สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปและสะสมกล่องจุ่ม ช่วงหลายสามสี่เดือนที่ผ่านมา หลายคนคงพยายามตามหากล้อง Toy อย่าง Kodak Charmera Keychain Digital Camera กันบ้าง
Kodak Charmera เปิดตัวครั้งแรกในเดือนกันยายนปีนี้ โดยมีการวางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์ kodak.retopro.co ซึ่งเป็นบริษัทพาร์ทเนอร์ของ Kodak ที่ตั้งอยู่ในฮ่องกง
พบว่าไม่ถึง 24 ชั่วโมงของการเปิดให้สั่งซื้อ Kodak Charmera ล็อตแรกก็ขายหมดเกลี้ยง ต้องแขวนป้าย Sold Out ในร้านค้า จนกลายเป็นข่าวเผยแพร่ไปทั่วโลก
Kodak Charmera กลายเป็นที่ต้องการของคนที่ชอบถ่ายภาพและชอบซื้อกล่องจุ่มทันที
หลายประเทศมีการติดต่อไปยังบริษัทผู้ผลิต เพื่อขอนำเข้ามาจำหน่าย
ร้านกล้องชั้นนำในไทย เช่น Big Camera, Zoom Camera, EC-Mall ก็มีการนำเข้ามาจำหน่าย แต่ก็ได้มาเพียงล็อตเล็กๆ ไม่เพียงพอต่อความต้องการ จนต้องใช้วิธี Pre-order
Kodak Charmera กลายเป็นไอเทมที่สายคอนเทนต์และ Gen Z ไทยตามหากันให้ควักจนของขาดตลาดรับหิ้วก็รับลูกต่อทันที
ตอนนี้ในโซเชียลมีเดียมีหลายคนที่รับหิ้วกล้องมาจากฮ่องกง ทำให้ราคา Kodak Charmera ที่ขายโดยตัวแทนจำหน่ายคือ 1,390 บาท ขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 1,690 - 1,990 บาทในแอปส้ม
อะไรที่ทำให้ Kodak Charmera กลายเป็นกระแสของกลุ่ม Gen Z ขึ้นมา ทั้งๆ ที่โดยฟังก์ชันของตัวกล้อง คุณภาพของภาพที่ได้จากกล้อง Kodak Charmera นั้นยังห่างไกลเมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนระดับตัวเริ่มต้นด้วยซ้ำ

การแจ้งเกิดของ Kodak Charmera จึงเป็นอีกกรณีศึกษาที่น่าสนใจไม่น้อย
กล้องพวงกุญแจจิ๋วที่กำลังได้รับความนิยมจนกลายเป็นกระแสไวรัล โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และสายแฟชั่น Y2K มีเหตุผลมารองรับหลายด้านด้วยกัน เริ่มจาก
1. Retro Nova งานออกแบบของ Kodak Charmera ได้รวมเอา 2 จุดเด่น คือ สไตล์ย้อนยุค Retro มารวมเข้ากับความทันสมัย หรือ Nova เข้ามาไว้ด้วยกันทั้งในบริบททางการตลาดและออกแบบ
Kodak Charmera ตัวนี้ มีการออกแบบด้วยการดึงเอาเอกลักษณ์จากกล้องใช้แล้วทิ้ง หรือ Single Use Camera “Kodak Fling” ขนาดฟิล์ม 110 ที่เคยโด่งดังในอดีตมาปัดฝุ่นใหม่ ด้วยการย่อส่วนให้มีขนาดเล็กพอที่จะใช้เป็นพวงกุญแจ หรือห้อยติดกับกระเป๋าเล็ก ๆ แต่ยังคงเก็บเอกลักษณ์ดีไซน์สไตล์วินเทจสวยงาม แบบที่คนรักกล้องฟิล์มยุคเก่าเห็นแล้วต้องยิ้ม
ส่วนดีไซน์ภายนอกของ Kodak Charmera ก็ค่อนข้างจะเรียบง่ายแต่ให้ความรู้สึก Vintage & Nostalgia สามารถเป็นทั้งกล้อง และเครื่องประดับ หรือ Fashion Accessory เพราะมีคนนิยมเอาไปห้อยกระเป๋า ห้อยเอว หรือห้อยกางเกง เพิ่มความเก๋ให้การแต่งตัว
2.กระแสกล่องจุ่มที่กำลังมาแรง รูปแบบการขายของ Kodak Charmera ใช้กลยุทธ์เดียวกับ Art Toys เช่น Labubu หรือ Pop Mart คือขายแบบ Blind Box หรือกล่องสุ่ม ผู้ซื้อจะไม่รู้ว่าจะได้ลายไหนจากทั้งหมด 7 ลาย แถมยังมีลาย Secret ที่ไม่บอกดีเทลบนข้างกล่อง
แน่นอนว่าคนซื้อทุกคนย่อมมีความรู้สึกตื่นแต่ตอนลุ้นแกะกล่อง ซึ่งบนโลกโซเชียลสามารถทำคอนเทนต์ Unboxing ได้ จนเป็นกระแสไวรัลใน TikTok และ Instagram
นอกจากนี้พอเป็นของสะสม และมีหลายลาย คนจึงอยากซื้อซ้ำเพื่อสะสมให้ครบ หรือหาลายที่ตัวเองชอบ
3. เทรนด์ภาพถ่ายย้อนยุค หรือ Lo-fi Aesthetic Art ในยุคที่กล้องมือถือชัดเกินไป คนบางส่วนจึงเริ่มโหยหาความไม่สมบูรณ์แบบของภาพถ่ายยุคเก่าสมัย Y2K ที่ไม่ได้คมชัดแถมภาพก็ยังมี Grain และ Noise ให้เห็น
Kodak Charmera มีความละเอียดเพียง 1.6 ล้านพิกเซล ให้ภาพที่ดูแตกๆ นัวๆ แบบ Grainy เหมือนกล้องดิจิทัลยุคปี 2000 หรือภาพจากกล้องฟิล์ม ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ Gen Z กำลังฮิต

นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นที่ปลั๊กอินมากับตัวกล้อง ผู้ใช้สามารถถ่ายแล้วแชร์ลงโซเชียลได้เลยโดยไม่ต้องแต่งเพิ่ม อาทิ
- ฟิลเตอร์โทนสี ที่มีให้เลือก 3 แบบ คือ Cool Tone, Warm Tone และขาวดำ
- Pixel Filter ที่กล้องจะปรับภาพให้เป็น Pixel (ภาพแตกๆ) มีให้เลือก 4 สี สีแดง, เหลือง, น้ำเงิน, เทา
- กรอบรูปลายพิเศษ 4 กรอบ คือ Kodak Frame, PC Frame, Film Frame, Charmera Frame
4. ราคาจับต้องได้และเข้าถึงง่าย ราคาขายของ Kodak Charmera อยู่ที่ประมาณ 1,390 บาท
ถือว่าเป็นราคาที่คนยอมจ่ายได้ เพื่อแลกกับประสบการณ์ จนมีคนรับหิ้ว หรือ Pre Order
5. ความหายาก ด้วยความที่ตอนนี้ Kodak Charmera กลายเป็นของ Rare Item เพราะมีคนที่ต้องการเป็นจำนวนมาก ไม่ได้แค่เฉพาะเมืองไทย จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ FOMO ไม่อยากตกขบวนจากประโยค “ของต้องมี”
ความสำเร็จของ Kodak Charmera จึงมาจากการผสมผสานระหว่างความสนุกของการสุ่มของเล่น บวกกับเทรนด์ภาพถ่ายยุค Y2K จนกลายเป็นกระแสไวรัลอย่างที่เห็น
เคสของ Kodak Charmera นี้พิสูจน์ให้เห็นว่าบางครั้ง Functional Value หรือความคมชัด อาจไม่สำคัญเท่า Emotional Value หรือความรู้สึก, ความสนุกสนานในตลาด Gen Z