ปีนี้ยังเป็นอีกหนึ่งปีที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ฉุดรั้งกำลังซื้อ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับต่ำ การท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ความไม่แน่นอนทางการเมือง กำแพงภาษีจากสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังมีปัจจัยภายนอกจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ต้องบอกก็พอรู้ว่าส่งผลต่อความเชื่อมั่นและกำลังซื้อของผู้บริโภคให้ลดลงไปอีกจากปีก่อน และย่อมกระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเช่นกัน

Moving Forward with Confidence
แต่อย่างไรก็ตาม คุณโทชิยูกิ อีซูกะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัดคาดการณ์ว่าตลาดเครื่องปรับอากาศปีนี้จะยังคงเติบโตราว 10% จากมูลค่าตลาดรวมในปีแล้วอยู่ที่ 26,000 ล้านบาท โดยมีสภาพอากาศในปีนี้ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกระตุ้นให้กำลังซื้อกลับมา พร้อมตั้งเป้าหมายการเติบโตสำหรับปีงบประมาณในปี 2026 เพิ่มขึ้น 10% ผ่านแนวทางการรุกตลาดทั้ง B2C และ B2B
โดย B2C จะเป็นการปรับสัดส่วนครั้งสำคัญของผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องปรับอากาศเพื่อเติมเต็มช่องว่างทางการตลาดแบบ 360 องศาครบทุกเซกเมนต์ด้วยเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค มิสเตอร์สลิม KA Series เป็นไฟติ้งโมเดลที่จะเข้ามาเจาะตลาดแมสโดยเฉพาะ ซึ่งจะทำให้ มิตซูบิชิ อีเล็คทริค มีมาร์เก็ตแชร์ในกลุ่ม Volume Zone เพิ่มสูงขึ้น เสริมความแข็งแกร่งจากตลาดเครื่องปรับอากาศในกลุ่ม Hi-end ที่มิตซูบิชิ อีเล็คทริค เป็นเจ้าตลาดอยู่แล้ว

ทั้งนี้เชื่อว่า KA Series จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ด้วยจุดเด่น “คุณภาพสูงตามมาตรฐานญี่ปุ่นที่มีความทนทาน เชื่อถือได้ และคุ้มค่าในระยะยาว” พร้อมประหยัดพลังงานด้วยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้ากับผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมี Mr.Slim รุ่นพรีเมียม AW Series ที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยรางวัลต่างๆ มากมายสะท้อนความเป็นเลิศด้านนวัตกรรม

เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตต่อไปในระยะยาว มิตซูบิชิ อีเล็คทริค ยังให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจ B2B ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันรายได้ในส่วนนี้มีสัดส่วนคิดเป็น 20% ของรายได้ทั้งหมด และตั้งเป้าว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายในปี 2028
โดยกลยุทธ์ธุรกิจ B2B จะเน้นนำเสนอเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ อาทิ Mr.Slim และ City Multi อย่างต่อเนื่องเพื่อย้ำภาพความเป็นผู้นำเทคโนโลยีความเย็นและประหยัดพลังงาน พร้อมต่อยอดผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ ระบบแลกเปลี่ยนความร้อน Lossnay และระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ Modular Chiller ผสานเป็นระบบโซลูชันครบวงจร รองรับการเติบโตกลุ่ม Data Center, Smart City และ Green Building
“เราเชื่อว่าการเติบโตขององค์กรต้องเดินควบคู่ไปกับการเติบโตด้านสังคม มิตซูบิชิ อีเล็คทริคจึงเดินหน้าพันธกิจ The Giver Project เพื่อส่งมอบประโยชน์สู่สังคมในมิติต่างๆ พร้อมกับพัฒนาเทคโนโลยีที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยกระดับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้สังคมไทย”
พัฒนาบริการหลังการขายเพื่อยืนหนึ่งในใจคนไทย
แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ผลิตภัณฑ์คุณภาพเท่านั้นที่มัดใจลูกค้า แต่ยังมีบริการหลังการขายที่ทำให้ลูกค้ายังคงไว้วางใจแบรนด์มิตซูบิชิ อีเล็คทริค อย่างเหนียวแน่น ซึ่ง คุณประพนธ์ โพธิวรคุณ กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด กล่าวว่า ปีนี้บริษัทฯ ยังเดินหน้ายกระดับการบริการในทุกมิติ มอบความสะดวกรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร โดยพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มในช่องทาง LINE Official Account ทั้งในส่วนของลูกค้า และช่างเทคนิค
สำหรับลูกค้าทั่วไปหมดความกังวลเมื่อใช้ LINE Official “มิตซูบิชิ อีเล็คทริค” ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะบุคคล โดยระบบจะวิเคราะห์ข้อมูลจากประวัติการซื้อเพื่อแจ้งเตือนรอบการล้างเครื่องที่เหมาะสมเพื่อรักษาประสิทธิภาพของเครื่องให้ยาวนาน ลูกค้าสามารถแจ้งซ่อม และสอบถามข้อมูลต่างๆ ได้ตลอดเวลา
ในส่วนช่างเทคนิค Line Official จะอยู่ภายใต้ชื่อ “คู่หูช่างแอร์ Mr.Slim” โดยช่างทั่วประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เช่น คู่มือการติดตั้ง งานซ่อมมาตรฐาน การเช็ค Error Code สอบถามชิ้นส่วนอะไหล่และปรึกษาหน้างานผ่านวิดีโอ และรูปภาพกับทีมเทคนิคส่วนกลางได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ปัญหาของลูกค้าถูกแก้ไขได้อย่างรวดเร็วและมีมาตรฐาน

