ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 17,000 ล้านบาทในปี 2024 เติบโตประมาณ 6.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งมูลค่าของตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงตั้งแต่ปี 2018 ถึง 2023 โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่องทางออนไลน์ที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องไปจนถึงปี 2030
ที่น่าสนใจคือ ในจำนวนนี้เป็นตัวเลขที่มาจากน้ำยาบ้วนปากประมาณ 5,000 ล้านบาท หรือประมาณ 20% ของตลาดทั้งหมด หมายความว่าตลาดน้ำยาบ้วนปากเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยหลักที่ทำให้คนไทยเลือกใช้น้ำยาบ้วนปากควบคู่กับการแปรงฟันมาจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ ความต้องการความรู้สึกสดชื่น, ไลฟ์สไตล์ที่ต้องพบปะผู้คน, และการมีปัญหากลิ่นปาก
ไม่นานมานี้มีความเคลื่อนไหวในตลาดน้ำยาบ้วนปากคือ มีแบรนด์ใหม่อย่าง TheraBreath เข้ามาทำตลาดอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งช่องทางออฟไลน์ ผ่านบริษัท เอส พลัส อินโนเวชั่น จำกัด และช่องทางอีคอมเมิร์ซผ่าน AnyMind Group
กรกานต์ แย้มสัตย์ธรรม Head of D2C/eCommerce Enablement and Affiliate Business, Thailand, AnyMind Group กล่าวว่า บริษัทได้รับการแต่งตั้งจาก Church & Dwight บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคจากสหรัฐอเมริกา ให้เป็นผู้ให้บริการด้านอีคอมเมิร์ซสำหรับแบรนด์ดูแลช่องปากอย่าง TheraBreath อย่างเป็นทางการใน 3 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย ซึ่งเป็น Regional Deal สำหรับตลาดออนไลน์
กลุ่มเป้าหมายของ TheraBreath จะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้า High Premium Segment ซึ่งเคยใช้ผลิตภัณฑ์น้ำยาบ้วนปากนำเข้า หรือรู้จักแบรนด์ TheraBreath อยู่แล้ว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการแข่งขันน้อยกว่าและไม่เน้นเรื่องราคาเป็นหลัก
TheraBreath เป็นน้ำยาบ้วนปากสัญชาติสหรัฐอเมริกา พัฒนาขึ้นโดย Dr. Harold Katz ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพช่องปาก เพื่อแก้ปัญหากลิ่นปากอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง จุดเริ่มต้นของแบรนด์เกิดจากแรงบันดาลใจของคุณหมอ Katz ที่ต้องการช่วยลูกสาวซึ่งมีปัญหากลิ่นปาก แม้จะดูแลสุขภาพช่องปากอย่างดีแล้วก็ตาม
จุดเด่นของ TheraBreath คือเป็นน้ำยาบ้วนปากสูตรอ่อนโยน เลือกใช้ส่วนผสมที่ปลอดภัย ปราศจากกแอลกอฮอล์และสารที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง และมีนวัตกรรม Powered by Oxygen ที่ช่วยกำจัดแบคทีเรียต้นเหตุของกลิ่นปากได้อย่างมีประสิทธิภาพยาวนานถึง 12 ชั่วโมง มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการกลบกลิ่นชั่วคราว แต่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ทำให้แสบหรือแห้งปาก และไม่มีการแต่งสีเพิ่มเติมเหมือนน้ำยาบ้วนปากส่วนใหญ่ในตลาดเมนสตรีม
นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ยังผ่านการรับรองมาตรฐานสากลทั้ง Vegan, Kosher, Gluten-Free และ Halal

ในระยะแรก TheraBreath ได้นำเสนอ 2 สูตรหลักในประเทศไทย ได้แก่ Mild Mint สีเขียว และ Icy Mint สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสดชื่นเข้มข้น ซึ่งมีความแตกต่างกันที่รสชาติและความแรงของมิ้นท์ แต่มีคุณสมบัติหลักเดียวกัน
หลังจากการเปิดตัว AnyMind Group ในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยีด้านอีคอมเมิร์ซ TheraBreath ได้วางกลยุทธ์เพื่อผลักดันยอดขายออนไลน์ ภายใต้คอนเซ็ปต์การสื่อสาร “Fresh Impression #มั่นใจทุกครั้งที่เจอ” เพราะลมหายใจที่สดชื่นคือภาพลักษณ์ของความมั่นใจ พร้อมสร้าง First Impression ที่ดีที่สุดในแบบของตนเอง ผ่าน 3 กลยุทธ์ คือ
1. สร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ใช้อินฟลูเอนเซอร์รีวิวสินค้าและปักตะกร้าภายในช่อง เพื่อกระตุ้นการรับรู้และนำไปสู่การซื้อจริง
2. สร้างการมีส่วนร่วม (Engagement) จัดกิจกรรมไลฟ์สดเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ตอบข้อสงสัย และกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
3. การเข้าถึงได้ง่าย มีวางจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยอดนิยม ได้แก่ Shopee และ TikTok
กรกานต์ อธิบายว่า พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยส่วนใหญ่ยังไม่มองว่าน้ำยาบ้วนปากเป็นสิ่งจำเป็น มักใช้แค่ตอนกลางคืน และยังคงให้น้ำหนักกับการแปรงฟันและไหมขัดฟันมากกว่า ส่วนใหญ่ยังมีความเชื่อผิด ๆ ที่ว่าใช้แค่น้ำยาบ้วนปากตอนกลางคืนก็พอแล้ว ทั้งที่ควรใช้หลังแปรงฟันทุกครั้ง (เช้า-เย็น) เหมือนในต่างประเทศ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นโอกาสที่จะให้ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องเพื่อขยายตลาดได้
AnyMind Group ยังเตรียมนำเข้าน้ำยาบ้วนปากแบบซองเล็กให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ เพื่อเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมการใช้ พร้อมใช้การสื่อสารสร้างความเข้าใจถึงความสำคัญและวิธีการใช้น้ำยาบ้วนปากที่ถูกต้อง โดยใช้ Influencer Marketing เช่น ร่วมมือกับ KOLs ทั้งทันตแพทย์และผู้มีชื่อเสียง เช่น คุณหมอต่อ, คุณพิมสุข เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย การทำคอนเทนต์จะแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการกำจัดกลิ่นปากหลังรับประทานอาหาร โดยเน้นการตลาดผ่าน “Real Users” หรือผู้ใช้จริงในการบอกเล่าประสบการณ์ รวมถึงจะมีการจัด Workshop เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้และพิสูจน์ประสิทธิภาพ
และในอนาคตยังจะมีการนำเข้าน้ำยาบ้วนปากขนาด 1 ลิตร ซึ่งมีความคุ้มค่ามากขึ้น และจะมีการเพิ่มรสชาติเพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคอีกด้วย

