Wall Street Journal เผยผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในสหรัฐ Stanford ขึ้นที่ 1 มหาวิทยาลัยดีที่สุดในสหรัฐ ปี2026 ตามด้วย Babson College เป็นที่ 2 ติดต่อกัน 2 ปีซ้อน เหนือกว่า Harvard และ MIT ส่วน Yale University มหาวิทยาลัยใน Ivy League เป็นที่ 3 ภายใต้เกณฑ์การจัดอันดับซึ่งแตกต่างจากสถาบันอื่นๆ โดยเน้นผลลัพธ์หลังจบการศึกษาการคืนทุนจากค่าใช้จ่ายในการเรียน และความพึงพอใจจริงๆ ของนักศึกษา
Wall Street Journal ประกาศผลการจัดอันดับTop 10 Wall Street Journal University Rankings ปี 2026 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2025 เป็นการสำรวจความเห็นนักเรียนและศิษย์เก่ามากกว่า 100,000 คน ทั่วอเมริกาหลังจากปรับวิธีการจัดอันดับตั้งแต่ปี 2024 เน้น “ผลลัพธ์หลังจบการศึกษา” การคืนทุนจากค่าใช้จ่ายในการเรียน และความพึงพอใจของนักศึกษาจริง

3 อันดับแรก Top 10 มหาวิทยาลัยดีที่สุดในสหรัฐ ประกอบด้วย
1. Stanford University
Stanford University ครองอันดับ 1 ในการจัดอันดับ Wall Street Journal ปี 2026 ด้วยคะแนนรวมสูงสุด
(93 จาก 100) โดยเน้นผลักดันวัฒนธรรม “สร้างของจริง” ในห้องเรียน เช่น การทำโปรเจกต์บ่มเพาะนวัตกรรม การเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติจริง (Hands-on, Internships, Business Incubation) ผสานกับเครือข่ายศิษย์เก่าในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี/ธุรกิจระดับโลก
ผลที่ทำให้ Stanford ได้ที่ 1 ประกอบด้วย คะแนน Salary Impact Score สูงถึง 99/100
Graduate Rate 94/100 Diversity Score 100/100
คะแนน Learning Environment สูงสุดในประเทศ (20% ของคะแนนรวม)
ค่าเฉลี่ยเงินเดือนเพิ่มหลังจบ (Value Added) กว่า 94,700 ดอลลาร์ต่อปี
อัตราสำเร็จการศึกษาสูงถึง 97% ด้วยระบบสนับสนุนรอบด้านทั้งในและนอกห้องเรียน และกลยุทธ์เน้นสร้างคุณภาพชีวิต-การงานจริงให้นักศึกษาทุกคน
2. Babson College
เป็นวิทยาลัยขนาดเล็กในรัฐแมสซาชูเซตส์มีนักศึกษาปริญญาตรีและปริญญาโทรวมกันประมาณ 4,000 คน เป็นอันดับ2 ของมหาวิทยาลัยดีที่สุดติดต่อกัน 2 ปีซ้อน เหนือกว่า Harvard และ MIT ด้วยจุดเด่นเรื่องการเตรียมความพร้อมทางการเงินและการสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่
Babson โดดเด่นที่การเน้นประสบการณ์ “ลงมือทำจริง” ทั้งในและนอกห้องเรียนตั้งแต่ปีแรก เริ่มจากนักศึกษาปี 1 ทุกคนจะได้รับเงินสนับสนุนสูงสุด 3,000 ดอลลาร์ (เกือบ 100,000 บาท) เพื่อออกแบบและตั้งบริษัทธุรกิจจริงเป็นโปรเจกต์บังคับ
มีการสอนสนับสนุนเสริมทักษะการเป็นเจ้าของธุรกิจแก่ผู้เรียนอย่างเข้มข้นครบถ้วน ส่งผลให้บัณฑิตจบใหม่กว่า 97.7% ได้งานหรือเรียนต่อภายใน 6 เดือน รายได้เริ่มต้นมากกว่า 77,500 ดอลลาร์ต่อปี (2.8 ล้านบาท)
ยิ่งกว่านั้น Babson College ยังเป็นผู้บุกเบิกหลักสูตรการสร้างผู้ประกอบการยุคใหม่ของไทย ก่อตั้งคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ(BUSEM-Bangkok University School of Entrepreneurship and Management) ร่วมกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ตั้งแต่ปี 2510 เป็นต้นแบบการเปิดสอนแนว Entrepreneurship และยกระดับวิสัยทัศน์สู่มาตรฐานสากล
3. Yale University
ผสมผสานการเรียนระดับ Ivy League ผลลัพธ์ทางอาชีพและรายได้บัณฑิตที่คุ้มทุนสภาพแวดล้อมดึงดูดและสนับสนุนการเติบโตทั้งในและนอกห้องเรียน ตามหลัก “วัดผลลัพธ์-คืนทุนจริง” ที่ Wall Street Journal ใช้ปีล่าสุด
ด้านรายได้บัณฑิต Yale มีเงินเดือนเฉลี่ยและศักยภาพเพิ่มขึ้นจากการเรียนสูงมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยประเทศ ทำให้ติดอันดับนำเรื่อง "Value Added" ผลตอบแทนจากการเรียน ได้คะแนนโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม การเรียนหลากหลาย เปิดกว้าง และสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์
มีอัตราสำเร็จการศึกษาสูงมาก นักเรียนส่วนใหญ่จบภายในกำหนดเวลาได้คะแนนสูงในการพัฒนาทักษะ การเตรียมตัวสู่ตลาดงานจริง และประสบการณ์จากนักศึกษา-ศิษย์เก่าที่ดีมาก นอกจากนั้น Yale มีเครือข่ายศิษย์เก่าที่แข็งแกร่งทั้งในโลกธุรกิจ รัฐบาล และวิชาการ