ในยุคที่คนรุ่นใหม่อย่างเจนซีกลายเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของสังคม ความฝันไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป พวกเขาเติบโตมากับโลกที่เปิดกว้าง มีเวทีให้แสดงตัวตนตั้งแต่โซเชียลมีเดียจนถึงแพลตฟอร์มคอนเทนต์มากมาย ทุกคนต่างอยากสร้างสิ่งที่เป็นของตัวเอง อยากเป็นใครสักคนที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้เช่นเดียวกับไอดอลที่ตัวเองชื่นชอบ
เจนซีคือรุ่นที่กล้าฝัน กล้าแสดงออก และพร้อมเดินบนเส้นทางที่เชื่อมั่นในตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ยูทูบเบอร์ นักเต้น หรือครีเอเตอร์ พวกเขาเชื่อว่า “ไอดอล” ไม่จำเป็นต้องอยู่บนเวทีใหญ่ แต่อาจเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่รักและตั้งใจทำให้ดีที่สุด โลกของคนรุ่นใหม่จึงไม่จำกัดอยู่แค่การเสพคอนเทนต์ แต่คือการสร้างคอนเทนต์ของตัวเอง และนี่คือจุดที่แบรนด์จำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีพูดกับพวกเขา
สำหรับคนรุ่นนี้ แบรนด์ไม่ใช่แค่ของกินหรือของใช้ แต่คือสิ่งที่ต้องพูดภาษาเดียวกัน ต้องมีท่าทีและจุดยืนบางอย่างที่สะท้อนความคิดและตัวตนของพวกเขาได้ จากอินไซต์นี้เอง “ควิกแสบ” มองเห็นโอกาสในการต่อยอดจากความจัดจ้านของรสชาติ สู่การเป็นแบรนด์ที่จัดจ้านในความคิดและแรงบันดาลใจ

ปี 2025 ควิกแสบ เดินหน้าแคมเปญ “Quick Zabb Idol Contest 2025” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ด้วยแนวคิด “ต่อยอดความแสบ สู่ความสนุกที่มากกว่ารสชาติ” ใช้พลังของ Music Marketing และ Idol Culture เป็นเครื่องมือสร้าง Brand Experience ที่เข้าถึงหัวใจคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z และ Millennials
ซึ่งการสร้างเวทีนี้ขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสให้วัยรุ่นทั่วประเทศได้แสดงความสามารถทั้งการร้อง เต้น และการแสดง เพื่อค้นหา “Quick Zabb Idol” ที่สะท้อนคาแรกเตอร์ของแบรนด์ “แสบ สนุก อินเทรนด์ และเป็นตัวของตัวเอง”
สิ่งที่น่าสนใจคือ ควิกแสบไม่ได้เลือกใช้พรีเซนเตอร์ดังหรือศิลปินระดับชาติ แต่เลือกสร้าง “ไอดอลของตัวเอง” ผ่านการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพราะในตลาดที่เต็มไปด้วยโฆษณาและชื่อเสียง แบรนด์ที่มีความหมายกลับไม่ใช่แบรนด์ที่เสียงดังที่สุด แต่คือแบรนด์ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้มีตัวตนอยู่ในนั้น
ยศสรัล แต้มคงคา ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ควิกแสบ เผยว่า “ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถือเป็นตลาด Red Ocean ทุกแบรนด์งัดกลยุทธ์มาสู้และแข่งขันอย่างหนักหน่วง คู่แข่งส่วนใหญ่ใช้ศิลปินดังหรือพรีเซนเตอร์มาเป็นจุดขาย แต่ ควิกแสบ เลือกสร้างไอดอลของเราเอง เพื่อเติบโตไปพร้อมกัน เราไม่ได้แค่โปรโมตสินค้า แต่สร้าง Community ของคนรุ่นใหม่ที่มี Passion เหมือนกัน”

ในปีแรก Quick Zabb Idol สร้างเสียงตอบรับดีเกินคาด ผู้เข้าประกวดที่ผ่านการคัดเลือกกว่า 30 คนได้กลายเป็นไมโครอินฟลูเอนเซอร์ที่ช่วยขยายการรับรู้ของแบรนด์ในโลกออนไลน์ พวกเขาไม่ได้เป็นแค่ตัวแทนของสินค้า แต่เป็น “เสียง” ของคนรุ่นใหม่ที่เชื่อในพลังของความกล้าและความสนุก การมีอยู่ของพวกเขาทำให้ควิกแสบไม่ใช่เพียงแบรนด์ที่อยู่บนชั้นวาง แต่เป็นแบรนด์ที่อยู่ในวงสนทนา
การเปลี่ยนเกมของควิกแสบจึงสะท้อนการ “รีโพสิชันแบรนด์” จากสินค้าที่ขายฟังก์ชัน ไปสู่แบรนด์ที่ขายอารมณ์และคุณค่า มันคือการสื่อสารในระดับความรู้สึกมากกว่าระดับข้อความ การสร้างคอมมูนิตี้ของคนที่มีแพสชันร่วมกันกลายเป็นหัวใจของกลยุทธ์นี้ เพราะในวันที่ทุกแบรนด์พยายามพูดกับผู้บริโภค ควิกแสบกลับเลือก “ฟัง” แล้วให้พื้นที่คนเหล่านั้นได้พูดแทน
เมื่อแบรนด์เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของเจนซีและเลือกจะเติบโตไปกับพวกเขา ไม่ใช่พูดถึงพวกเขา ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่แค่ยอดขายหรือยอดไลก์ แต่คือการสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคในระยะยาว

นอกจากนี้การเดินเกม Idol Contest 2025 คือก้าวสำคัญสู่โรดแมปปี 2026 ที่ Quick Zabb มุ่งสร้าง “Brand Experience” ให้แข็งแรงกว่าการเป็นสินค้า-แต่คือแบรนด์ที่ “อยู่ในใจ” ของคนรุ่นใหม่ทุกครั้งที่คิดถึงคำว่า สนุก–จัดจ้าน–มีสไตล์ “เพราะ ควิกแสบ ไม่ได้แค่ขายบะหมี่ แต่ขายแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ ที่กล้าแสบ และกล้าเป็นตัวเอง”
“ควิกแสบ จะใช้พลัง “Idol + Entertainment Marketing” เป็นหัวหอกหลักในการกระตุ้นยอดขาย พร้อมเชื่อมโยงสู่แผนธุรกิจปี 2026 โดยเตรียมเปิดตัวสินค้ากลุ่มใหม่ในเซกเมนต์พรีเมียม เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่มองหาทั้งรสชาติและประสบการณ์ที่แตกต่าง กลยุทธ์นี้จะทำให้แบรนด์มีทั้ง “ยอดขาย–ยอด Awareness–ยอด Engagement” เติบโตไปพร้อมกัน”ยศสรัล กล่าว
ควิกแสบอาจเริ่มต้นจากบะหมี่รสจัดจ้าน แต่วันนี้สิ่งที่จัดจ้านยิ่งกว่าคือแนวคิดของแบรนด์ที่กล้าท้าทายสูตรสำเร็จเดิมของตลาด เลือกพูดกับคนรุ่นใหม่ในแบบที่พวกเขาเข้าใจ และเลือกสร้างเวทีให้ความฝันกลายเป็นจริง
เพราะสุดท้ายแล้ว “ความแสบ” ไม่ได้หมายถึงแค่รสชาติในปาก แต่คือพลังของความกล้า ความแตกต่าง และแรงบันดาลใจที่ทำให้คนรุ่นใหม่อยากลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ และบางที นั่นอาจเป็น “รสชาติ” ที่แท้จริงของควิกแสบในยุคนี้