คุณเปลี่ยนแปรงสีฟันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่? ถ้านึกไม่ออกแสดงว่าคุณไม่ใช่คนเดียวที่เป็นแบบนั้นเพราะคนไทยจำนวนมากเปลี่ยนยาสีฟันบ่อยกว่าแปรงสีฟัน ทั้งที่สองสิ่งนี้ควรไปด้วยกัน
ตลาดแปรงสีฟันในปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท เติบโตเพียง 2-3% แบ่งเป็น Premium 49% Medium 41% Economy 10% ถือว่าน้อยมากหากเทียบกับตลาดอื่นๆ นั่นเป็นเพราะพฤติกรรมการเปลี่ยนแปรงสีฟันของคนไทยช้าลง
แล้วแปรงสีฟันควรเปลี่ยนตอนไหน 1เดือน 2เดือน 3เดือน หรือจนกว่าจะรู้สึกว่าใช้ไม่ได้แล้ว?
จากผลสำรวจพบว่าคนไทยหลายคนละเลยเรื่องการเปลี่ยนแปรงสีฟัน เพราะมองว่าไม่สำคัญเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ทำให้หลายบ้านรอให้แปรงเสื่อมสภาพก่อนถึงจะเปลี่ยน
นายอลงกรณ์ จารุจารีต ผู้จัดการส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก (Oral Care Department Manager) บริษัทไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ มองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย กว่าจะเปลี่ยนแปรงสีฟันครั้งนึงก็กินระยะเวลาไปมากกว่า 5 เดือน ต่างกับยาสีฟันที่เปลี่ยนเมื่อหมดแต่แปรงสีฟันไม่มีตัวบ่งบอกว่าเปลี่ยนเมื่อไหร่”
นี้จึงเป็นเหตุผลที่ถึงแม้ว่ายาสีฟันกับแปรงสีฟันจะเป็นของคู่กันแต่ทำไมถึงเปลี่ยนไม่พร้อมกัน

Systema เล็งเห็นและตระหนักถึงตรงนี้ จึงนำเอาไลฟ์สไตล์พวกนี้มาวิเคราะห์ และออกมาเป็นสินค้าใหม่ๆที่ทำมาเพื่อตอบโจทย์กับแต่ละเจนเนอเรชัล และถือเป็นครั้งแรกที่แบ่งกลุ่มสินค้าตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค
ที่ผ่านมา Systema มีการปรับเปลี่ยนสินค้าอยู่ตลอดเวลา ครั้งนี้เป็นการปรับเปลี่ยนครั้งที่ใหญ่ที่สุด เนื่องจากพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคก็เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอทั้งในอดีตและปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Gen Y Gen Z หรือเจนน้องใหม่อย่างอัลฟ่า ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการกิน เทรนของการกินมีความหลากหลายมากกว่าเมื่อก่อนค่อนข้างเยอะ
ครั้งแรกในรอบ 26 ปีกับ SYSTEMA ผู้นำนวัตกรรมแปรงสีฟันระดับพรีเมียมจากญี่ปุ่น ประกาศรุกตลาดแปรงสีฟันมูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท เดินหน้าตอกย้ำตำแหน่งอันดับ 1 ในกลุ่ม Upper Premium ด้วยการจัดงานยิ่งใหญ่แห่งปี “SYSTEMA BrushVolution Day” ชี้เทรนด์ Oral Beauty และไลฟ์สไตล์ Gen Z
หนุนต่อยอดความสำเร็จ “เปลี่ยนแปรงให้เร็วขึ้น” สู่การเป็นแบรนด์ที่เข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมปรับโฉมบรรจุภัณฑ์ใหม่ทั้งซีรีส์ ภายใต้แนวคิดคน Gen ใหม่ ต้องแปรง Gen S (Systema) มุ่งขยายฐานเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับทั้งฟังก์ชันและดีไซน์ เพื่อผลักดันพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากอย่างยั่งยืน
สินค้าที่ปรับบรรจุภัณฑ์ถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ เพื่อสะท้อนพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคนี้ คือ
- สายกิน เน้นความสะอาดทั่วถึง ขจัดคราบจากการรับประทานอาหาร
- สายจัดฟัน สำหรับผู้ใส่อุปกรณ์จัดฟันโดยเฉพาะ
- สายบิวตี้ ที่มองว่าการดูแลช่องปากคือส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์
ซึ่งแรงบันดาลใจของการปรับเปลี่ยนแพ็กเกจจิงในครั้งนี้ เกิดจากแนวคิด New Generation = Systema Generation มีการนำเส้นสาย S-Shape ตัวอักษรแรกของชื่อแบรนด์ มาดีไซน์บนบรรจุภัณฑ์ทั้งซีรีส์ เพื่อสื่อถึงการเดินทางที่ไม่หยุดนิ่งของแบรนด์ ควบคู่ไปกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา

นอกจากนี้การสื่อสารแคมเปญ BrushVolution Day ไปยังกลุ่มเป้าหมายนั้น SYSTEMA มีการใช้พรีเซนเตอร์ที่เป็นคนรุ่นใหม่อย่าง “ต่อ-ธนภพ” มาช่วยสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ ผสานการใช้สื่อทั้งออฟไลน์และออนไลน์ทั่วประเทศ
มีหนังโฆษณาเพื่อเข้าถึงกลุ่ม Mass มีสื่อ Out of Home สื่อ Transit Ad รวมถึงการใช้ Targeted Ads และการสร้างสรรค์คอนเทนต์บนแพลตฟอร์มหลัก เช่น TikTok, YouTube, X และ Facebook เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ที่เชื่อมโยงผู้บริโภคทุก Genกับแบรนด์ได้อย่างเข้าถึงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นายอลงกรณ์ กล่าวเสริม
พร้อมตั้งเป้าขยับมาร์เก็ตแชร์เป็น 50% จากเดิม อยู่ที่ 40% คาดว่าจะได้เห็นในปีหน้าเพราะมองเห็นโอกาสของปีหน้ามากกว่าปีนี้เนื่องด้วยเศรษฐกิจที่ซบเซา
สุดท้าย คำถามที่ว่า “ทำไมแปรงสีฟันกับยาสีฟันถึงไม่เปลี่ยนพร้อมกัน?” ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นพฤติกรรมผู้บริโภคเล็กๆ อีกต่อไป แต่สะท้อนให้เห็นช่องว่างของตลาดที่รอการขยับตัวอย่างมีนัยสำคัญ
การเคลื่อนไหวของ SYSTEMA ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่คือการ “รีเซ็ตพฤติกรรม” ของผู้บริโภคให้กลับมาตระหนักถึงการดูแลสุขภาพของช่องปาก ผ่านการออกแบบสินค้าที่พูดภาษาคนรุ่นใหม่ เข้าใจความต่างของแต่ละเจน และเชื่อมโยงสุขภาพเข้ากับไลฟ์สไตล์จริงของผู้ใช้
ทั้งหมดสะท้อนทิศทางใหม่ของแบรนด์ที่ต้องการเชื่อมโยงสินค้าเข้ากับ ไลฟ์สไตล์จริงของผู้ใช้ มากกว่าการขายในเชิงฟังก์ชันเพียงอย่างเดียว