BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,252
VIEWS

เทรนด์นี้ยังไม่เอาท์ ตั้งแต่ Shopping ถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมโตไปกับ “Solo Consumer”

ต.ค. 23, 2568 R.Somboon
แม้จะถูกพูดถึงมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่เทรนด์ของ Solo Economy ที่ผู้บริโภคยุคใหม่เลือกที่จะอยู่คนเดียวมากขึ้น หรืออยู่เป็นคู่แบบไม่มีลูก หรืออาจจะมีลูกแค่ 1 คนนั้น ยังคงเป็นเทรนด์ที่มีผลต่อโลกการตลาดในปัจจุบัน
 
สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาจาก Solo Economy ก็คือการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้บริโภคที่เป็น Solo Customer ที่วันนี้ส่งผลทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การทำตลาดเพื่อรองรับกับลูกค้ากลุ่มนี้ที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
 
แน่นอนว่า การอยู่คนเดียวในยุคนี้ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเพราะจำเป็น หรือ ไม่มีทางเลือกแต่เป็นการเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ควบคุมได้ ยืดหยุ่น และตอบโจทย์ความสุขส่วนตัวในโลกที่หมุนเร็วและเปลี่ยนไว กลายเป็น Consumer Trend ที่ส่งผลต่อการปรับรูปแบบการทำตลาดเพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนกลุ่มนี้
 
ส่วนลักษณะเด่นของ Solo Customer จะมีตั้งแต่เรื่องของการมีกำลังซื้อสูงเนื่องจากไม่มีภาระค่าใช้จ่ายสำหรับครอบครัว ทำให้มีเงินและเวลาในการดูแลตัวเองมากขึ้น โดยพวกเขาจะเน้นสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบาย และมักมองหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับการใช้ชีวิตคนเดียว เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด หรือบริการจัดส่งอาหารสำหรับ       1 คน
 
เช่นเดียวกับการให้ความสำคัญกับตัวเองและคุณภาพชีวิต ตลอดจนมีอิสระในการใช้จ่ายเพื่อความสุขและความต้องการส่วนตัว ที่สำคัญยังกล้าตัดสินใจซื้อไม่ต้องรอการตัดสินใจจากคนอื่น ทำให้สามารถซื้อสินค้าและบริการได้ง่ายและรวดเร็วกว่า
 
โดยสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของลูกค้ากลุ่มนี้จะมีตั้งแต่ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน (SES) โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2566 ที่ระบุว่า คนไทยถึง 25% อยู่ในสถานะโสด โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเขตเมือง และกรุงเทพฯ มีสัดส่วนคนโสดสูงถึง 50% ของประชากรในพื้นที่
 
เป็นตัวเลขที่ถือว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ในประเทศ ในแง่ประชากรภาพรวม 75% ของคนโสดในไทยเป็นเพศหญิง ขณะที่สัดส่วนของคนโสดยิ่งสูงในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะช่วงอายุ 25–34 ปี (30%), 35–44 ปี (25%) และลดลงในช่วง 45–54 ปี (20%)
 
สะท้อนแนวโน้มที่ชัดเจนว่า ยิ่งอายุน้อยลงสัดส่วนคนโสดยิ่งสูงขึ้น ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของค่านิยมใหม่ในการใช้ชีวิต ที่เปลี่ยนไปจากกรอบครอบครัวแบบเดิมอย่างมีนัยสำคัญ


ขณะที่ข้อมูลจาก The 1 Insight ซึ่งออกมาเจาะลึกการใช้จ่ายของคนโสดที่กำลังเลือกใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ให้คุณค่ากับการดูแลตัวเองโดยไม่ต้องรอให้ใครมาเติมเต็ม โดยพบว่าคนโสดมียอดใช้จ่ายเติบโตสูงกว่าตลาดภาพรวมอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันการใช้จ่ายของผู้บริโภคกลุ่ม “คนโสด” คิดเป็นสัดส่วนกว่า 2 ใน 3 ของตลาดภาพรวมแล้ว
 
แสดงให้เห็นว่า Solo Economy (เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยคนโสด) ไม่เพียงแค่มีขนาดใหญ่อยู่แล้ว แต่ยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
 
ในส่วนของรายละเอียดการใช้จ่าย สิ่งที่แตกต่างชัดเจนระหว่างกลุ่มคนโสดและคนมีครอบครัวคือ “วัตถุประสงค์ในการใช้จ่าย” โดยคนโสดมักใช้จ่าย “เพื่อตัวเอง” เป็นหลักจึงสามารถใช้จ่ายเพื่อความต้องการเฉพาะตน
 
ขณะที่กลุ่มครอบครัวมีการใช้จ่ายกว่าครึ่งเพื่อครอบครัว โดยเฉพาะของใช้จำเป็น จึงไม่น่าแปลกใจที่คนโสดใช้จ่ายเพื่อภาพลักษณ์ในหมวด Fashion & Beauty มากถึง 30% จากการใช้จ่ายทั้งหมด  ชื่นชอบสินค้าหมวด Sport มากกว่า 3 เท่า แสดงถึงความใส่ใจการดูแลสุขภาพ นิยมทานอาหารนอกบ้าน หมวด Dining มากกว่า 3 เท่า ทั้งยังสนใจและพร้อมจ่ายกับสินค้า Luxury มากกว่า 2 เท่า ทั้งหมดนี้ล้วนสะท้อนถึงความตั้งใจของคนโสดในการ “ลงทุนกับตัวเอง” อย่างจริงจัง ทั้งในแง่ของการพัฒนาคุณภาพชีวิต การแสดงออกถึงตัวตน และการให้รางวัลกับตัวเอง
 
นอกจากนั้น The 1 Insight ยังพบว่า คนโสดพร้อมจ่ายหนักเพื่อประสบการณ์และกิจกรรมยามว่าง ซึ่งการใช้จ่ายต่อคนเป็น 2 เท่า เทียบกับคนมีครอบครัว อาทิ ของสะสม ใช้จ่ายเพื่อเรียนเสริมทักษะด้านภาษา เวิร์กช็อปยามว่าง เช่น ทำอาหาร จัดดอกไม้ หรือเวิร์กช็อปงานดีไซน์ต่างๆ รวมถึงยังโดดเด่นในใช้จ่ายกับ Fitness Center และ Wellness Center ไปจนถึง บัตรคอนเสิร์ตและการเดินทางท่องเที่ยว
 
เมื่อพิจารณาเชิงเปรียบเทียบระหว่าง “คนโสดในเมือง” และ “คนโสดในต่างจังหวัด” จะพบความแตกต่างด้านพฤติกรรมการใช้จ่ายในบางแง่มุม โดยเฉพาะในเรื่องลำดับความสำคัญของหมวดสินค้า แม้คนโสดในเมืองจะมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่าราว 1.2 เท่า และเน้นในกลุ่ม Beauty & Premium Lifestyle ขณะที่คนโสดในต่างจังหวัดมีแนวโน้มใช้จ่ายในหมวด Home & Appliance มากกว่า เช่น อุปกรณ์ก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องใช้ในครัวเรือน ซึ่งสะท้อนบริบทการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน
 
นอกจากนี้ The 1 Insight ยังเผย 3 หมวดสินค้ามาแรงครองใจคนโสด ได้แก่ หมวด Beauty โดยใช้จ่ายมากกว่าถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับกลุ่มคนมีครอบครัว โดยนอกจากจะเลือกใช้สินค้าแบรนด์บิวตี้ เช่น เซรั่ม มอยส์เจอร์ไรเซอร์ ครีมกันแดด และผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มอย่าง Anti-Aging หรือ Brightening ยังนิยมเข้าคลินิกเสริมความงาม ทำหัตถการความงามต่างๆ
 
เช่นเดียวกันในหมวด Fashion คนโสดใช้จ่ายมากกว่าถึง 3 เท่า โดยลงทุนกับทั้งแบรนด์แฟชั่นระดับลักชัวรี เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า และนาฬิกา และแบรนด์แมสพรีเมียมที่เน้นคุณภาพและดีไซน์ที่สื่อถึงตัวตน ไม่ว่าจะเป็นสไตล์มินิมอล เรียบหรู หรือแฟชั่นสายครีเอทีฟ สะท้อนแนวคิดที่ว่า “การดูแลภาพลักษณ์ไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่คือการลงทุน”
 
ที่น่าแปลกใจคือในหมวด Home Decoration กลับพบว่า คนโสดยังมีแนวโน้มใช้จ่ายมากกว่าคนมีครอบครัวถึง 4.5 เท่า ทั้งนี้เพราะค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจัดการพื้นที่อยู่อาศัยตกเป็นภาระของคนคนเดียว ต่างจากคนมีครอบครัวที่มักแบ่งภาระร่วมกันกับคู่ชีวิตหรือสมาชิกในครอบครัวใหญ่ กล่าวคือ คนโสดไม่มี “ตัวหาร” ตั้งแต่งานก่อสร้างไปจนถึงเฟอร์นิเจอร์ หรือของใช้จิปาถะในบ้าน ล้วนต้องจ่ายด้วยตัวเองทั้งหมด


ขณะเดียวกัน พวกเขายังมีอิสระในการเลือกซื้อสินค้าที่ตอบโจทย์รสนิยมของตัวเองโดยไม่ต้องประนีประนอมกับใคร ทำให้กล้าลงทุนกับของตกแต่งดีไซน์เฉพาะตัว หรือสินค้าคุณภาพสูงที่สะท้อนไลฟ์สไตล์และความเป็นตัวตนอย่างแท้จริง
 
พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนว่า คนโสดในเมืองคือกลุ่มผู้บริโภคที่ “พร้อมจ่ายเพื่อคุณภาพชีวิตของตัวเอง” พวกเขาไม่จำเป็นต้องมีครอบครัวเพื่อแสดงสถานะหรือเป้าหมาย แต่ใช้เงินอย่างตั้งใจเพื่อเติมเต็มความพึงพอใจในชีวิตประจำวัน ด้วยพฤติกรรมที่เฉพาะเจาะจง มีเหตุผล และเต็มไปด้วยแรงผลักดันจากภายใน
 
ธุรกิจที่เข้าใจกลุ่มนี้และสามารถออกแบบสินค้า บริการ หรือประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับแนวคิด “ดูแลตัวเองในทุกมิติ” ได้อย่างแม่นยำจะกลายเป็นผู้ชนะในตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจของคนโสดอย่างแท้จริง
               
โดยตลาดที่มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับการขยายตัวของ Solo Consumer นอกจากเรื่องของการช้อปปิ้งแล้ว  ยังอาจจะไล่เลียงออกไปได้อีกมากมาย อาทิ

1. Hospitality & Travel Agency
2. Restaurant
3. Residential Real Estate
4. Streaming Platform
5. Health & Wellness
 
ไม่เว้นแม้แต่ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่วันนี้ผู้เล่นรายใหญ่อย่างกลุ่มไทยเบฟ มีการปรับเกมรับกับพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทยที่กำลังเปลี่ยนไป จากเดิมที่นิยมสังสรรค์เป็นกลุ่มใหญ่ ปัจจุบันผู้บริโภคหลายคนเลือกดื่มคนเดียว หรือดื่มในปริมาณที่น้อยลง ทำให้บริษัทเครื่องดื่มต้องปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์นี้
 
การปรับเกมในครั้งนี้ มีการออกสินค้าใหม่ๆ ในรูปแบบของเครื่องดื่ม RTD ที่เป็นแอลกอฮอล์พร้อมดื่ม โดยมีการนำแบรนด์เหล้าสีอย่างหงส์ทอง มานำเสนอในรูปแบบของเหล้าพร้อมดื่มบรรจุในแพ็กเกจจิ้งแบบแคน มี 2 ผลิตภัณฑ์ นั่นคือ หงส์ทองผสมโซดา กับหงส์ทองผสมโคล่า ที่ทำในรูปแบบกระป๋องขนาด 200 ml. จะมีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 4.8%
 
ส่วนสินค้าอีกตัวที่เป็นแบรนด์ใหม่ คือ ZATO หรือสาโทกระป๋อง มีรส Lemon Lime Fizz ที่ผสมเลมอนกับรสชาติ Cola Bomb ที่ผสมโคล่าจะมีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 5% จากการเปิดตัวสินค้าใหม่ทั้ง 2 ตัวนี้เรียกได้ว่าเพื่อเจาะกลุ่มตลาด RTD (Ready to Drink)
 
 การปรับตัวของไทยเบฟสะท้อนถึงการเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ที่เปลี่ยนจากการดื่มหนักๆ ในอดีต มาสู่การดื่มแบบเบาๆ และเน้นความสะดวกในการบริโภค การปรับไซซ์ของผลิตภัณฑ์ให้เล็กลงจึงเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ โดยมี 2เหตุผลหลักในการดำเนินการ คือ
 
 1.เทรนด์การดื่มของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่มคนเจนใหม่นิยมดื่มคนเดียวที่บ้านหรือในห้องพักมากกว่าการสังสรรค์แบบกลุ่มใหญ่ความต้องการเครื่องดื่มขนาดพอดีสำหรับการดื่มเพียงคนเดียวจึงเพิ่มขึ้นการปรับไซซ์ให้เล็กลงช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นี้อย่างตรงจุด
 
 2.เรื่องราคาก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผ่านมา การซื้อเครื่องดื่มขนาดใหญ่มักต้องซื้อคู่กับมิกเซอร์ ทำให้ต้นทุนรวมสูงขึ้นการปรับไซต์ให้เล็กลงจึงช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ในขณะที่ยังคงเพลิดเพลินกับรสชาติและคุณภาพของแบรนด์ไทยเบฟการปรับไซซ์เล็กลงจึงไม่ได้เป็นเพียงการลดปริมาณ แต่เป็นการสร้างโอกาสใหม่ให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น
 
ทั้งหมด เป็นการรองรับกับเทรนด์การเติบโตของผู้บริโภคกลุ่ม Solo Consumer ที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง....

เทรนด์นี้ยังไม่เอาท์ ตั้งแต่ Shopping ถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมโตไปกับ “Solo Consumer”

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact