BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
20,015
VIEWS

7 บทเรียนสร้างแบรนด์จากศูนย์ Junenycandy และจูนปัง จากขายเล่นในมหาวิทยาลัย สู่ธุรกิจหลักล้าน

ก.ย. 26, 2568 N.Rotchana
เส้นทางการสร้างแบรนด์ ไม่ได้เริ่มจากทุนหนา หรือแผนธุรกิจที่วางไว้อย่างสมบูรณ์เสมอไป หลายครั้งมันเกิดจากความชอบส่วนตัวและการลองผิดลองถูก เช่นเดียวกับ จูน พัชราภรณ์ เขียวทอง ผู้ก่อตั้ง Junenycandy และจูนปังที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินเพียงไม่กี่พันบาท ก่อนจะเติบโตเป็นกิจการที่สร้างรายได้หลักล้านบาทต่อเดือน และมีฐานลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำอย่างเหนียวแน่น 
 
นี่คือ 7 บทเรียนการสร้างแบรนด์จากศูนย์ ที่สะท้อนผ่านเส้นทางของจูน
 
1. จากความชอบเล็กๆ สู่การลองทำจริง
 
เรื่องราวเริ่มจากการทำขนมขายเล่นในมหาวิทยาลัย จูนไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่ง หรือสูตรต้องเป๊ะเหมือนเชฟมืออาชีพ แต่เธอเลือกเดินหน้าด้วยการทดลอง ใช้แป้งและวัตถุดิบหลายแบบ จนค้นพบสูตรที่ใช่ จากนั้นก็เริ่มขายให้เพื่อน ๆ และคนรู้จัก ก่อนจะขยายไปสู่ลูกค้ากลุ่มกว้างขึ้น
 
สิ่งสำคัญคือเธอไม่เคยหยุดมือ ถึงแม้ยังไม่มั่นใจเต็มร้อย แต่ก็ทำต่อเนื่อง และนั่นกลายเป็นก้าวแรกของการสร้างแบรนด์
 
“เราเป็นคนชอบกินของแปลกใหม่ หลายครั้งสิ่งที่อยากกินกลับหาซื้อไม่ได้ทั่วไป เลยอยากลองทำเอง ยิ่งชอบดูคลิปทำขนม ดูแล้วเพลินมาก บางครั้งเดินเข้าร้านเบเกอรี่ก็ยืนดูวัตถุดิบได้นานเป็นชั่วโมง ความชอบเล็กๆ แบบนี้ค่อยๆ สะสม จนกลายเป็นแรงผลักดันให้เริ่มธุรกิจ”
2. ลงทุนเล็ก แต่จริงจัง
 
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นช่วงเรียนคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จูนลองทำ “คอร์นเฟลกคาราเมล” แจกเพื่อนลองชิม จากนั้นเริ่มมีคนขอซื้อ ขยายไปถึงเพื่อนของเพื่อน และต่อมาก็เปิดอินสตาแกรมขายจริงจังในชื่อ Junenycandy คำว่า “June” มาจากชื่อเล่น ส่วน “Candy” แทนความสนุก กรอบ เคี้ยวเพลิน เหมือนสิ่งที่เธออยากสื่อ
 
“เพราะต้องการหาเงินใช้เอง เนื่องจากครอบครัวไม่ได้มีเงินเยอะ แม้จะมีธุรกิจสวนอาหาร แต่ด้วยความที่พ่อแม่มีลูกติดกัน 3 คน ทั้งค่าเทอม ค่าหอพัก และค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำให้รายจ่ายสูงกว่ารายรับ จูนจึงต้องขอทุนเรียนตลอด และพยายามหารายได้เสริมด้วยตัวเอง จึงเลือกทำในสิ่งที่ถนัดมากกว่า นั่นคือเริ่มจากการขายคอนเฟลกโฮมเมด”
 
การลงทุนครั้งแรกเกิดขึ้นตอนปี 2 เมื่อเธอใช้เงินเก็บ 3,000–4,000 บาทซื้อเตาอบ เพื่อทำขายจริงจัง จาก “คอนเฟลกคาราเมล” จูนเริ่มสนใจขนมอื่นๆเพิ่มเติม เพราะด้วยความที่ชอบทาน “ไดฟุกุ” มาก แต่ราคาแพง ทำให้ไม่สามารถทานได้บ่อย จึงตัดสินใจลองทำเอง เธอใช้แป้งข้าวเหนียวไทย ทดลองปรับสูตรทีละนิด จนเพื่อนๆ บอกว่าอร่อยและขอซื้อ กลายเป็นสินค้าคู่กับคอร์นเฟลกที่ขายดีไม่แพ้กัน แต่ด้วยความอิน จูนเลือกที่จะโฟกัสที่ไดฟุกุเป็นหลัก
 
จูนเล่าว่าที่ผ่านมาไม่เคยคิดว่าตัวเองเก่ง ไม่เคยชมตัวเอง ทุกอย่างเป็นเพียงการ “ลองผิดลองถูก” จากการขายเล่น ๆ เพื่อหารายได้เสริมในมหาวิทยาลัย ไดฟุกุกลายเป็นสินค้าที่สร้างชื่อให้แบรนด์ และปูทางไปสู่การเปิดร้านจริง สร้างทีมงาน และขยายธุรกิจจนถึงปัจจุบัน 
 
แม้จะเติบโตมากับครอบครัวที่ทำสวนอาหาร แต่สิ่งที่ดึงดูดใจเธอกลับไม่ใช่อาหารคาว หากเป็น “ของหวาน” ที่ให้ความสุขได้มากกว่า บวกกับนิสัยชอบขายของที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก เธอเคยซื้อเครปวงมาตัดแบ่งขายหลังเลิกเรียน จนเพื่อนๆ เริ่มจำภาพได้ว่าเธอเป็น “คนชอบขายของ”
 
3. เดิมพันครั้งใหญ่ สู่หน้าร้านที่ราชเทวี
 
หลังเรียนจบ จูนเริ่มถามตัวเองว่าจะไปต่อทางไหน สิ่งที่เรียนไม่ใช่สิ่งที่รัก แต่การทำขนมคือสิ่งที่มั่นใจที่สุด เธอจึงเช่าห้องเล็กๆ แถวรังสิต ใช้เป็นฐานเริ่มต้น ทำทุกอย่างเอง ตั้งแต่ปั้นแป้ง ทำบัญชี ไปจนถึงขี่มอเตอร์ไซค์ส่งขนม ทุกขั้นตอนยังคงเป็น “วันแมนโชว์”
 
เมื่อธุรกิจโตขึ้นและลูกค้าในเมืองมากขึ้น เธอตัดสินใจย้ายเข้าราชเทวี ทุ่มเงินเก็บทั้งหมดเพื่อเปิดหน้าร้าน ถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ เพราะเงินทุกบาทถูกใช้ไปกับค่าเช่าและค่าโครงสร้างที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน ทุกอย่างยังคงเป็นการเรียนรู้หน้างาน
 
แม้ร้านจะอยู่ในซอยเล็ก ไม่ใช่ริวถนนใหญ่ แต่จูนเชื่อว่าลูกค้าหลักยังสั่งออนไลน์ ขณะเดียวกันก็มองเห็นโอกาสจากบริการเดลิเวอรี่ที่กำลังบูมอย่าง Grab, LINE MAN และ Robinhood เธอจึงใช้หน้าร้านเป็นฐานผลิตเพื่อกระจายสินค้าออกไป
 
สิ่งที่ทำให้มั่นใจมากขึ้น คือการเจอลูกค้าที่ซื้อซ้ำ ลูกค้ารายหนึ่งสั่งไดฟุกุไซส์ XL ครั้งละ 10 ลูก ติดต่อกันทุกสัปดาห์ ยอมจ่ายค่าส่งหลายร้อยบาท ทั้งที่ยังไม่มีระบบส่งรถเย็น การสั่งต่อเนื่องแบบนี้ทำให้จูนยืนยันกับตัวเองว่า “สินค้าของเรามีคุณค่าจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครยอมสั่งซ้ำแบบนี้”
 
4. ใช้วิกฤตเป็นโอกาส เปิด Cloud Kitchen ในยุคโควิด
 
เมื่อออเดอร์แน่นขึ้น เธอชวนรูมเมทมาช่วยปั้นแป้ง และให้เพื่อนอีกคนช่วยเป็นแอดมินใน LINE Official แต่ก็ยังลงมือทำเองอยู่ตลอด จนในที่สุดร้านที่ราชเทวีก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ โดยเฉพาะช่วงโควิดที่คนออกไปไหนไม่ได้ ยอดเดลิเวอรี่พุ่งสูงขึ้น ยอดขายโตอย่างก้าวกระโดด ธุรกิจโตจนขยายออกเป็น 10 สาขาในรูปแบบ Cloud Kitchen กระจายไปตามบ้านเพื่อนที่อยู่ย่านต่างๆเช่น รัชดา ศาลายา นนทบุรี
 
“ตอนนั้นเพื่อนหลายคนตกงานเพราะวิกฤตโควิด เราจึงใช้วิธีนำสินค้าไปฝากเพื่อนตามจุดต่างๆ เพื่อสะดวกต่อการสั่งเดลิเวอรีของลูกค้า พร้อมกับแบ่งรายได้ให้เพื่อนๆ คนละ 10% ถือว่าเป็นการช่วยกันประคับประคองในช่วงที่หลายคนลำบาก ขณะเดียวกันก็ทำให้แบรนด์เติบโตในโลกออนไลน์”
5. จากออนไลน์สู่คอมมูนิตี้ “จูนปัง”
 
แม้ขายดีออนไลน์ แต่เธอเชื่อว่าคนยังต้องการพื้นที่พบปะกันจริงๆ ร้านขนมจึงควรเป็นมากกว่าที่ซื้อกลับบ้าน แต่ควรเป็น “คอมมูนิตี้” ของคนรักขนม
 
แรงบันดาลใจเริ่มจากสิ่งง่ายๆ อย่างขนมปังปิ้งที่เธอชอบกิน แต่เห็นว่าร้านทั่วไปใช้ขนมปังสำเร็จรูปกับมาการีน จูนคิดต่าง เธออยากทำขนมปังเอง ให้ลูกค้าเห็นกระบวนการ และสัมผัสความต่างจริงๆ น่าจะเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้คนกลับมาอีก
 
จากความคิดนี้ จึงเกิดการต่อยอดจากไดฟุกุไปสู่ “จูนปัง” กลายเป็นอีกเส้นทางสำคัญของแบรนด์ในเวลาต่อมา
 
“ตอนแรกโมเดลที่คิดไว้คือร้านขนมปังที่มีทั้งขนมปังปิ้ง นมสด และบิงซู เป็นเหมือนคาเฟ่แฮงเอาต์ที่รวมคนชอบขนม แต่สุดท้ายจูนเลือกโฟกัสที่ “ขนมปังทำเอง” และตั้งชื่อเล่นๆ ว่า “จูนปัง” ที่มาจากชื่อเล่นของตัวเอง และคำว่าปังที่สื่อถึงขนมปัง”
 
แม้ไม่มีทุนสำรองมาก แต่จูนเลือกเสี่ยงอีกครั้ง เปิดร้านในตึกเก่าย่านบรรทัดทองที่ตอนนั้นยังไม่บูม เพราะมองเห็นฐานลูกค้าแถวมหาวิทยาลัยและย่านที่คุ้นเคย เธอตั้งโจทย์ชัดว่า “อยากให้ที่นี่เป็นคอมมูนิตี้ของคนรักขนมปัง” มากกว่าร้านซื้อกลับบ้านธรรมดา
 
วันเปิดร้าน เธอคาดหวังยอดขายเพียงวันละ 10,000 บาท แต่ทำได้ถึง 15,000 บาท ลูกค้าให้ความสนใจมากกว่าที่คิด ขนมปังที่ทำเองตรงหน้า กลายเป็นจุดขายที่ชัดเจน บวกกับเมนูซิกเนเจอร์ “สังขยาสูตรคุณแม่” ยิ่งตอกย้ำความแตกต่าง
 
จูนเล่าว่า “เคยทำยอดขายได้พีคสุดๆ ถึงวันละ 150,000 บาท บางวันคิวทะลุไปที่ 800 คิว แต่เราก็นำบทเรียนจาก Junenycandy มาปรับใช้ ทั้งคุณภาพ ความสะอาด และการจัดการทีม จนร้านค่อยๆ เติบโตจากความวุ่นวายสู่ระบบที่ลงตัว”
 
จากร้านเล็กๆ ธุรกิจเริ่มขยายทีม ต้องเพิ่มพนักงาน และเปลี่ยน Mindset จาก “คนทำขนม” มาเป็น “นักธุรกิจ” ที่ต้องคิดทั้งระบบ ตั้งแต่พนักงาน มาตรฐานสินค้า ไปจนถึงความยั่งยืน แม้เคยเจอช่วง Burnout แต่การกลับมาโฟกัสที่จูนปัง ก็ทำให้เธอได้แรงบันดาลใจใหม่
 
สิ่งที่สะท้อนชัดจากเรื่องราวตรงนี้คือ ความกล้าเสี่ยง ของจูน แม้จะไม่มีทุนสำรองมากมาย แต่ก็เลือกลงเงินทั้งหมด เปิดร้านในตึกเก่า ย่านบรรทัดทองที่ตอนนั้นยังไม่บูม เพราะมองเห็นฐานลูกค้าที่ผูกพันกับชีวิตตัวเอง ทั้งแถวมหาวิทยาลัยและย่านที่คุ้นเคย แถมยังตั้งโจทย์ชัดว่า อยากให้เป็น คอมมูนิตี้ ของคนรักขนมปัง มากกว่าร้านขายสินค้ากลับบ้านธรรมดา
 
การเปิด “จูนปัง” ที่บรรทัดทอง จึงเป็นอีกครั้งที่จูนเดิมพันกับตัวเอง ทุ่มเงินแบบไม่เหลือสำรอง คิดแค่ว่า ถ้าเจ๊งก็คือเจ๊ง อย่างน้อยก็ได้ลองทำจริง เพราะสำหรับเธอ ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการนั่งวางแผนอย่างเดียว แต่เกิดจากการ “ลงมือทำ” อยากสำเร็จต้องกล้าเสี่ยง
 
แต่เส้นทางก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ปัญหาอย่างหน้าฝนที่ลูกค้าน้อยลง เศรษฐกิจและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังไม่กลับมาเต็มที่ ทำให้ยอดตก 30–40% ก็เป็นอีกความจริงที่ต้องเจอ จุดที่น่าสนใจคือแม้เจอสถานการณ์แบบนี้ เธอก็ยังพยายามบาลานซ์ด้วยการเสริมตลาดออนไลน์ และรักษาลูกค้าประจำที่ยังเชื่อมั่นว่าจูนปังคือเซฟโซนของขนม
6. ปีแห่งการแก้ระบบ และก้าวต่อไป
 
ปีนี้จูนวางให้เป็น “ปีแห่งการแก้ระบบ” ทุกอย่างถูกปรับใหม่ ตั้งแต่การเพิ่มทีม การสร้างมาตรฐาน ไปจนถึงหลังบ้าน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโต เธอเชื่อว่าการออกจากเซฟโซนและเปิดรับโอกาสใหม่ๆ คือก้าวสำคัญที่จะพาแบรนด์ไปไกลกว่าเดิม
 
“สิ่งที่ทำให้แบรนด์ยืนได้ คือความสัมพันธ์กับลูกค้าเก่าและการเปิดรับลูกค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการทำเค้กวันเกิดที่กลายเป็นของขวัญประจำปีของใครหลายคน หรือเมนูอย่างไดฟุกุที่ถูกปรับไอเดียจนกลายเป็นสินค้าขายดี ทุกฟีดแบ็กที่ลูกค้าเขียน ทำให้จูนยืนยันกับตัวเองว่า การเป็นนักธุรกิจขนมหวานคือเส้นทางชีวิตที่ใช่ เราไม่เคยเบื่อแบรนด์นี้ มองว่าคือ “ลูก” ที่สร้างขึ้นจากความรัก”
 
เป้าหมายปีนี้ Junenycandy จะมีให้ครบ 12 สาขา จากปัจจุบันที่มีอยู่ 10 สาขา แบ่งเป็น 5 Pop-up อีก 5 สาขาเป็นหน้าร้าน พร้อมกับขยายออนไลน์ไปด้วย ส่วนจูนปังวางแผนเปิดเพิ่มอีก 1-2 สาขา อยู่ในขั้นตอนการเจรจาพูดคุยกับแลนด์ลอร์ด
 
