยอด IP โลกของ Webtoon กำลังขยายตัวจากหนัง ซีรีส์ และหนังสือ ไปสู่สื่อใหม่ๆ อย่าง art toy หรือ character figure ที่กำลังมาแรงในตลาดโลก และบริษัทก็กำลังพูดคุยกับพาร์ตเนอร์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาย เพื่อสร้างคอนเทนต์ให้มีชีวิตนอกจอสู่โลกจริง ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง นี่อาจกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางรายได้สำคัญที่ยกระดับ Webtoon ให้กลายเป็น IP Incubator ที่แข็งแรงยิ่งขึ้น
หากมองในเชิงวิวัฒนาการ ตลาดเกาหลีที่เป็นต้นกำเนิดของ Webtoon พัฒนาไปไกลจนไม่จำเป็นต้องโฟกัสเพียงเรื่องการสร้างคอมมูนิตี้อีกต่อไป เพราะแพลตฟอร์มมีฐานผู้อ่านแข็งแรงและอุตสาหกรรมเติบโตอย่างเป็นระบบแล้ว ความเคลื่อนไหวล่าสุดคือการทดลองเปิดฟีเจอร์วิดีโอที่ให้ทั้งนักเขียนและนักอ่านสามารถสร้างคอนเทนต์รูปแบบสั้น (short video) ลงในแอปได้โดยตรง สะท้อนการขยายไปสู่พื้นที่ใหม่ที่เกินกว่าการ์ตูนออนไลน์ และเข้าสู่การแข่งขันกับแพลตฟอร์มวิดีโอระดับโลก

Webtoon จึงมีโครงการสนับสนุนครีเอเตอร์จำนวนมาก เช่น Training Camp ที่พาครีเอเตอร์ชาวเกาหลีใต้เจ้าของผลงานดังมาเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดความรู้จากประสบการณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานให้กับครีเอเตอร์ชาวไทย รวมถึงในไตรมาส 3 เตรียมจัดงาน WEBTOON CON 2025 ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อทำให้คอมมิวนิตี้ของครีเอเตอร์และคนรักเว็บตูนแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ในยุคที่สงครามคอนเทนต์ดุเดือดกว่าที่เคย คำถามใหญ่คือ Webtoon จะรักษาความแข็งแรงของแพลตฟอร์มได้อย่างไร ทั้งที่ตลาดเต็มไปด้วยรูปแบบการเสพสื่อใหม่ ๆ และวงจรแพลตฟอร์มที่เกิดแล้วดับมีให้เห็นแทบทุกปี
คำตอบของ Webtoon ไม่ได้อยู่เพียงการสร้างนักเขียนการ์ตูน แต่คือการสร้าง ecosystem ที่รวมนักเขียนหลายบทบาทเข้าด้วยกัน เมื่อทั้งหมดถูกเชื่อมเข้ากับแพลตฟอร์มเดียว จึงเกิดความหลากหลายทางคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้อ่านและตลาด
ความแตกต่างสำคัญที่ทำให้ Webtoon ยืนระยะเกินสิบปี คือการฟังเสียงผู้บริโภคอย่างจริงจัง นักอ่านและนักเขียนถูกวางไว้เป็นหัวใจของระบบนิเวศ การรับฟังปัญหา ความต้องการ และ feedback สะท้อนออกมาเป็นฟีเจอร์ หรือกิจกรรมที่ตอบสนองโดยตรง
ในมุมการแข่งขันระดับโลก จุดแข็งของ Webtoon คือการผลักดันคอนเทนต์ท้องถิ่นไปสู่สายตาตลาดสากล ปัจจุบันแพลตฟอร์มรองรับแล้ว 7 ภาษา และมีแผนจะขยายไปมากกว่านั้น เพื่อให้ Local IP จากประเทศต่างๆ มีโอกาสไปต่อในตลาดโลก ไม่ใช่หยุดอยู่ที่การประสบความสำเร็จเฉพาะในประเทศเท่านั้น สำหรับประเทศไทย Webtoon จึงถูกมองว่าไม่ใช่เพียงแค่แพลตฟอร์มการ์ตูนบนมือถือ

ในอนาคต คิม โดยอง เผยว่า Webtoon อาจจะจะไม่หยุดอยู่แค่การ์ตูนออนไลน์ แต่จะกลายเป็นแพลตฟอร์ม IP ที่สามารถแทรกซึมเข้าไปในทุกมิติของชีวิตประจำวัน เป็น Soft Power ที่สามารถเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมไทยและต่อยอดในโลกจริง เช่น การทำคาแรกเตอร์บนตั๋วโดยสาร การร่วมมือกับทีมกีฬาหรือแบรนด์ดัง เพื่อสร้างสินค้าลิมิเต็ดอิดิชัน เป็นต้น
แน่นอนว่าความท้าทายก็ยังมี โดยเฉพาะเว็บไซต์เถื่อนที่ส่งผลกระทบโดยตรงกับรายได้ของนักเขียน ปัญหานี้ไม่ใช่เพียงเรื่องลิขสิทธิ์ แต่คือการบั่นทอนความสามารถในการสร้างสรรค์ของครีเอเตอร์ ทีมงาน Webtoon จึงต้องพยายามเพื่อหาวิธีจัดการ แม้จะมีข้อจำกัด แต่ก็เป็นสิ่งที่แพลตฟอร์มพยายามขับเคลื่อนเพื่อรักษาสมดุลของอุตสาหกรรม
ปัจจุบัน Webtoon มีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 155 ล้านคนต่อเดือน (Monthly Active Users) และสร้างรายได้ในไตรมาส 2 ปี 2025 กว่า 348.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 1.2 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 8.5% จากปีก่อน