ชูจุดเด่นสินค้าคุณภาพเสริมทัพด้วยพรีเซ็นเตอร์ “นนท์-ธนนท์”
คุณชิซุโอะ นาคาสึคาสะ กรรมการและผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาดและการขาย บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค กันยงวัฒนา จำกัด ให้ความเห็นว่า ปีนี้กำลังซื้อมีแนวโน้มที่จะเทน้ำหนักมาที่ตลาดแมสมากขึ้น ดังนั้นมิตซูบิชิ อีเล็คทริค จึงเปิดเกมรุกด้วยเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ KA Series เพื่อเพิ่มยอดขายในตลาด Volume Zone ให้มากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่า ควบคู่ประสิทธิภาพการใช้งาน โดยรวบรวมฟังก์ชันเด่นๆ อย่าง Fast Cooling, Sleep Mode และระบบกรองอากาศ V-Air มาไว้ในรุ่นนี้ แถมยังมีระดับเสียงการทำงานที่เงียบเพียง 19 เดซิเบล เพื่อการพักผ่อนที่มีคุณภาพ แต่จำหน่ายในราคาที่จับต้องได้
ไม่เพียงแค่เครื่องปรับอากาศเท่านั้น เพราะมิตซูบิชิ อีเล็คทริค ยังเพียบพร้อมด้วยนวัตกรรมในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ อาทิ ตู้เย็นกลุ่ม Premium Series ที่มาพร้อมกับสีใหม่ Matte Black ช่วยให้บ้านหรูหราทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมระบบ Neuro Inverter เรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้เพื่อประหยัดพลังงาน และเทคโนโลยีถนอมอาหาร รวมถึงพัดลมตั้งพื้น และพัดลมตั้งโต๊ะกึ่งตั้งพื้นรุ่นใหม่รองรับบ้านยุคใหม่

ปิดท้ายด้วยกลยุทธ์การสื่อสารแบรนด์ในปีนี้ด้วย “นนท์-ธนนท์” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ทำหน้าที่ถ่ายทอดตัวตนและคุณค่าของแบรนด์ภายใต้แนวคิด “ทุกเรื่องที่ทำ คำนึงถึงคุณ (All We Do, Designed From You)” ไปสู่ผู้บริโภคผ่านโฆษณาออนไลน์ซีรีส์ใหม่ 3 เรื่อง สื่อให้เห็นถึงฟังก์ชันการทำงานต่างๆ ของเครื่องปรับอากาศที่คิดขึ้นมาจากความเข้าใจในพฤติกรรมการใช้งานเพื่อใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า คำนึงถึงสุขภาวะเพื่อมอบคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้บริโภค และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ด้วยวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ในการเปิดเกมรุกตลาดทั้ง B2C และ B2B คุณอีซูกะ กล่าวว่า มิตซูบิชิ อีเล็คทริค มั่นใจว่าจะได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง และจะเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะทำให้แบรนด์แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทายในปีนี้