ปัจจุบันผลิตภัณฑ์สารสกัด CBD (Cannabidiol) จากกัญชง เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่กำลังได้รับความสนใจ แต่เดิม CBD ถูกพูดถึงเฉพาะในแวดวงการแพทย์ ปัจจุบัน CBD กำลังถูกผลักดันจากแบรนด์ต่างๆ ทั่วโลก ในการนำมาสร้างเป็น “Lifestyle Product” ที่เจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ คนทำงานรุ่นใหม่ และกลุ่ม Wellness Economy โดย CBD ถูกนำมาต่อยอดในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ กลุ่ม Food & Beverage กลุ่ม Beauty & Personal Care กลุ่ม Wellness & Relaxation เป็นต้น
สำหรับประเทศไทย หลังจากมีการปลดล็อกกฎหมายกัญชงและกัญชา ส่งผลให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ CBD เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดโลก และมีมากเป็นพิเศษในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ตอบโจทย์ในเรื่องของการปรับสมดุลร่างกาย ช่วยลดความเครียด ผ่อนคลาย ทำให้การนอนหลับมีคุณภาพมากขึ้น
โดยปัจจุบันมูลค่าตลาดอาหารเสริมในประเทศไทยมีอยู่กว่า 3.2 แสนล้านบาทต่อปี และยังเติบโตต่อเนื่องทุกปี โดยผลิตภัณฑ์ CBD มีส่วนแบ่งตลาดไม่ถึง 1% ของตลาดรวม และมีการขยายตัวค่อนข้างต่ำ แม้ว่าในระดับสากล CBD ได้รับการยอมรับว่าเป็นสารสกัดธรรมชาติที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพด้านความเครียดและการนอนหลับ ซึ่งสอดคล้องกับวิกฤตด้านสุขภาพของคนรุ่นใหม่ที่กำลังประสบปัญหาความเครียดและอาการนอนไม่หลับที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ CBD ยังไม่สามารถขยายตลาดได้เต็มที่ มาจาก Perception ของผู้บริโภค ที่ยังสับสนระหว่าง CBD (Cannabidiol) และ THC (Tetrahydrocannabinol) สารสกัดที่พบได้จากพืชตระกูลกัญชงและกัญชา ซึ่งผลจากการนำสารสกัดทั้งสองชนิดมาใช้มีความแตกต่างอย่างชัดเจน โดย CBD เป็นสารที่ไม่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ไม่ทำให้เมา นิยมมาใช้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ให้ผลเรื่องการลดความเครียด ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น ขณะที่ THC เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ทำให้มึนเมา จึงมีการควบคุมการนำมาใช้อย่างเข้มงวดตามกฎหมายไทย
ดังนั้น การจะผลักดันให้ตลาด CBD ในประเทศไทยเติบโต จึงต้องเริ่มจากการให้ความรู้สร้างความเข้าใจใหม่ทั้งในมุมของภาครัฐและเอกชนร่วมกัน เพื่อให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นในความปลอดภัยและคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ CBD

ศกลภพ กิตติวราวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กู๊ด เนเบอร์ส ไบโอเทคโนโลยี จำกัด (GNB) กล่าวว่า ปัจจุบัน CBD จะเป็นที่ยอมรับในระดับสากล แต่ในประเทศไทยยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับ CBD อยู่ในวงจำกัด และผู้บริโภคยังมีความสับสนว่าเป็นสารเดียวกับกัญชา ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากยังไม่กล้าเข้าถึงทางเลือกสุขภาพที่แม้จะมีงานวิจัยรองรับว่า CBD มีความปลอดภัย ทางบริษัทจึงมุ่งสร้างความเข้าใจให้กับตลาด CBD ในประเทศไทย พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ควบคู่ไปกับการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์
จาก Pain Point สู่ Daily Wellness
จากข้อมูล ResMed’s 2025 Global Sleep Survey เผยว่า กว่า 61% ของคนไทยมีปัญหาการนอนหลับ โดย 65% ให้เหตุผลว่าเป็นผลมาจากความเครียด สอดคล้องกับรายงานของกรมสุขภาพจิตระบุว่า 40% ของคนวัยทำงานกำลังเผชิญภาวะเครียดสูง และ 17% มีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า นอกจากนี้ แรงกดดันด้านการเรียน การทำงาน และการเงิน ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาวะหมดไฟ ปัญหาเหล่านี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานของประชากรในระยะยาว
บริษัท กู๊ด เนเบอร์ส ไบโอเทคโนโลยี จำกัด (GNB) ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ CBD เพื่อสุขภาพ มองเห็น Pain Point ดังกล่าว จึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ CBD ออกสู่ตลาดภายใต้ชื่อแบรนด์ Diip (ดิป) พร้อมสร้างการรับรู้ว่า CBD เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันถึงความปลอดภัย และกระทรวงสาธารณสุขของไทยประกาศให้สามารถใช้ประโยชน์เพื่อการแพทย์ งานวิจัย และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก เช่น เยอรมนี อิตาลี โปรตุเกส สหราชอาณาจักร แคนาดา นิวซีแลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา อนุญาตให้มีการใช้ CBD ในเชิงการแพทย์ หรือเชิงพาณิชย์ภายใต้กฎหมายที่ชัดเจน
โดยคำว่า Diip (ดิป) มาจากเสียง “Deep” ที่สะท้อนถึงการเข้าถึง ความลึกซึ้ง เพื่อสื่อถึงเรื่องการการพักผ่อน การโฟกัส หรือการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ ส่วนเสียง “ii” เป็นการเล่นเสียงใกล้เคียง “Drip” หรือการหยด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของการใช้ CBD ที่หยดเข้าร่างกาย จึงเป็นชื่อแบรนด์ที่มีความเป็น Unique

