กลุ่มบุญรอดมีที่ดินผืนใหญ่ในจังหวัดเชียงรายมาหลายสิบปีแล้ว สมัยก่อนจะเรียกว่า “ไร่บุญรอด”
ไร่บุญรอดเกิดขึ้นมาเพราะค่ายสิงห์ต้องการพัฒนาแหล่งวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเบียร์ คือ ข้าวบาร์เลย์ ซึ่งต่อมาได้มีการเปลี่ยนเป้าหมายมาทำเป็น “สิงห์ปาร์ค” ต้นแบบการทำธุรกิจแบบ วิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่ต้องการสร้างระบบเศรษฐกิจที่ชุมชนและธุรกิจเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายหลักคือการยกระดับเชียงรายจากเมืองรอง หรือ เมืองทางผ่าน ให้เป็น “จุดหมายปลายทาง” ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกทั้งไทยและต่างประเทศ
ที่ผ่านมาสิงห์ ปาร์คเข้าไปร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนผ่านการสร้างงานและอาชีพในท้องถิ่น คือแทนที่จะจ้างแรงงานจากภายนอก สิงห์ ปาร์ค เน้นการจ้างงานคนในพื้นที่เป็นหลัก เช่น การฝึกอบรมมัคคุเทศก์ท้องถิ่นเพื่อนำเที่ยวในสิงห์ปาร์ค
หรือจะเป็นการทำไร่ชา เพื่อให้ชุมชนสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงพอจะส่งออกหรือขายให้นักท่องเที่ยวได้ในราคาสูงขึ้น
แต่อีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าสนใจซึ่งทางสิงห์ปาร์คปลุกปั้นมาปีนี้เป็นปีที่ 10 แล้วก็คือ เทศกาลบอลลูนนานาชาติ “Singha Park International Balloon Fiesta 2026”

รังสฤษดิ์ ลักษิตานนท์ ผู้ช่วยประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เล่าย้อนความให้ฟังว่า ตนเองมีโอกาสมาเชียงรายบ่อยมาก จนมีโอกาสได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสิงห์ปาร์ค เพื่อให้เป็น “เชียงราย โมเดล” แบบ Man Made ด้วยการสร้างกิจกรรมตัวอย่างที่รันโดยภาคเอกชน เพื่อเข้าไปช่วยเหลือชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ผ่านการท่องเที่ยวและได้คิดรูปแบบงานบอลลูนขึ้นมา
“ตอนนั้นที่ภาคใต้ จังหวัดตรังมีแต่งงานใต้น้ำในวันวาเลนไทน์ ก็เกิดความคิดว่าจังหวัดเชียงรายน่าจะจัดงานแต่งงานลอยฟ้าทุกปี เพื่อให้คนคิดถึงจังหวัดเชียงรายมากขึ้น”
ซึ่งก็คือที่มาของ เทศกาลบอลลูนนานาชาติเมื่อสิบปีที่แล้ว
สิงห์ปาร์คยังคงจัดงานบอลลูนอย่างต่อเนื่องและใหญ่ขึ้นทุกปีๆ
การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกของจังหวัดเชียงรายที่มาจากเทศกาลงานบอลลูนก็มีหลายด้าน อาทิ
- กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น การจัดงานแต่ละครั้งสร้างรายได้ภาษีให้ท้องถิ่น โดยปีล่าสุดสร้างรายได้สูงถึง 35 ล้านบาท
- สร้างงานและโอกาสทางธุรกิจ เกิดการจ้างงานและกระตุ้นความต้องการสินค้าและบริการในพื้นที่ ทั้งอาหาร ที่พัก และการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ
- การมีส่วนร่วมของชุมชน ส่งเสริมการช่วยเหลือและแบ่งปันในชุมชน สร้างวงจรเศรษฐกิจที่ครบวงจร
- การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน งานนี้ช่วยกระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงและขยายถนน ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น
- เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว เชียงรายมีจำนวนผู้มาเยือนเพิ่มขึ้น จนกลายเป็นเมืองรองที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากที่สุดในประเทศ เฉพาะเทศกาลบอลลูนงานเดียวก็มีผู้เข้าชมรวมทั้งสิ้น 110,000 คน ตลอดระยะเวลา 5 วัน

พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงห์ปาร์ค เชียงราย จำกัด เปิดเผยว่า “งาน Singha Park International Balloon Fiesta 2026 ในปีนี้ จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 10 จากความสำเร็จตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้งานเทศกาลบอลลูนฯ สิงห์ปาร์ค ได้รับรางวัล Gold Award ในฐานะที่เป็นเทศกาลที่สร้างความสุขให้กับผู้ร่วมงาน (Best Overall Entertainment Program) จากเวที 2025 IFEA/Haas & Wilkerson Pinnacle Awards จากสหรัฐอเมริกา ถือเป็นเครื่องยืนยันความพร้อมและมาตรฐานการจัดงานที่มุ่งมั่นสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ผสมผสานความโรแมนติก ความงดงามของธรรมชาติ วัฒนธรรม และกิจกรรมความบันเทิงระดับสากล โดยมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันเชียงรายให้เป็น World Class Love Destination มอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวทั่วโลก เช่น กิจกรรมบอลลูนเลิฟการแสดงโขนกลางแปลง และอื่นๆ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้หมุนเวียนให้ชุมชนในเชียงรายได้อย่างยั่งยืน”
สำหรับปีนี้งาน Singha Park International Balloon Fiesta 2026 จะมีบอลลูนเข้าร่วมแสดงกว่า 30 ลูก จาก 13 ประเทศทั่วโลก โดยงานจัดระหว่างวันที่ 11–15 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ภายในงานอัดแน่นด้วยกิจกรรมไฮไลต์ อาทิ การแสดงโชว์บอลลูน แสง สี เสียง (Magic Night Glow), กิจกรรมพิเศษในวันวาเลนไทน์ “บอลลูนเลิฟ–จดทะเบียนสมรส บอกรักบนฟ้า” สำหรับคู่รักผู้โชคดี 14 คู่, การแข่งขันบอลลูนนานาชาติชิงเงินรางวัลกว่า 100,000 บาท
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือ การแสดงโขนกลางแปลงชุดใหญ่ เรื่องรามเกียรติ์ ชุด “มังกรกัณฐ์ชาญศักดา เกสรทมาลามหามิตร” โดยกลุ่มศิลปินวังหน้าและเยาวชนเชียงรายกว่า 200 ชีวิตร่วมแสดง ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติริมทะเลสาบ สิงห์ปาร์ค เชียงราย เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยและเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสศิลปะการแสดงอย่างใกล้ชิดคนดู เฉพาะวันที่ 13 และ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ขณะเดียวกัน ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ยังมีกิจกรรมเอกลักษณ์ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง คือ “บอลลูนเลิฟ–จดทะเบียนสมรส บอกรักบนฟ้า” เปิดโอกาสให้คู่รักผู้โชคดีจำนวน 14 คู่ จดทะเบียนสมรส พร้อมขึ้นบอลลูนลอยฟ้าและบอกรักกันเหนือท้องฟ้าเชียงราย

พงษ์รัตน์ กล่าวว่า สิงห์ปาร์คคือตัวอย่างโครงการที่สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนโดยใช้การท่องเที่ยวเป็นตัวนำที่ประสบความสำเร็จโครงการหนึ่ง
“เราทำมาถึงตรงนี้ คือความภูมิใจของกลุ่มบุญรอดฯ จากนี้ไปเราอยากเห็นหน่วยงานอื่นๆ เข้ามาช่วยผลักดัน มาช่วยเพิ่มขีดความสามารถ เข้ามาช่วยพัฒนาและแบ่งปัน เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนของเชียงราย เราอยากเห็นการขยายตัวจากการขับเคลื่อนเชียงรายไปขับเคลื่อนประเทศไทย เราอยากให้คนทั่วโลก ถ้านึกถึงงานอีเวนต์บอลลูนต้องคิดถึงงานบอลลูนที่ใหญ่ที่สุดในไทย เราอยากดึงนักท่องเที่ยวต่างประเทศมาเพิ่มมากขึ้น สถานที่ของเราสามารถจุนักท่องเที่ยวได้ถึง 200,000 คน
ทั้งหมดนี้คือการสร้างแรงบันดาลใจ เพื่อทำให้เห็นว่าเอกชนก็สามารถผลักดันกิจกรรมท่องเที่ยวให้เป็นแลนด์มาร์คได้ จังหวัดอื่นๆ ก็สามารถทำได้ โดยที่ไม่ต้องทำงานบอลลูนเหมือนเชียงราย”
ปีนี้ทางสิงห์ปาร์คคาดการณ์ว่าเทศกาลบอลลูนจะดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 200,000 คน สร้างเงินหมุนเวียนและพลวัตทางเศรษฐกิจกว่า 2,000 ล้านบาท สร้างงานให้คนในพื้นที่มากกว่า 1,500 คน