Session: แบรนด์จะใช้พลังคลั่งรักใน T-Pop มาสร้างโอกาสทางแบรนด์ได้ยังไง จากงาน “Adman Awards & Symposium 2025” ได้ตัวจริงในวงการอย่าง คุณอรพรรณ มนต์พิชิต บวรวัฒนะ CEO Dreamers Society Management Co., Ltd. และ คุณชลากรณ์ ปัญญาโฉม Chief Digital Officer, Workpoint Entertainment Pcl. และ Director, TPOP INCORPORATION Co.,Ltd. มาแชร์มุมมองให้เห็นชัดว่า T-POP ไม่ใช่แค่เรื่องของเพลง แต่เป็น Marketing Solution ที่แบรนด์สามารถเข้าไปสร้างแต้มต่อทางธุรกิจได้อย่างมหาศาล
5 Insight สำคัญที่นักการตลาดและเจ้าของธุรกิจต้องรู้ หากอยากชนะใจ “แฟนคลับ” และเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรมนี้
1. T-POP = ความเป็นมิตรที่จับต้องได้
เสน่ห์ของ T-POP ที่ต่างจาก K-POP คือความเข้าถึงง่ายและเป็นกันเอง ศิลปินไทยมีความเป็นมิตร มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และที่สำคัญคือ "กฎกติกา" ระหว่างค่ายค่อนข้างยืดหยุ่น เราจะเห็นภาพการข้ามค่ายมาช่วยกันโปรโมตเพลง หรือการจัดกิจกรรมกีฬาสี "OLYMPOP" ที่รวมศิลปินจากหลายค่ายมาจอยกัน ซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยากในอุตสาหกรรมเพลงระดับโลกอื่นๆ
2. กลยุทธ์ซื้อใจแฟนคลับเพื่อให้แบรนด์ได้ไปต่อ
Insight ที่น่าสนใจมาก คือ "แฟนคลับอาจไม่ได้รักแบรนด์ แต่ยอมสนับสนุนแบรนด์เพราะอยากให้แบรนด์รักศิลปิน" แฟนคลับพร้อมจะสนับสนุนทุกอย่างที่แบรนด์จ้างศิลปิน เพื่อให้ศิลปินมีงานและได้ไปต่อ
ข้อควรระวัง: แบรนด์ต้อง "แฟร์" และ "ชัดเจน" เรื่องสิทธิพิเศษ (Privileges) อย่าเปลี่ยนกฎกะทันหัน หรือมี VIP ปริศนาโผล่มา ทุกวันนี้มี Social Media ในการส่งต่อข้อมูลไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งถ้ามีหลักฐานที่ชัดเจนอย่างภาพ เสียง และคลิป เรื่องราวจะกลายเป็นกระแสตีกลับมาที่แบรนด์ได้ทันที
3. อย่ามองแค่ Event แต่ให้มองเป็น Long-term Community
การตลาด T-POP ในยุคนี้ไม่ใช่แค่การจ้างเป็นพรีเซ็นเตอร์แล้วจบไป แต่คือการเข้าไปอยู่ใน Community แบรนด์ที่เข้ามาสนับสนุนตั้งแต่อยู่ในฐานะเด็กฝึก (Trainee) หรือเริ่มต้นสร้างวง จะได้เปรียบเรื่องความผูกพัน และยอดขายในระยะยาว เพราะแฟนๆ จะจดจำว่าแบรนด์นี้คือผู้ที่เคียงข้างศิลปินมาตั้งแต่วันแรก
4. Soft Power และการบุกตลาดต่างประเทศ
T-POP กำลังกลายเป็น Magnet สำคัญที่ดึงดูดชาวต่างชาติให้หันมาสนใจประเทศไทย เหมือนกับที่ K-Series ทำให้อาหารและเครื่องสำอางเกาหลีดังไปทั่วโลก ปัจจุบันตลาดเพื่อนบ้านให้การตอบรับดีมาก และในปีหน้าเราจะเริ่มเห็นศิลปิน T-POP เป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าในต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะสร้างชื่อเสียงแล้ว ยังเป็นการนำเงินตราต่างประเทศกลับเข้าสู่ไทยอีกด้วย
5. AI คือเครื่องมือเสริม Human Bonding คือหัวใจ
แม้ AI จะเริ่มเข้ามามีบทบาทในการทำเพลงหรือสร้างศิลปินเสมือนจริง (Virtual Idol) แต่ในอุตสาหกรรม T-POP ความสัมพันธ์แบบ Human to Human ยังคงสำคัญที่สุด AI อาจช่วยให้ทำงานเร็วขึ้นในเชิงโปรดักชั่น แต่การสร้างความผูกพันที่ทำให้แฟนคลับติดตามอย่างต่อเนื่องนั้น ยังต้องอาศัยเสน่ห์และความเป็นมนุษย์ของศิลปินจริงๆ
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้พอจะเห็นภาพว่า T-POP คือโอกาสในการสร้าง Engagement แล้วหรือยัง?
ถ้าให้สรุปง่าย ๆ T-POP สามารถสร้างโอกาสในการสร้าง Engagement ที่ทรงพลังผ่านวัฒนธรรม แบรนด์ที่เข้าใจความต้องการของแฟนคลับ มีความสม่ำเสมอ และพร้อมจะเติบโตไปกับศิลปิน จะไม่ใช่แค่แบรนด์ที่คนรู้จัก แต่จะเป็นแบรนด์ที่คนรักและพร้อมจะเปย์ให้อย่างแน่นอน
การทำตลาดกับ T-POP เปรียบเสมือน "การปลูกต้นไม้ร่วมกับกลุ่มเพื่อน" ที่คุณไม่เพียงแต่ต้องรดน้ำให้ต้นไม้ (ศิลปิน) เติบโต แต่ต้องดูแลและให้เกียรติเพื่อนรอบข้าง (แฟนคลับ) ที่ช่วยกันพรวนดินด้วย เพราะถ้าเพื่อนเชื่อใจคุณ พวกเขาจะช่วยดูแลต้นไม้ของคุณให้เติบโตอย่างแข็งแรงและยั่งยืนไปพร้อมกัน