ศกลภพ กล่าวเสริมถึง การดำเนินงานของบริษัทเกิดขึ้นภายใต้กระบวนการผลิตแบบครบวงจร ตั้งแต่การเพาะปลูก การสกัด ไปจนถึงการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย 1.ระบบฟาร์มออร์แกนิก อยู่ในพื้นที่ใกล้กลับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โดยใช้เมล็ดพันธุ์นำเข้าจากสหรัฐอเมริกาที่ให้ CBD สูงและ THC ต่ำ ใช้ระบบอัตโนมัติในการปลูกและมีการตรวจสอบสารเคมีตกค้าง เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพวัตถุดิบ 2.โรงงานสกัด ในพื้นที่ปากช่องด้วยมาตรฐาน GMP PIC/S และ ISO 9001 เทียบเท่าโรงงานผลิตยา ใช้เทคนิคการสกัดเย็น Cryo-Ethanol Extraction ระดับสูง เพื่อให้ได้ CBD Isolate (ผงขาวบริสุทธิ์) ที่มี THC ต่ำกว่า 0.0002% ตามมาตรฐานไทย 3.การพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากสารสกัด CBD โดยออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ทั้งในรูปแบบกัมมี่ ออยล์ดรอปเปอร์ และแคปซูล
“เราตั้งใจให้ CBD เป็น Daily Wellness ที่จะมาช่วยเรื่องการปรับสมดุลร่างกาย จึงออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เป็น Lifestyle Product ในรูปแบบของกัมมี่เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและทำให้ผู้บริโภคเปิดใจทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ได้ง่าย ซึ่งประโยชน์ของ CBD ช่วยลดความเครียดและผ่อนคลายความวิตกกังวล ปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับ รวมถึงช่วยลดการอักเสบเรื้อรัง ช่วยเรื่องการรักษาอาการข้างเคียงจากการรักษาด้วยเคมีบำบัด เป็นต้น”
สร้างความน่าเชื่อถือผ่านร้านยา
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ Diip CBD คือการสร้างความน่าเชื่อถือในแบรนด์ด้วยรูปแบบการทำตลาดผ่านช่องทางเครือข่ายร้านค้าชั้นนำกว่า 1,000 แห่ง โดยเฉพาะในกลุ่มร้านยา อาทิ Lab Pharmacy, P&F, Save Drug, Fascino, Siam Phamacy รวมถึง Villa Market และ Beautrium

นอกจากนี้ ยังจำหน่ายผ่านออนไลน์อย่าง Shopee, Lazada และ LINE Official เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและเปิดรับ Wellness Product และในอนาคต Diip มีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมขับเคลื่อนให้ CBD เป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ปลอดภัยและทุกคนเข้าถึงได้จริง โดยวางเป้าหมายขยายจุดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเป็น 1,500 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้ และคาดว่าในระยะยาวจะสามารถเข้าถึงร้านยาทั่วประเทศกว่า 18,000 แห่ง
“สำหรับช่องทางออนไลน์ในช่วงที่ผ่านมาเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับปีก่อน ลูกค้ามีการซื้อซ้ำสูงถึง 80-90% โดยลูกค้าออนไลน์ส่วนใหญ่กว่า 95% เป็นคนไทย อายุ 30 ปีขึ้นไป ส่วนลูกค้าออฟไลน์เป็นชาวต่างชาติที่พักอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยว นอกจากนี้ เรายังมีการใช้ Affiliate Marketing จากผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์จริงและเห็นผลจริง”
วันนี้ Diip ไม่ได้หยุดแค่การพัฒนาและขายผลิตภัณฑ์ แต่มุ่งเน้นการวางรากฐานให้ CBD กลายเป็นสินค้าหลักในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทย โดยเน้นการสร้างความรู้ในตลาดเพื่อเปลี่ยนภาพจำเดิมๆ ของผู้บริโภค พร้อมสร้างความน่าเชื่อถือในมิติต่างๆ ตั้งแต่กระบวนการเพาะคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ไปจนถึงแนวทางการทำตลาด เพื่อก้าวไปสู่การเป็น Daily Wellness ที่ผู้บริโภคมีความมั่นใจไม่ต่างจากวิตามินหรืออาหารเสริมทั่วไป
“เราต้องการเปลี่ยนมุมมองของคนไทยที่มีต่อ CBD ในการเป็นโซลูชันด้านสุขภาพที่มีงานวิจัยรองรับและได้รับการยอมรับในระดับสากล เราจึงพยายามผลักดันให้ CBD เป็นทางเลือกหนึ่งของการดูแลสุขภาพประจำวันของคนไทย และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลิตภัณฑ์สุขภาพจากธรรมชาติในระดับภูมิภาค” ศกลภพ กล่าว
