ย่านราชประสงค์ถือเป็นหนึ่งในทำเล Super Prime Area ของกรุงเทพฯ เพราะเป็นแหล่งรวมศูนย์ Luxury & Life Style Retail Cluster ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ด้วยราคาซื้อขายที่ดิน 3-4 ล้านบาท/ตารางวา ที่นี่จึงเต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้าระดับไอคอน และโครงการลักชูรี ซึ่งล้วนเป็นของผู้เล่นรายใหญ่ทั้งนั้น
โดยเฉพาะโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว แบรนด์ไทยและต่างประเทศในย่านนี้มีเกือบ 10 แห่ง รวม 3,000 ห้อง
แม้ซัพพลายที่ดินจะน้อย แต่ก็มีโรงแรมแบรนด์หรูทยอยเปิดตัวอยู่เรื่อยๆ เพราะกลุ่มทุนมองว่าที่นี่ยังเป็นจุดหมายที่คุ้มค่าต่อการลงทุนมากสร้างผลตอบแทนที่ดี จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เติบโตต่อเนื่อง

“แกรนด์ เซนเตอร์พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ” เป็นโรงแรมหรูล่าสุดของย่านราชประสงค์ ที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2568 เป็นของ LHMH บริษัทย่อยในเครือ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่ดูแลธุรกิจศูนย์การค้า (ภายใต้แบรนด์ Terminal21) และธุรกิจโรงแรม (แบรนด์ Grande Centre Point) โดยนำที่ดินที่เคยเป็นศูนย์การค้าเพนนินซูลามาพัฒนาทุ่มงบลงทุนไป 4,500 ล้านบาท ประกอบด้วยห้องพัก ห้องสวีท และเพนต์เฮาส์ จำนวน 509 ห้อง เมื่อบวกกับโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ (โรงแรมแห่งแรกของ LHMH ที่เปิดตัวเมื่อ 17 ปีก่อน) ที่มีทำเลเชื่อมติดกัน และมีห้องพัก 500 ห้อง เลยจึงเป็น Twin Towers ให้โรงแรมในกลุ่มแกรนด์ เซนเตอร์พอยต์ ผงาดขึ้นนำเบอร์หนึ่งของโรงแรม 5 ดาวที่มีจำนวนห้องพักมากกว่า 1,000 ห้อง หรือคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 30% ของห้องพักในตลาดโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวย่านราชประสงค์
LHMH สร้างจุดได้เปรียบแบรนด์ Grande Centre Point ในหลายๆ ด้านเมื่อเทียบกับโรงแรมคู่แข่งในย่านเดียวกัน
- เป็นโรงแรมหรูที่จับต้องได้ โดยตั้งราคาต่ำกว่าคู่แข่งราว 30% ตอบโจทย์ลูกค้า Value for money ราคาเปิดตัวห้องพักเริ่มต้นของโรงแรมอยู่ที่ 8,000 กว่าบาท แต่ของคู่แข่งในระดับเดียวกันส่วนใหญ่มักจะแตะ 10,000 บาทขึ้นไป
- แกรนด์ เซนเตอร์พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ และแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ เชื่อมติดกันสามารถใช้ Facility กันและกันได้
- ทั้ง 2 โรงแรมวางตำแหน่งต่างกันเล็กน้อย โดย แกรนด์ เซนเตอร์พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ราคาเริ่มต้น 8,000 บาท ส่วนแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ราชดำริ ซึ่งอยู่ด้านหลังมีราคาเริ่มต้น 5,000 บาท
- การวางราคาดังกล่าวทำให้ Range ราคากว้างขึ้นระหว่าง 5,000-10,000 เป็นทางเลือกที่หลากหลายให้ลูกค้า
- สร้างจุดต่างจากโรงแรม 5 ดาวทั่วไปด้วย Facility อย่างบริการตู้กดน้ำแข็งฟรีทุกชั้น, แต่ละชั้นยังมีตู้หยอดเหรียญจำหน่ายเครื่องดื่มขของขบเคี้ยว ราคาใกล้เคียงกับ 7-11 , มีร้านสะดวกซื้อ 7-11 อยู่ข้างล่างโรงแรม เป็นต้น ย้ำเอกลักษณ์ของ LHMH ที่คิดและออกแบบมาเพื่อลูกค้า

สุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด กล่าวว่า ปีนี้ LHMH มีความเคลื่อนไหวเป็นอย่างมาก เพราะเปิดตัว 2 โรงแรมใหม่ภายในปีเดียว ได้แก่ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี โรงแรมระดับ Prestige Tier แห่งแรกของแบรนด์ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา และล่าสุดคือ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ในย่านราชประสงค์ เมื่อรวมธุรกิจโรงแรมที่มีอยู่ในปีนี้ทั้งหมด 9 แห่ง รวม 4,000 ห้องคาดการณ์ทำรายได้ 6,000 ล้านบาทในปีนี้
ไตรมาส 4 ปี 2569 มีแผนเปิดตัว แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา ซึ่งเป็น Limited Tier แห่งที่ 2 ในเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ต่อจากแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา โดยมุ่งเน้นสร้างประสบการณ์ใหม่ ด้วยสวนน้ำขนาด 20,000 ตารางเมตร จึงคาดการณ์รายได้ในปี 2569 ของกลุ่มโรงแรมเติบโตไปอยู่ที่กว่า 8,000 ล้านบาท
และในไตรมาสที่ 3 ของปี 2571 ทางกลุ่มจะเปิดตัว แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ ตั้งอยู่ใจกลางเยาวราชในย่านประวัติศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ เท่ากับว่าในปี 2571 บริษัทจะมีโรงแรมเปิดครบ 11 แห่ง รวมกว่า 5,000 ห้อง และคาดว่าจะสร้างรายได้แตะ 10,000 ล้านบาท