นับเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง เมื่อคนดังหรืออินฟลูเอนเซอร์เลือกใช้ไอเทมใดๆ ในชีวิตประจำวัน และทำให้สินค้าชิ้นนั้นๆ กลายเป็นที่ต้องการเพราะกระแสไวรัลจนคนแห่ไปซื้อตาม ซึ่งนี่ได้กลายเป็นวิถีทางการตลาดที่หลายๆ แบรนด์หยิบไปใช้และหลายครั้งก็ประสบความสำเร็จ
แต่ครั้งนี้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญล้วนๆ ในประเทศญี่ปุ่น ที่ไอเทมไวรัลล่าสุดคือ ‘Sanae Bag’ หรือกระเป๋าหนังสีดำใบหนึ่ง ที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศญี่ปุ่นอย่าง ซานาเอะ ทาคาอิจิ (Sanae Takaichi) วัย 64 ปี ใช้ออกสื่อเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา และกลายเป็นกระแสจนกระเป๋าใบนี้ถูกเรียกตามชื่อของเธอไปด้วย
Sanae Bag ใบนี้จริงๆ แล้วมีชื่อว่า Grace Delight Bag สนนราคาที่ 136,400 เยน หรือราวๆ 28,000 บาทไทย ซึ่งทางแบรนด์ระบุว่า “เป็นสมดุลอันงดงามระหว่างความสง่างามและพลังงานอันแข็งแกร่ง” มีขายทั้งหมด 10 สีด้วยกัน และสีที่นายกฯ ใชันั้นก็คือสีดำที่เต็มไปด้วยความเรียบหรู
กระเป๋าใบนี้เป็นงานทำมือของแบรนด์ Hamano Leather Craft จากจังหวัดนากาโนะทางตอนกลางของญี่ปุ่น โดยแบรนด์นี้มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 145 ปี คอยผลิตประเป๋าหนังทำมือเพื่อเสิร์ฟกลุ่มเป้าหมายคือผู้หญิงวัยทำงาน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือนายกรัฐมนตรีคนนี้นี่เอง
ผลคือในตอนนี้ ยอดขายกระเป๋า Grace Delight Bag พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ มีคนสั่งซื้อกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจากลูกค้าผู้หญิงวัย 20-30 ปี จนบริษัทรับคำสั่งซื้อเฉพาะรุ่นสีดำเท่านั้น เพราะทางบริษัทมีช่างฝีมืออยู่เพียง 20 คน บวกกับจำนวนออเดอร์ที่ล้นหลาม โดยบริษัทได้คาดการณ์ว่าน่าจะจัดส่งสินค้าได้เร็วที่สุดคือช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมปี 2026 จากที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 ตุลาคมเคยประมาณการณ์ว่าจะจัดส่งได้ภายในปลายเดือนมกราคม 2026 แต่ออเดอร์ยังคงพุ่งสูงไม่หยุดแม้ผ่านมาถึงเดือนพฤศจิกายนแล้ว
ไม่เพียงแต่กระเป๋าเท่านั้น อีกหนึ่งไอเทมที่เป็นไวรัลเพราะนายกฯ ก็คือ ‘ปากกาสีชมพู’ โดยทุกครั้งที่จดบันทึกอะไร ปากกาสีชมพูด้ามนี้มักจะดึงดูดสายตาผู้ชมเสมอ และทำให้หลายคนเริ่มโพสต์ว่า “ฉันอยากได้บ้าง” ซึ่งทำให้มีคนไปซูมภาพและตามหาจนพบว่าเป็นปากการุ่น Jetstream จากแบรนด์ Mitsubishi Pencil และมีชาวเน็ตให้ข้อมูลว่าไปตามหาที่ไหนก็ไม่เจอ เพราะตามหน้าร้าน ปากการุ่นนี้ขายหมดแล้ว
ทางแบรนด์เองก็ออกมาตอบรับกระแสที่เกิดขึ้น โดยออกมาขายเพิ่มเติมว่า “ด้วยการออกแบบที่สมดุลและประโยชน์ใช้สอยที่ครบครัน (ในแท่งเดียวมีหมึก 5 สี) ทำให้ปากกานี้เหมาะกับหลากหลายธุรกิจ รวมถึงงานการเมืองด้วยเช่นกัน” ตัวแทนของบริษัทยังกล่าวอีกว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านได้เลือกใช้ปากกาของเราในโอกาสสำคัญเช่นนี้ ทุกคนในบริษัทเราตื่นเต้นกันมาก”
ปรากฏการณ์ 'กระเป๋าซานาเอะ' และ 'ปากกามิตซูบิชิสีชมพู' นี้ จึงเป็นการตอกย้ำถึงพลังการตลาดแบบ Organic Endorsement ที่อาจจะได้ผลกว่าการใช้ Influencer หรือแคมเปญโฆษณาที่ตั้งใจไว้ล่วงหน้าด้วยซ้ำ เพราะเมื่อการเลือกใช้สินค้าเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ จากผู้นำสูงสุดของประเทศที่มีความน่าเชื่อถือสูง แถมยังได้รับความนิยมในฐานะนายกหญิงคนแรก ย่อมทำให้คนมองเห็นแบรนด์ที่คุณค่าและคุณภาพการใช้งาน นี่จึงไม่ใช่เรื่องของยอดขายที่พุ่งกระฉูด แต่ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ให้แข็งแกร่งขึ้นอย่างที่การตลาดไหนก็ไม่อาจทำได้เทียบเท่า
อ้างอิง https://japantoday.com/category/politics/orders-surge-as-japan-pm's-sanae-bag-go-viral-on-social-media https://japan-forward.com/pm-takaichis-pen-and-tote-go-viral-as-orders-surge/