อย่างไรก็ตาม การเติบโตเริ่มมีข้อจำกัด จูนเป็นคนเก็บดีเทลทุกอย่าง แต่หากจะไปไกลกว่านี้ ต้องมีทีมที่แข็งแรงขึ้น รวมถึงการพิจารณาเรื่องนักลงทุน ซึ่งที่ผ่านมาเธอเลือกโตด้วยเงินสด ไม่กู้หนี้ แต่ก็ยอมรับว่าถ้าเจอพาร์ตเนอร์ที่ใช่ อาจเปิดรับ เพราะสิ่งที่ต้องการไม่ใช่แค่เงิน แต่คือคนที่จะพาแบรนด์ไปอีกระดับ 
 
7. ทำธุรกิจโดยไม่สร้างหนี้
 
อีกหนึ่งปรัชญาสำคัญที่จูนยึดถือมาตลอด คือการทำธุรกิจโดยไม่สร้างหนี้ จูนเล่าว่า “เพราะครอบครัวเคยมีปัญหาหนี้สินมาก่อน ทำให้รู้สึกว่าการทำงานต้องควบคู่ไปกับความสุข ถ้าทำแล้วไม่มีความสุข ก็จะไม่มีแรงสู้ต่อ ทุกวันนี้ธุรกิจจึงยังคงเดินต่อไปบนพื้นฐานของความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่รัก และไม่ต้องกังวลเรื่องภาระหนี้สิน”
 
เพราะตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำ Junenycandy และ จูนปัง เธอเลือกที่จะใช้เงินเก็บส่วนตัวเป็นทุนตั้งต้น และค่อยๆ หมุนเวียนรายได้กลับเข้ามาลงทุนใหม่ ทำให้ทั้งสองธุรกิจสามารถขยับขยายได้ต่อเนื่อง โดยไม่ถูกกดดันจากภาระหนี้สิน
 
ฝันใหญ่ที่สุดคือการสร้างโรงงานผลิตขนมปังของตัวเอง อยากเห็นภาพที่มีขนมปังจากโรงงานจูนปังส่งทั่วประเทศ พร้อมกับการขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศ เช่น Junenycandy in New York ซึ่งเป็นภาพฝันที่เธอเคยคิดไว้บ้าง การไปต่ออาจไม่ใช่ในรูปแบบแฟรนไชส์เต็มตัว แต่เป็นการหาพาร์ตเนอร์ ส่วนตอนนี้อยากโฟกัสธุรกิจทั้งสองร้านให้แข็งแรง รวมถึงการแตกแบรนด์ใหม่ที่เธอบอกว่า คิดไว้หลายแบรนด์ ยังคงเป็นขนมหวานที่ไม่เคยมีใครเคยทำด้วย
บทเรียนจากธุรกิจร้านสวนอาหารของครอบครัวที่ปิดตัวเพราะไม่มีการตลาด กลายเป็นแรงบันดาลใจให้จูนเชื่อว่า ในโลกยุคนี้ ฝีมืออย่างเดียวไม่พอ ต้องมีทั้งการเล่าเรื่อง การสร้างประสบการณ์ และการตลาดแบบปากต่อปากที่จริงใจ จึงจะทำให้แบรนด์อยู่รอด
 
สุดท้าย เรื่องราวของ Junenycandy และจูนปัง จึงไม่ใช่แค่เส้นทางของขนม แต่คือเส้นทางของผู้หญิงคนหนึ่งที่เริ่มจากทุนไม่ถึง 5,000 บาท ล้มลุกคลุกคลาน ทดลองจนเจอสูตรสำเร็จของตัวเอง และพิสูจน์ให้เห็นว่า ถ้าไม่หยุดเรียนรู้ ไม่หยุดสร้างสรรค์ และไม่ยอมแพ้ แบรนด์เล็ก ๆ ก็สามารถกลายเป็นธุรกิจที่มียอดขายหลักล้านได้

7 บทเรียนสร้างแบรนด์จากศูนย์ Junenycandy และจูนปัง จากขายเล่นในมหาวิทยาลัย สู่ธุรกิจหลักล้าน

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact